SENA เดินหน้าลุยโซลาร์ประชาชน  ยื่นขอสิทธิ์ให้ลูกบ้าน 170 หลัง

  • วันที่ 06 มิ.ย. 2562 เวลา 16:13 น.

SENA เดินหน้าลุยโซลาร์ประชาชน  ยื่นขอสิทธิ์ให้ลูกบ้าน 170 หลัง

SENA เตรียมยื่นขอสิทธิ์ให้กับลูกบ้านเข้าร่วมโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน”  หลังกกพ.เปิดรับซื้อไฟส่วนเกินเข้าระบบ 100 เมกะวัตต์ สัญญา 10 ปี ราคา 1.68 บาทต่อหน่วย   

น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA   ผู้ดำเนินโครงการหมู่บ้านใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์)  เปิดเผยว่า เตรียมยื่นขอสิทธิ์ให้กับลูกบ้านที่จะเข้าร่วมโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” รวมทั้งหมด 6 โครงการ ประกอบด้วย โครงการ เสนาพาร์ค แกรนด์ รามอินทรา ,โครงการเสนาพาร์ควิลล์ รามอินทรา – วงแหวน ,โครงการเสนาวิลล์ บรมราชชนนี สาย 5 ,โครงการเสนาแกรนด์ โฮม รังสิต ติวานนท์ โครงการเสนาช๊อปเฮ้าส์ พหลโยธิน คูคต และโครงการ เสนาช็อปเฮ้าส์ บางแค เฟส 1 และ เฟส 2 ซึ่งมั่นใจว่าจะมีจำนวนรายที่ยื่นสูงสุดกว่า 170 ราย คิดเป็นจำนวน 394.40 กิโลวัตต์

การเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชนจะทำให้ลูกบ้านได้รับประโยชน์จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินที่เหลือจากการใช้เข้าระบบในอัตรา1.68 บาท/หน่วย  ซึ่งจะโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกบ้าน และถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายเดียวที่หมู่บ้านติดโซลาร์ทุกหลัง

ปัจจุบันมีการติดตั้งให้กับบ้านทุกหลัง รวม 400 หลัง ประมาณ 1,000 กิโลวัตต์ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่โครงการโซลาร์รูฟเสรีนำร่อง ครั้งนั้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการติดตั้ง แต่ยังไม่รับซื้อไฟฟ้าเข้าระบบจนมาวันนี้มีโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่รัฐกำหนดไว้ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(พีดีพี2018)ที่จะเปิดรับซื้อ10ปีแรก (ปี2562- 2571)ปีละ 100 เมกะวัตต์ โดยรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินเข้าระบบ 1.68 บาทต่อหน่วยจะเข้ามามีส่วนสำคัญต่อการกระตุ้นให้เกิดความคุ้มค่าการติดตั้งมากขึ้น

อย่างไรก็ตามการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัยหรือโซลาร์รูฟท็อปนั้น  แม้ว่ารัฐจะไม่ซื้อไฟฟ้าเข้าระบบทั้งหมด แต่ก็เป็นเรื่องที่ผู้บริโภคสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของผู้ที่จะติดโซลาร์รูฟท็อป คือ1.คนสูงวัยและเด็ก ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่ใช้ไฟช่วงเวลากลางวันๆละ4-5 ชม. 2.คนที่ทำงานอิสระหรือฟรีแลนซ์เฉลี่ยวันละ3ชม.ครึ่ง   3.พนักงานประจำ(หยุดวันเสาร์ – อาทิตย์) วันละ3 ชม.  แต่เมื่อพิจาณาดูแล้ว กลุ่มที่มีความคุ้มค่าในการใช้โซลาร์จะเป็นกลุ่มที่ 1 และ 2 ทำให้ตอบโจทย์ของการติดตั้งแผงโซลาร์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้แล้วคุ้มค่าเพราะแสงอาทิตย์มีช่วงกลางวันทำให้เกิดการประหยัดค่าไฟ

ส่วนกลุ่มที่ 3 จะเป็นกลุ่มที่คุ้มค่าในการขายไฟฟ้าให้กับรัฐเนื่องจากกลุ่มนี้ไม่ได้ใช้ไฟช่วงกลางวัน(วันธรรมดา) แต่เมื่อมีโซลาร์ภาคประชาชนที่รับซื้อไฟส่วนเกินเข้าระบบกลุ่มนี้จะได้รับผลประโยชน์มากที่สุด

นอกจากนี้  ยังได้เตรียมรุกตลาดพลังงานมากขึ้น โดยบริษัทเสนาโซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด วางแผนและตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ไว้ 600 ล้านบาท รวมกำลังการติดตั้ง 24 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเข้าไปขยายตลาดในกลุ่มผู้ประกอบการ อาทิ โรงงาน คลังสินค้า  เป็นต้น รวมจำนวน 13 แห่ง  โดยเฉพาะการเข้าไปทำตลาดในรูปแบบของการจำหน่ายไฟฟ้าตรงให้กับผู้ประกอบการ หรือ Private PPA เป็นการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคา และจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน ให้กับผู้ประกอบการโดยตรง เนื่องจากช่วงเวลากลางวันเป็นช่วงเวลา การจำหน่ายไฟฟ้าที่มีราคาสูง (ON PEAK) ทำให้ต้นทุนการใช้พลังงานลดต่ำลง เนื่องจากค่าไฟฟ้าที่ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์จะมีราคาที่ต่ำกว่า ราคาไฟฟ้าที่ซื้อจากระบบของการไฟฟ้า

 

 

 

ข่าวอื่นๆ