สภาเอสเอ็มอี ลุยสร้างแบรนด์ทุกจังหวัด

  • วันที่ 09 ม.ค. 2562 เวลา 11:00 น.

สภาเอสเอ็มอี ลุยสร้างแบรนด์ทุกจังหวัด

เรื่อง วราภรณ์ เทียนเงิน

จากการเห็นปัญหาของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่เรื้อรังมายาวนานกว่า 18 ปี มีผลให้เอสเอ็มอีไทยยังไม่เติบโต ทำให้ “สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย” หรือสภาเอสเอ็มอี ได้ผลักดันสร้างแบรนด์ผู้ประกอบการในแต่ละจังหวัด พร้อมเชื่อมโยงการร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชน

“ไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์” ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย หรือสภาเอสเอ็มอี เปิดเผยว่าได้จัดทำแผนขับเคลื่อนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในโครงการ “เอสเอ็มอี สมาร์ท พรอฝ-อินซ” (SMEs Smart Province) โดยสภาเอสเอ็มอีจะร่วมขับเคลื่อนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านการบูรณาการทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงทั้งการตลาด แหล่งเงินทุน และองค์ความรู้

ทั้งนี้ โครงการที่สภาเอสเอ็มอีจะดำเนินการ มีทั้งการสร้างแบรนด์ Province ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแต่ละจังหวัด ได้นำร่องกับ จ.สกลนคร ในการจัดทำ สกลนคร โปรวินซ์ ที่นำสินค้าโดดเด่นของจังหวัดทั้งผ้าคราม เนื้อโคขุน และมัลเบอร์รี่ นำมาพัฒนาให้อยู่ภายใต้รูปแบบเดียวกันเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด และสร้างคุณภาพมาตรฐานเดียวกันทำให้ผู้บริโภครู้จัก ต่อไปจะขยายสู่ จ.ลำปาง และนนทบุรีต่อไป ถือว่าการทำแบรนด์ Province มีรูปแบบใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่น ยกตัวอย่างฮอกไกโดที่มี “ฮอกไกโด เมลอน” เป็นสินค้าแบรนด์ชื่อดังของจังหวัด

“สภาเอสเอ็มอีพร้อมเป็นแกนในการเชื่อมโยงความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชนในทุกจังหวัด เพื่อร่วมขับเคลื่อนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี”ไชยวัฒน์ กล่าว

ขณะเดียวกันสินค้าของผู้ประกอบการในแบรนด์ Province ของแต่ละจังหวัด ได้มีการหารือร่วมกับบริษัท ประชารัฐในการส่งเสริมช่องทางการตลาดผ่านช็อปของประชารัฐที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัด รวมถึงการทำตลาดผ่านออนไลน์ด้วย เพื่อให้สามารถเจาะกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวได้ในแต่ละพื้นที่

อีกทั้งเตรียมหารือกับบริษัท ทีวีไดเร็ค ที่ทำธุรกิจทีวีไดเร็ค ในการนำสินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในแต่ละจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการสร้างแบรนด์ พรอฝ-อินซ มานำเสนอสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าว ในการร่วมคัดเลือกสินค้าที่มีศักยภาพ และมีจุดเด่น เอกลักษณ์ (ยูนีก) ไม่เหมือนใคร โดยการเลือกเป็นพันธมิตรกับบริษัท ทีวี ไดเร็ค เนื่องจากมีช่องทางทำตลาดสินค้าทั้งในประเทศไทยและในประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ ส่งผลให้สินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้มีช่องทางทำตลาดสู่ลูกค้าต่างประเทศ

นอกจากนี้ กำลังหารือกับ ช็อป ชาแนล ที่เป็นทีวีช็อปปิ้งของประเทศญี่ปุ่น ร่วมมือคัดเลือกสินค้าของกลุ่มผู้ประกอบการที่มีเอกลักษณ์ และมีจุดเด่นที่แตกต่าง นำไปทำตลาดที่ประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะเริ่มต้นได้ในปี 2562 เช่นกัน

“ไชยวัฒน์” กล่าวต่อว่า ยังมีแผนขับเคลื่อนผู้ประกอบการ ที่จะผลักดันผู้ประกอบการให้จดทะเบียนเข้าสู่ระบบให้ได้จำนวน 5 แสนรายใน 5 ปีข้างหน้า และให้ได้จำนวน 1 ล้านรายในระยะเวลา 10 ปี จากปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยรวม 3 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 4.68 แสนราย และมีผู้ประกอบการกว่า 2.6 ล้านรายไม่จดทะเบียน ซึ่งจะร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการเงิน ร่วมส่งเสริมเข้าระบบและทำบัญชีเดียว

ทั้งนี้ การเข้าระบบของผู้ประกอบการ ทำให้เกิดการสร้างธุรกิจที่เติบโตสู่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ และมีผลกระตุ้นต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ข่าวอื่นๆ