บิ๊กซีเกาะเทรนด์สุขภาพ ปรับพื้นที่ขายเพิ่มรายได้

  • วันที่ 09 มี.ค. 2561 เวลา 06:18 น.

บิ๊กซีเกาะเทรนด์สุขภาพ ปรับพื้นที่ขายเพิ่มรายได้

โดย...จะเรียม สำรวจ

ยังคงเป็นกระแสที่มาแรงอย่างต่อเนื่องสำหรับเทรนด์รักสุขภาพ เห็นได้จากกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของใช้ล้วนได้รับความสนใจจากผู้บริโภค ส่งผลให้สินค้าแต่ละกลุ่มมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าว ทำให้บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจ ด้วยการนำสินค้าเพื่อสุขภาพเข้ามาจำหน่ายภายในห้างค้าปลีกในเครือเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสาขาในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือคอนวีเนี่ยนสโตร์

นอกจากนี้ ล่าสุดยังมีแผนจะปรับปรุงพื้นที่ขายภายในสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ต เพื่อจำหน่ายกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสังเกตเห็นสินค้าได้ง่ายขึ้น

วิชัย เบญญาดิลก รองประธาน ฝ่ายจัดซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนจะปรับพื้นที่ภายในห้างบิ๊กซีฯ เป็นคอนเนอร์ประมาณ 200-300 ตารางเมตร เพื่อจำหน่ายสินค้าสุขภาพ เนื่องจากปัจจุบันคนไทยหันมาให้ความสนใจ ดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น จึงหันมาเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มผู้สูงอายุ

อย่างไรก็ดี การปรับปรุงพื้นที่ค้าปลีกดังกล่าว เบื้องต้นบิ๊กซีฯ จะเลือกดำเนินการใน 10 สาขาของเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อน เพื่อเป็นการทดลองผลการตอบรับของลูกค้า ซึ่งนอกจากจะเพิ่มพื้นที่ขายสินค้าเพื่อสุขภาพแล้ว บิ๊กซียังเตรียมจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อทำกิจกรรมส่งเสริมการขายในกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพร่วมกัน

ขณะที่ล่าสุดได้จับมือกับพันธมิตรน้ำมันพืช 5 แบรนด์ ประกอบด้วย แบรนด์ เอ็มเมอรัล, คิง, กุ๊ก, แมนเนเจอร์ และเบอร์ทอลลี่ ร่วมทำแคมเปญ "บิ๊กซีห่วงใยสุขภาพคุณ" เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคหันมาเลือกซื้อน้ำมันพืชเพื่อสุขภาพบริโภคมากขึ้น

วิชัย กล่าวต่อว่า ภาพรวมของตลาดน้ำมันพืชเพื่อสุขภาพถือเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงที่สุด เนื่องจาก ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพ ด้วยการ เลือกใช้น้ำมันพืชที่เหมาะกับการทำอาหารในแต่ละประเภทมากขึ้น บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาส ด้วยการจับมือกับพันธมิตรที่ทำธุรกิจน้ำมันพืชเพื่อสุขภาพ เพื่อทำการตลาดร่วมกัน

นอกจากจะจับมือกับพันธมิตรให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคน้ำมันพืชเพื่อสุขภาพแต่ละประเภทแล้ว บิ๊กซีฯ ยังได้ทำกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกัน ผ่านกิจกรรม "กินอย่างไรให้อร่อยและสุขภาพดี" ควบคู่ไปกับการทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายกลุ่มสินค้าน้ำมันพืช เพื่อสุขภาพ ด้วยการให้ส่วนลดสูงสุด 25% ตั้งแต่วันนี้-14 มี.ค.นี้ ซึ่งหลังจากจบกิจกรรมดังกล่าว บิ๊กซีฯ มั่นใจว่า จะมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นจากปกติ ไม่ต่ำกว่า 10% อย่างแน่นอน

สำหรับภาพรวมของตลาดน้ำมันพืชในปี 2560 ที่ผ่านมา มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท มีอัตรา การเติบโตเป็นตัวเลข 1 หลัก โดยจากมูลค่าตลาดรวมดังกล่าว แบ่งเป็น ตลาดน้ำมันปาล์ม 60% น้ำมันถั่วเหลือง 20% และน้ำมันอื่นๆ อีกประมาณ 20%

วิชัย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดน้ำมันพืชในปีนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเติบโตประมาณเท่าไหร่ เนื่องจากราคาน้ำมันจะผันผวนไปตามราคาพืชผลทางการเกษตร จึงทำให้คาดเดาสถานการณ์ได้ยาก แต่หากมองในด้านของการแข่งขันตลาดรวมน้ำมันพืชปีนี้ ยังคงมีการแข่งขันกันรุนแรง เนื่องจากมีผู้เล่นในตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดกลุ่มน้ำมันพืชเพื่อสุขภาพ

จากแนวทางการดำเนินธุรกิจ ดังกล่าว ทำให้บิ๊กซีฯ คาดหวังว่าในอีก 3 ปีนับจากนี้ ภาพรวมของยอดขายอาหารเพื่อสุขภาพภายในห้างค้าปลีกในเครือจะต้องมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 10-15% ได้อย่างแน่นอน จากปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ประมาณ 5% เนื่องจากคนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน กำลังซื้อของผู้บริโภคก็เริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เห็นได้จากยอดใช้จ่ายต่อบิลที่เพิ่มขึ้นมาประมาณ 3-5% จากเฉลี่ยที่ประมาณ 400 บาท/ใบเสร็จ เพิ่มขึ้นเป็น 500-600 บาท/ใบเสร็จ

วิชัย กล่าวอีกว่า แผนการดำเนินธุรกิจดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การกระตุ้นยอดขายกลุ่มสินค้าฟู้ดและนันฟู้ดให้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันกลุ่มสินค้าดังกล่าวมีสัดส่วนยอดขายคิดเป็น 70% ของยอดขายสินค้าทั้งหมด ซึ่งหลังจากออกมาทำกิจกรรมการตลาดร่วมกับพันธมิตรมากขึ้น คาดว่าสิ้นปี 2561 นี้จะมีสัดส่วนยอดขายสินค้าฟู้ดและนันฟู้ดเพิ่มขึ้นอีก ไม่ต่ำกว่า 2-3% อย่างแน่นอน

วรรณา สุรเชษฐพานิช ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโส น้ำมันมะกอกภายใต้แบรนด์ เบอร์ทอลลี่ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีนี้นอกจากจะเน้นไปที่การให้ความรู้กับผู้บริโภคเกี่ยวกับการบริโภคน้ำมันมะกอกแล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายรู้จักแบรนด์สินค้าของเบอร์ทอลลี่มากขึ้น

ด้าน พรทิพย์ ศิริเลิศพรไชยผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันพืชกุ๊ก บริษัท ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง กล่าวว่า ใน ปีนี้นอกจากจะให้ความรู้กับผู้บริโภคใน กลุ่มผลิตน้ำมันคาโนลา ซึ่งเป็นน้ำมันพืช ที่สกัดจากเมล็ดคาโนลาแล้ว บริษัทยังจะทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย ด้วยการทำโปรโมชั่นลดราคาน้ำมันคาโนลาจาก 120 บาท เหลือ 60-70 บาท เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสได้ทดลองบริโภคน้ำมันดังกล่าว ขณะเดียวกันยังมีแผนทำโปรโมชั่นน้ำมันทานตะวันจาก 70 บาท เหลือ 60 บาท เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อเพิ่ม

แนวทางธุรกิจดังกล่าวถือเป็นใบเบิกทางสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รู้จักน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ มากขึ้น นอกเหนือจากน้ำมันปาล์มและน้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดตอนนี้

ข่าวอื่นๆ