โตโยต้า ทูโชจัดงานดึงญี่ปุ่นลงทุนไทย

  • วันที่ 14 มิ.ย. 2561 เวลา 07:43 น.
  • | เปิดอ่าน 562
Share on Google+
LINE it!

โตโยต้า ทูโชจัดงานดึงญี่ปุ่นลงทุนไทย

โตโยต้า ทูโช นำ 80 สินค้าไลฟ์สไตล์-อาหารจากญี่ปุ่นมาไทย คาดปีนี้มี 3 รายปักธงลงทุน รุกเพิ่มสัดส่วนเทรดดิ้ง กลุ่ม นัน-ออโตโมทีฟ เป็น 30%

นายคิโยโยชิ โอบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าส่งออก (เทรดดิ้ง) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมใช้งบ 20 ล้านบาท เพื่อจัดงาน "โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล" เพื่อดึงดูดนักลงทุนญี่ปุ่นที่สนใจทำธุรกิจในประเทศไทยเข้าร่วมงานกว่า 80 ราย แบ่งเป็นสินค้าประเภทอาหาร 40% และสินค้าไลฟ์สไตล์ 60%

ทั้งนี้ ทิศทางของนักลงทุนญี่ปุ่นที่สนใจทำธุรกิจในประเทศไทยจะเป็นสินค้าและบริการระดับพรีเมียมและเฉพาะทางมากยิ่งขึ้น โดยในการจัดงานครั้งก่อนมี 2 แบรนด์ใหญ่อันดับต้นของญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทย ได้แก่ ร้านอาหารญี่ปุ่นคิมูคัตสึ และแบรนด์ ดีมัวร์ สินค้าแม่และเด็กขณะที่ในปีนี้คาดว่าจะมี 3 แบรนด์ใหญ่ที่สนใจลงทุนในประเทศไทยโดยใช้งานดังกล่าวทดลองตลาด ได้แก่ ไอศกรีม แบรนด์อามายะ เครื่องประดับ แบรนด์คิวพอท หมอนและที่นอนเพื่อสุขภาพ แบรนด์นิชิกาวะ เป็นต้น"งานดังกล่าวเป็นงานที่รวมสินค้าและอาหารจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาดโดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมในด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจระหว่าง ไทย-ญี่ปุ่น ควบคู่กัน" นายโอบะ กล่าวนอกจากนี้ ภายในงานคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานอยู่ที่ 8 หมื่นคน จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 4.6 หมื่นคน แบ่งเป็นชาวไทย 80% และชาวต่างชาติ 20% โดยปีนี้ได้เพิ่มการจัดงานขึ้นเป็น 3 วัน จากปีก่อน 2 วัน หลังจากได้รับการตอบรับที่ดี รวมถึงคาดว่าจะมีเงินสะพัดภายในงานอยู่ที่ 30 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 20 ล้านบาท สำหรับงานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค.นี้ ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอนนายโอบะ กล่าวว่า ผลประกอบการในประเทศไทย 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ของบริษัทอยู่ที่ 32,541 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งทั้งปี 2561 บริษัทคาดว่าจะมีอัตราเติบโตขึ้น 10% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 1 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นธุรกิจยานยนต์ (ออโตโมทีฟ) อยู่ที่ 80% ของรายได้รวม และธุรกิจที่ไม่ใช่ยานยนต์ (นัน-ออโตโมทีฟ) อยู่ที่ 20%นอกจากนั้น ตามทิศทางของบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นมุ่งเน้นการขยายธุรกิจในกลุ่มนัน-ออโตโมทีฟมากขึ้นที่มุ่งเน้นการ เทรดดิ้งอาหารและของใช้ในชีวิตประจำวันจากญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่ากลุ่มดังกล่าว ในประเทศไทยจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายใน 5-10 ปีจากนี้อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงมีแผนการเทรดดิ้งสินค้าสำหรับผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้นซึ่งใน 3 ปีจากนี้จะเห็นความชัดเจนในการทำตลาด ซึ่งถือเป็นการขยายธุรกิจใหม่เพื่อผลักดันการเติบโตในอนาคต รวมถึงบริษัทยังคงสร้างความแข็งแกร่งในกลุ่มปัจจุบัน

 

Share on Google+
LINE it!