ติงรัฐอนุมัติช้า"อีวี"อืดยื่นส่งเสริมไฮบริดสิ้นปีก่อนยังเงียบ

  • วันที่ 10 ก.ค. 2561 เวลา 11:05 น.

ติงรัฐอนุมัติช้า"อีวี"อืดยื่นส่งเสริมไฮบริดสิ้นปีก่อนยังเงียบ

มาสด้า ปรับเป้ายอดขาย-ประมาณการตลาดเพิ่ม ด้านฟอร์ดยอดขายครึ่งปี โต 23%

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า หลังการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในโครงการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริดที่สิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2560 ของบริษัท รวมถึงผู้ประกอบการรายอื่นๆ ต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จนกระทั่งถึงปัจจุบันยังไม่มีการอนุมัติการลงทุนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ บริษัทมองว่าการอนุมัติการลงทุนของรัฐในโครงการต่างๆ อาจมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าในภาพรวมของประเทศ อาทิ โครงการลงทุนพื้นฐานขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) เป็นต้น ซึ่งอาจมีความล่าช้าออกไปบ้างที่จะพิจารณาในโครงการสนับสนุนการลงทุนอื่นๆ

“บริษัทได้ทำงานใกล้ชิดกับบีโอไออยู่เสมอ ล่าสุดเตรียมข้อมูลในการนำเสนอเพื่อพิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งยังอยู่ในกรอบวงเงินที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้น ทั้งนี้บริษัทยืนยันว่าบริษัทจะดำเนินการตามบิวดิ้ง บล็อกของบริษัทที่จะเป็นไปตามขั้นตอน จากไฮบริด สู่ปลั๊ก-อินไฮบริด และอีวี ในที่สุด ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละประเทศ ส่วนในประเทศไทยคงจะเร็วเกินไปที่จะกระโดดข้ามไปอีวีเลยในทีเดียว โดยเทคโนโลยีปลั๊ก-อินไฮบริดมีความเป็นไปได้ที่จะนำเสนอลงสู่ตลาด เพราะอยู่ในแผนบริษัทที่มีการพูดคุยกัน” นายชาญชัย กล่าว

ด้านยอดขายรถยนต์ 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) ของมาสด้าอยู่ที่ 33,593 คัน เติบโต 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากภาพรวมเศรษฐกิจโตดีไตรมาสแรกปี 2561 จีดีพีขยายตัว 4.5% กำลังซื้อหลังสิ้นสุดโครงการคืนภาษีรถยนต์ทยอยเข้าสู่ตลาด ภาวะหนี้ครัวเรือนลด การประกาศให้มีการเลือกตั้งปีหน้า ส่งผลให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศเชื่อมั่นขึ้น มีโครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ทำให้เงินต่างประเทศไหลเข้าทั้งภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว

นายชาญชัย กล่าวอีกว่า บริษัทจึงปรับเป้าเพิ่มเป็น 6.5 หมื่นคัน จากต้นปีคาด 6 หมื่นคัน รวมถึงปรับประมาณการภาพรวมตลาดปีนี้เพิ่มเป็น 1 ล้านคัน จากต้นปี 9.2 แสนคัน เพราะปัจจัยบวกข้างต้น โดยภาพรวมตลาดรถยนต์ครึ่งปีแรก 4.9 แสนคัน คาดครึ่งปีหลังที่เป็นฤดูขายดีจะเป็นส่วนหนึ่งช่วยตลาดโตด้วย

น.ส.ยุคนธร วิเศษโกสิน ประธาน ฟอร์ด อาเซียน กล่าวว่า 6 เดือนแรกของปีบริษัทมียอดขาย 32,677 คัน เติบโต 23% เทียบช่วงกับเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทมีส่วนแบ่ง 6.7% ส่วนครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่อง เพราะปัจจัยบวกต่างๆ อาทิ การลงทุนภาครัฐในโครงการเมกะโปรเจกต์พัฒนาปัจจัยพื้นฐานประเทศ การสิ้นสุดสัญญาถือครองโครงการรถยนต์คันแรก การเติบโตส่งออกและภาคบริการ และความคึกคักผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาดของผู้เล่นหลัก

ข่าวอื่นๆ