นาฬิกาหรูเจอพิษการเมืองกระทบหนัก

  • วันที่ 08 มิ.ย. 2553 เวลา 15:40 น.

ไกซริน คาดปัญหาการเมืองพ่นพิษตลาดนาฬิกาปีนี้หด 20% นาฬิกาหรูกระทบหนักสุด 25% ส่วนภาพรวมบริษัทมั่นใจยังเติบโตได้ 100%

นายปิติพงศ์ ศรีตระกูล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ เทคโน มารีน บริษัท ไกซริน ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย นาฬิกาจากต่างประเทศ แบรนด์ เทคโน มารีน, อามานด์โคเร็ล และกาก้า มิลาโน เปิดเผยว่า ผลจากปัญหาการเมืองในช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมาจะส่งผลให้ตลาดนาฬิกาในประเทศไทยที่มีมูลค่าราว 5,000 – 6,000 ล้านบาท ลดลงถึง 20% โดยนาฬิกาลักซ์ชัวรี่แบรนด์ หรือนาฬิการะดับไฮเอนที่มีสัดส่วน 20% จากตลาดนาฬิกาทั้งหมดจะลดลงมากที่สุดหรือราว 25% ส่วนนาฬิการะดับกลางจะลดลง 15% และนาฬิการะดับล่างจะลดลงน้อยที่สุดหรือราว 10% ซึ่งมูลค่าตลาดของนาฬิการะดับกลางและล่างจะอยู่ที่ 80% ของตลาดรวมนาฬิกา

ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดนาฬิกาลดลง คือ ชาวต่างชาติที่เป็นลูกค้ากลุ่มหลักของนาฬิการะดับไฮเอนไม่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ประกอบกับลูกค้าคนไทยที่อยู่ในกลุ่มไฮเอนจะจับจ่ายน้อยลง และหยุดใช้จ่ายกับสินค้าที่ไม่จำเป็นเนื่องจากไม่มั่นใจในสภาวะการเมืองและเศรษฐกิจ 

ทางด้านบริษัท ในปีนี้มีแผนที่จะนำเข้าแบรนด์นาฬิกาใหม่เพิ่ม คือ กาก้า มิลาโน ที่มีราคาเริ่มต้น 3 หมื่น – 4 แสนบาท จับกลุ่มลูกค้าตลาดเฉพาะ หรือนิชมาร์เก็ต โดยจะเริ่มขายในช่วง วอช์ท แฟร์ ที่สยามพารากอน ซึ่งบริษัทตั้งเป้าที่จะให้แบรนด์ดังกล่าวมีสัดส่วนยอดขาย 30% ของรายได้รวมของบริษัทหากวางจำหน่ายครอบ 12 เดือน

นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนที่จะเปิดแฟล็กชิพ สโตร์ ร้านนาฬิกา เทคโน มารีน ด้วยงบ 15 ล้านบาท ในปีนี้ในกรุงเทพฯ และจะเปิดอีก 2 สาขาในปีหน้า และปีถัดไปปีละ 1 สาขาในภาคเหนือ และภาคตะวันออก เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนไทยในต่างจังหวัด และชาวต่างชาติในเมืองท่องเที่ยว

“ในปีนี้บริษัทได้เพิ่มจุดขาย หรือเอาท์เลตต์อีก 9 จุด จากปีที่ผ่านมาที่เปิดไปแล้ว 9 จุด ดังนั้นภายในสิ้นปีนี้บริษัทจะมีจุดจำหน่ายนาฬิการาว 18 จุด โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะมีจุดจำหน่ายนาฬิกาทั้งสิ้น 25 จุดภายในปี 2555 โดยเน้นจุดจำหน่ายในกรุงเทพฯ 60% และต่างจังหวัด 40%”

นายปิติพงศ์ เผยต่อว่า จากการเพิ่มจุดจำหน่าย การเปิดแฟล็กชิพ สโตร์ ในปีนี้จะส่งผลให้ยอดขายของแบรนด์เทคโน มารีน ในปีนี้เติบโตได้ราว 50% จากปีที่ผ่านมา โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีมีอัตราการเติบโตแล้ว 25 – 30% ส่วนภาพรวมรายได้ของบริษัทคาดว่าจะเติบโตกว่าปีที่ผ่านมาถึง 100% จากการเพิ่มแบรนด์ใหม่ และจุดจำหน่าย 

ข่าวอื่นๆ