'สารัช'จากมะขามแปรรูป สยายปีกสู่สกินแคร์

  • วันที่ 26 ก.พ. 2562 เวลา 11:40 น.

'สารัช'จากมะขามแปรรูป สยายปีกสู่สกินแคร์

เรื่อง วราภรณ์ เทียนเงิน 

ความสร้างสรรค์และการไม่หยุดนิ่งมีความมุ่งมั่นสร้างสิ่งที่ดี เป็นพลังสร้างธุรกิจไทยให้แข็งแกร่ง เหมือนกับแบรนด์มะขามแปรรูป “สารัช” จาก จ.เพชรบูรณ์ มีการสร้างแบรนด์จากจุดเริ่มต้นธุรกิจครอบครัว ให้มีการเติบโตทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

“สารัช กมลธรไท” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สารัชมาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์มะขามแปรรูป “สารัช” เปิดเผยว่า แบรนด์มะขามแปรรูป “สารัช” โดยบริษัทได้เป็นผู้บุกเบิกการแปรรูปมะขาม ที่ก่อตั้งมาเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2517 จากคุณพ่อและคุณแม่ “จินดา สุภารลักษณ์ กมลธรไท” ที่เป็นข้าราชการ และมีความตั้งใจพัฒนาสูตรมะขามที่มีการถ่ายทอดมาจากครอบครัว หลังจากนั้นได้ตั้งชื่อแบรนด์ตามชื่อของลูกชาย พร้อมกันนี้มีการสร้างผลิตภัณฑ์ ทั้งมะขามแปรรูป มะขามจี๊ดจ๊าด มะขามคลุกบ๊วย และมีการสร้างผลิตภัณฑ์แปรรูปใหม่ออกมาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

ในปัจจุบันมีสินค้าประมาณ 50 รายการ กำลังการผลิตรวมมะขามอยู่ที่ 3,000-5,000 ตัน/ปี โดยมีตลาดหลักคือในประเทศสัดส่วน 70% และส่งออก 30% ซึ่งมีการส่งออกไปใน 20 ประเทศทั่วโลก และมีตลาดหลักเป็นประเทศสหรัฐ โดยมะขามจี๊ดจ๊าดที่มีช่องทางหลักผ่านร้านสะดวกซื้อในปีที่ผ่านมา สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 2 ล้านกระปุกทั่วประเทศ

ขณะเดียวกันบริษัทมีนโยบายสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้สนใจนำงานวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) มาเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์และสร้างความแตกต่าง โดยกำลังขยายสู่มะขามระดับบน (พรีเมียม) ที่มีจุดเด่นพิเศษของมะขาม เพื่อทำให้ผู้บริโภคได้เข้าใจและสัมผัสถึงความแตกต่างของมะขามสารัชจาก จ.เพชรบูรณ์ ที่มีอัตลักษณ์

พร้อมกันนี้แบรนด์กำลังขยายสู่การทำผลิตภัณฑ์กลุ่มบำรุงผิว (สกินแคร์) ที่มีการนำเม็ดมะขาม มาสกัดเพื่อให้ได้สารสำคัญและพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีนวัตกรรมและความโดดเด่น พร้อมกันนี้ได้สร้างแบรนด์ใหม่กลุ่มสกินแคร์ภายใต้ชื่อ “แทมมี่ ออร่า” ที่มีแผนเปิดตัวสู่ตลาดในเร็วๆ นี้ หลังจากนั้นมีแผนสร้างแบรนด์เพิ่มอีก 1 รายการ ที่เป็นกลุ่มสินค้าสกินแคร์ระดับพรีเมียม

“ในปัจจุบันแบรนด์มะขามทำตลาดมีมากกว่า 10 แบรนด์ และเป็นตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรง ทำให้บริษัทได้วางนโยบายสร้างผลิตภัณฑ์สู่การแปรรูปใหม่ที่มีความแตกต่าง มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านมะขาม” สารัช กล่าว

ทั้งนี้ จากการที่บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และไม่หยุดนิ่งสร้างสรรค์สิ่งใหม่ พร้อมกับการมุ่งสร้างธุรกิจด้วยความยั่งยืน เพื่อร่วมผลักดันเกษตรและชุมชนใน จ.เพชรบูรณ์ ให้มีความเข้มแข็งและเติบโตไปพร้อมกัน ล่าสุดบริษัทได้รับรางวัลเกียรติยศ Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 14 ในมิติองค์กรที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการด้านบุคลากร และการสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ จัดโดยธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อีกทั้งมีแผนจะขยายช่องทางทำตลาดในประเทศ ทั้งการเปิดร้านต้นแบบ (แฟล็กชิปสโตร์) เพิ่มอีก 1 จุดใน จ.เพชรบูรณ์ จากปัจจุบันมีร้านต้นแบบ 1 สาขาแล้วบริเวณเขาค้อ โดยปัจจุบันบริษัทมีช่องทางทำตลาดในประเทศครอบคลุมในทุกด้านแล้ว

สารัช กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทพร้อมที่จะขยายธุรกิจและขยายแบรนด์ใหม่ออกมาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากมะขามให้ครบวงจร

ข่าวอื่นๆ