บุญรอดเร่งขยายธุรกิจนันแอลกอฮอล์

  • วันที่ 12 มิ.ย. 2560 เวลา 08:07 น.

บุญรอดเร่งขยายธุรกิจนันแอลกอฮอล์

บุญรอดฯ ปั้นน้ำปลาหยดทองลุยภาคอีสาน สร้างความเชื่อมั่นยี่ปั๊วรายใหญ่ดูโรงงานเวียดนาม หวังติดตลาดไทย 3 ปี

นายสันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์สิงห์ เปิดเผยว่า นโยบายของบริษัทเดินหน้าสร้างขาธุรกิจนันแอลกอฮอล์ ซึ่งปัจจุบันรายได้มีสัดส่วน 35% ให้มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดกระทั่งมีสัดส่วน 50% เท่ากับกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากปัจจุบันธุรกิจแอลกอฮอล์มีสัดส่วน 65% ซึ่งยอดขายบริษัทยังให้ความสำคัญการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การหันมารุกธุรกิจดังกล่าวถือเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจนันแอลกอฮอล์ นอกเหนือจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทมีแผนจะขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจให้เติบโตเร็วที่สุด ซึ่งในส่วนของการขับเคลื่อนสินค้าอุปโภคบริโภคนั้น ถือเป็นขาธุรกิจที่สำคัญ โดยหลังจากนำน้ำปลาตราหยดทองของกลุ่มเมซาน กรุ๊ป จากเวียดนามเข้ามาทำตลาดไทยเมื่อไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา พบว่าลูกค้าให้ผลการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ

“การนำน้ำปลาตราหยดทองเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้ ถือเป็นการทดลองทำตลาดกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะนำสินค้าอุปโภคบริโภคหลายตัวเข้ามาทำตลาดในสเต็ปต่อไป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาสินค้าหลายตัว ควบคู่ไปกับการศึกษาตลาดว่าสินค้าไหนมีความเหมาะสมมากที่สุดที่จะนำเข้ามาทำตลาดในตอนนี้ และคาดว่าเร็วๆ นี้น่าจะได้ข้อสรุปสินค้าตัวต่อไป”นายสันติ กล่าว

ด้านกลยุทธ์ทำตลาดขยายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคของกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่ จะนำร่องบุกตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสานก่อน เพราะเป็นภาคที่มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 21 ล้านคน มากที่สุดของประเทศครอบคลุม 20 จังหวัดของไทย โดยช่วงไตรมาส 2 นี้จะเริ่มสร้างความมั่นใจในด้านของกระบวนการผลิตให้กับร้านค้ารายใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มยี่ปั๊วของภาค ด้วยการนำกลุ่มดังกล่าวไปดูการผลิตที่โรงงานเมซาน คอนซูเมอร์ โฮลดิ้งส์ เวียดนาม และวางแผนเข้าถึงร้านค้ารายใหญ่ทั่วประเทศ

สำหรับตลาดน้ำปลามูลค่า 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นน้ำปลาระดับบนมูลค่า 5,000 ล้านบาท และอีก 5,000 ล้านบาท เป็นระดับกลางและล่าง ซึ่งช่องทางการจำหน่ายหลักเป็นร้านค้าปลีกรายย่อย ทำให้การทำตลาดน้ำปลาตราหยดทองต้องเข้าถึงยี่ปั๊วก่อน ขณะเดียวกันช่องทางโมเดิร์นก็เติบโตขึ้นด้วยจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยผู้นำตลาดขณะนี้เป็นทิพรส มีส่วนแบ่ง 50% ตามด้วยตราปลาหมึก 25% ส่วนยี่ห้อหยดทองตั้งเป้าเป็นแบรนด์ติดตลาดภายใน 3 ปี

ข่าวอื่นๆ