บ๊อชฯ โฟกัสไอโอที ชูเทคโนโลยีเชื่อมต่อ

  • วันที่ 06 มิ.ย. 2561 เวลา 05:56 น.

บ๊อชฯ โฟกัสไอโอที ชูเทคโนโลยีเชื่อมต่อ

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

แม้ว่าในปีที่ผ่านมา สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงมีความผันผวนต่อเนื่องมาจนถึงในปัจจุบัน แต่ประเทศไทยยังถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญในภูมิภาคอาเซียนของ บ๊อช ประเทศไทย ที่ผลประกอบการในปี 2560 ที่ผ่านมา ยังคงเป็นตลาดที่สร้างรายได้สูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน

โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย กล่าวว่า งบการเงินประจำปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ 335 ล้านยูโร (ราว 1.28 หมื่นล้านบาท) เติบโตขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับปีงบการเงินก่อนหน้า จากปัจจัยความคืบหน้าของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ของรัฐบาลที่ได้รับความเชื่อมั่นและ มีการลงทุนจากนักลงทุนหลายประเทศ โดยเฉพาะเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและ นวัตกรรมด้านการผลิตอัจฉริยะที่บริษัทให้ความร่วมมือกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิดสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

ขณะที่ในปีที่ผ่านมาบริษัทใช้เงินลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามูลค่ากว่า 42 ล้านยูโร (ราว 1,600 ล้านบาท) ด้วยระบบการผลิตที่เชื่อมต่อกัน (คอนเนกเต็ด แมนูแฟกเจอริ่ง) และเปิดโรงงานผลิตระบบส่งกำลังรถยนต์อัจฉริยะของ บ๊อช (สมาร์ท เพาเวอร์เทรนด์ ซิสเต็ม) แห่งแรกในประเทศไทย

"ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ทำรายได้สูงสุดของบ๊อชในภูมิภาคอาเซียน โดยปัจจัยสำคัญมาจากธุรกิจยานยนต์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง อีกทั้งธุรกิจด้านอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (ไอโอที) จึงทำให้ต้องเร่งเพิ่มจำนวนโซลูชั่นและบริการต่างๆ ให้ครอบคลุม" ฮง กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทได้ใช้เงินลงทุนมหาศาลด้านการพัฒนาโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งจะผลักดันการเติบโตของธุรกิจดังกล่าวให้เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลักภายในอนาคตอันใกล้

นอกจากนั้น ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ยังประกอบไปด้วย อุตสาหกรรม 4.0 ที่จะเป็นอีกหนึ่งกลไกการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเติบโต รวมถึงรายได้ของบริษัท ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชั่นเพื่อการตอบสนองการผลิตที่ลูกค้ามีความต้องการหลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมถึงการผลิตตามความต้องการ (ออนดีมานด์) โดยบริษัทในฐานะผู้พัฒนาโซลูชั่นและผู้ใช้โซลูชั่นในโรงงานของบ๊อชเอง จึงเป็นจุดแข็งสำคัญที่จะนำเสนอโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์ได้อย่างตรงจุด

สำหรับความท้าทายของไทยแลนด์ 4.0 คือ อุตสาหกรรมมีความต้องการ ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ขณะที่ข้อมูลของ ผู้ประกอบการสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอีกมาก ส่วนอีกปัจจัยสำคัญคือด้านบุคลากรที่มี ความเชี่ยวชาญยังขาดแคลนอยู่ จึงต้องส่งเสริมในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ฮง กล่าวว่า ภายในปี 2563 ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ของบ๊อชทุกชิ้นจะสามารถเชื่อมต่อกันได้ บริษัทในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมได้เตรียมความพร้อมด้านการออกแบบและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ โดยบริษัทยังคงมุ่งมั่นในการเพิ่มการลงทุน ด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะผลักดัน รายได้ให้บริษัทมีอัตราการเติบโตขึ้นอย่าง ต่อเนื่องทุกปี

ข่าวอื่นๆ