เจาะกลยุทธ์ตลาด มัดใจสาววัย18อัพ

  • วันที่ 13 ม.ค. 2560 เวลา 05:59 น.

เจาะกลยุทธ์ตลาด มัดใจสาววัย18อัพ

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ผลการสำรวจและวิจัยของ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่านักศึกษาหญิงระดับมหาวิทยาลัยถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ผู้ประกอบการและนักการตลาดควรจับตามองทั้งในด้านจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 มีจำนวนประมาณ 1.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12.9% จากปี 2555 ประกอบกับปัจจัยด้านพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ตัดสินใจซื้อสินค้าอย่างรวดเร็ว

สุพรรณี วาทยะกร อาจารย์สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากผลวิจัยพบว่า นักศึกษาหญิงเหล่านี้มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 10,247 บาท/คน/เดือน หรือคิดเป็นมูลค่าการตลาดได้กว่า 1.5 แสนล้านบาท/ปีโดยประมาณ ประกอบกับพฤติกรรมการใช้จ่ายมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของกลุ่มนักศึกษาหญิงระดับปริญญาตรี ที่มีความใจร้อนและตัดสินใจซื้อสินค้าอย่างรวดเร็ว

สำหรับที่มาของรายได้นั้น 61.4% มีรายได้จากพ่อแม่เท่านั้น อีก 35.8% มีรายได้จากพ่อแม่บวกกับรายได้พิเศษ และ 2.8% มีรายได้พิเศษช่องทางเดียว และเริ่มมีการใช้บัตรเครดิตตั้งแต่อยู่ชั้นปี 1 สัดส่วน 14.4% ชั้นปี 2 สัดส่วน 0.9% ชั้นปี 3 สัดส่วน 3.4% และชั้นปี 4  สัดส่วน 0.9% ขณะที่ 80.4% ยังไม่มีการใช้บัตรเครดิต ส่วนการอยู่อาศัยยังอยู่กับพ่อและแม่ 46.9% อยู่หอพักและบ้านเช่า 42.6% และคอนโดเช่า 6.1%

ทั้งนี้ ผู้บริโภคกลุ่มนักศึกษานั้นเป็นกลุ่มที่ยังไม่ถูกสร้างให้เกิดความจงรักภักดีต่อแบรนด์ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีหากธุรกิจใดสามารถเข้าถึงตลาดนักศึกษา และสามารถสร้างความประทับใจ จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กำลังจะจบการศึกษา เริ่มต้นเข้าสู่วัยทำงาน สร้างครอบครัว จนเกษียณอายุต่อไปในอนาคต จากข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนได้ว่า กลุ่มนักศึกษาหญิงเป็นที่ต้องการของกลุ่มสินค้าหลายประเภท ได้แก่ สินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว เครื่องสำอาง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือทำความสะอาดร่างกาย

ชุตินันท์ ลีละฉายากุล นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และตัวแทนโครงการวิจัย “The Campus Girls’ insight เจาะตลาดสาวมหาลัยวัย 18+” กล่าวว่า การสำรวจกลุ่มนักศึกษาหญิงระดับปริญญาตรีกว่า 350 คน พบว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของกลุ่มเป้าหมายจะใช้จ่ายหลักไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มมากถึง 42% จากการใช้จ่ายทั้งหมด

ทั้งนี้ อาหารที่นิยมมากที่สุดคืออาหารญี่ปุ่น เนื่องจากสร้างความรู้สึกว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ รับประทานแล้วไม่อ้วน และร้านของหวานที่นิยมมากที่สุดคือร้านอาฟเตอร์ยู สำหรับพฤติกรรมการใช้จ่ายอื่นๆ ที่รองลงมา ได้แก่ การช็อปปิ้งสินค้าต่างๆ 16% ค่าท่องเที่ยว 13%  ค่าเดินทาง 11% ออมเงิน 10% ค่าที่อยู่อาศัย 8% และอื่นๆ 1%

ตัวอย่างแบรนด์ของครีมล้างหน้าที่นิยมใช้ อันดับ 1 คือ เพอร์เฟกต์ วิป เนื่องจากกระแสประเทศญี่ปุ่นลดการอุดตันบนใบหน้าเนื้อโฟมนุ่ม  2.สมูทอี รักษาสิวสำหรับผิวแพ้ง่าย 3.พอนด์ส เนื่องจากไซส์ขนาดเล็กซื้อง่าย ขณะที่พฤติกรรมการซื้อสินค้าจะซื้อที่ร้านอีฟแอนด์บอยถึง 80% เนื่องจากจัดโปรโมชั่นต่อเนื่อง และซื้อผ่านอินสตาแกรม 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ใช้งบในการซื้อ 300-1,000 บาท/ครั้ง

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์สามารถสรุปออกมาได้เป็นกลยุทธ์ 8 ข้อ เพื่อเจาะนักศึกษาหญิงระดับมหาวิทยาลัยภายใต้แนวคิด “COSMETIC” เพื่อเสริมแกร่งธุรกิจให้มีประสิทธิภาพตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักศึกษาหญิง ได้แก่ 1.C-Content ต้องดึงดูดด้วยเนื้อหา ผ่านการนำเสนอคลิปวิดีโอ ภาพ หรือข้อความที่น่าสนใจ กระชับ และสามารถสื่อสารผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ได้อย่างชัดเจน 2.O-Online สื่อสารออนไลน์ เป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังสามารถกระจายข่าวสารไปยังคนรู้จักเพื่อขยายฐานลูกค้าอีกด้วย

3.S-Small เน้นขนาดพกพา ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีตัวเลือกขนาดกะทัดรัด สามารถหาซื้อและพกพาได้ง่าย โดยเฉพาะสินค้าประเภทของใช้ส่วนตัว 4.M-Multibrand หลากหลายแบรนด์ให้เลือก ณ จุดขาย พร้อมมีคุณสมบัติสินค้าอธิบายแก่ผู้บริโภคอย่างชัดเจน สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างได้ 5.E-Easy & Convenience ครบวงจรในทีเดียว สามารถตอบสนองความต้องการแก่ลูกค้าให้จบทุกความต้องการในทีเดียว 6.T-Tester มีให้ทดลอง เพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งการมีให้ทดลองสินค้านั้น เป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการมากยิ่งขึ้น 7.I-Influence from Friends & Mom เชื่อแม่ เชื่อเพื่อน เพราะแม่และเพื่อนเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจกับกลุ่มนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะสินค้าประเภทของใช้ส่วนตัว 8.C-Confident เน้นสร้างความเชื่อมั่น

หากสามารถเดินตามกลยุทธ์เหล่านี้ได้ก็น่าจะพิชิตใจสาวมหาวิทยาลัยวัย 18 อัพได้ไม่ยาก

ข่าวอื่นๆ