สาวไทยทุ่มงบความงาม เค-บิวตี้โหมชิงเค้ก

  • วันที่ 07 ก.ย. 2561 เวลา 04:42 น.

สาวไทยทุ่มงบความงาม เค-บิวตี้โหมชิงเค้ก

โดย...จะเรียม สำรวจ       

กลุ่มสินค้าความงามจากประเทศเกาหลีถือเป็นสินค้าอีกหนึ่งกลุ่มคนไทยให้ความสนใจซื้อมาทดลองใช้ เนื่องจากอยาก มีผิวสุขภาพดีเหมือนกับดาราเกาหลีที่ชื่นชอบ ทำให้แบรนด์เครื่องสำอาง และสินค้าความงามหลายแบรนด์จากเกาหลีประสบความสำเร็จในประเทศไทย แต่ก็มีบางแบรนด์ก็ต้องม้วนเสื่อกลับบ้านไป เนื่องจากสินค้าไม่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจ ความงามจากประเทศเกาหลี (เค-บิวตี้) จึงต้องหันมาวิจัยตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้ทราบถึงความต้องการที่ แท้จริงของผู้บริโภคชาวไทย เพราะไทยถือเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญของธุรกิจความงามจากประเทศเกาหลี เนื่องจากผู้บริโภคชาวไทยมีการใช้จ่ายซื้อสินค้าความงามสูงอีกประเทศหนึ่งของโลก

จากการสำรวจอุตสาหกรรมความงามในประเทศไทยเกี่ยวกับสินค้าความงามจากประเทศเกาหลีของบริษัทวิจัยตลาด ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มมีพฤติกรรมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่มีวัตถุดิบพรีเมียมมากขึ้น หรือคิดเป็น 54% ของผู้บริโภคทั้งหมด สูงเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศจีน

ลิซ่า ฮง นักวิเคราะห์งานวิจัย ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า จากข้อมูลที่ผู้บริโภคชาวไทยหันมาใช้ สกินแคร์ระดับพรีเมียมมากขึ้น ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศจีนนั้น อัตราเฉลี่ยดังกล่าวยังถือว่าสูงกว่าผู้บริโภค ทั่วโลกที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ระดับพรีเมียมที่มีสัดส่วน 39% เนื่องจากผู้บริโภคต้องการใช้สินค้าที่มีคุณภาพ ที่ดีขึ้น โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2565 คนไทยจะหันมาใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ระดับพรีเมียมมากกว่าผลิตภัณฑ์ สกินแคร์ในระดับแมส เนื่องจากมีกำลังซื้อที่ดีขึ้น ทำให้อยากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีมากขึ้น

นอกจากนี้ จากข้อมูลยังพบว่า ผู้บริโภคชาวไทยมีการใช้ผลิตภัณฑ์ สกินแคร์มากถึง 8 ชนิด/สัปดาห์ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในโลก เนื่องจากชอบทดลองสินค้าใหม่ แต่ก็มีแบรนด์ลอยัลตี้ค่อนข้างสูง โดยผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่คนไทยให้ความสนใจมากที่สุด คือ กลุ่มสินค้าไวเทนนิ่ง เนื่องจากประเทศไทยอากาศร้อน จึงต้องการสินค้าที่ช่วยทำให้ผิวขาวขึ้น เช่นเดียวกันกับกลุ่มสินค้าซันแคร์ หรือป้องกันแสงแดด

อีกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่คนไทยให้ ความสนใจมากขึ้น คือ กลุ่มสินค้าแอนไทเอจจิ้ง หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ลดเลือน ริ้วรอย เนื่องจากคนไทยหันมาดูแล ตัวเองมากขึ้น ประกอบกับประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จึงทำให้กลุ่มสินค้าดังกล่าวได้รับความนิยม เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ลิซ่า กล่าวต่อว่า สิ่งที่กลุ่มสินค้าความงามจากประเทศเกาหลีต้อง ปรับตัว เพื่อดึงความสนใจผู้บริโภคชาวไทย มีด้วยกัน 4 ข้อหลัก คือ 1.ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ 2.สินค้า ต้องดูแลผิวเป็นอย่างดี 3.สินค้าต้อง มีไวเทนนิ่ง และ 4.ต้องทำการตลาดด้วยการให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วม

พร้อมกันนี้ ยังต้องปรับแผนการตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของ ผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งจากผลการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคชาวไทยไม่ชอบใช้สินค้าใหม่ แต่ชอบสินค้าที่ลดราคา นอกจากนี้ ยังชอบซื้อสินค้าแบรนด์ดัง ชอบเช็ก ราคาสินค้า ชอบดูคุณภาพมากกว่า ปริมาณ และเลือกซื้อสินค้าจากเซเลบ หากแบรนด์ใดสามารถปรับตัวได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยโอกาสประสบความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ปัจจุบันตลาดรวมของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของไทยมีมูลค่า 2.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 1.12 แสนล้านบาท และมูลค่าในประเทศ 1.68 แสนล้านบาท ถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุด ในอาเซียน และเป็นอันดับที่ 3 ในเอเชีย รองจากญี่ปุ่นและเกาหลี

ข่าวอื่นๆ