ดึง"ยิ่งลักษณ์"สร้างแบรนด์เครื่องสำอางไทย

  • วันที่ 04 ต.ค. 2556 เวลา 19:01 น.

ดึง"ยิ่งลักษณ์"สร้างแบรนด์เครื่องสำอางไทย

ปั้นไทยขึ้นฮับเครื่องสำอางเอเชีย วอนรัฐแก้กฎหมายหนุนผู้ผลิตแข่งขันเออีซี ผุดแผนดึง "ยิ่งลักษณ์" โปรโมทเครื่องสำอางแบรนด์ไทย

นางเกศมณี เลิศกิจจา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันการผลิตเครื่องสำอางไทยมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหนือกว่าเกาหลี วัดได้จากอัตราการส่งออกเครื่องสำอางไทยมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เติบโตเฉลี่ย 18%ต่อปี โดยปีที่ผ่านมามีมูลค่าการตลาดรวม 2.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 60% มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท  40% ตลาดส่งออก มูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าในปี 2563 คาดว่ามูลค่าตลาดรวมจะเติบโตกว่าเท่าตัว โดยเฉพาะภาคการส่งออก มีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท เนื่องจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ประเทศไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลาง(ฮับ)การผลิตในอาเซียนได้

ทั้งนี้ การผลิตเครื่องสำอางของผู้ประกอบการไทยมีเทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่าเกาหลี แต่กลับมีชื่อเสียงน้อยกว่า เนื่องจากรัฐบาลเกาหลีมีแผนส่งเสริมผู้ประกอบการทั้งด้านลงทุนและการสร้างแบรนด์สินค้าที่ชัดเจน ขณะที่รัฐบาลไทยยังไม่มีแผนที่ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม มีเพียงแผนเริ่มต้นสนับสนุนเท่านั้น

ทั้งนี้ ส.อ.ท.ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำอางไทย อย่างเร่งด่วน เช่น การจดลิขสิทธิ์สินค้าครั้งเดียวสามารถคุ้มครองได้ทั่วโลก จากปัจจุบันต้องจดลิขสิทธิ์ทีละประเทศ และการผ่อนกฎระเบียบคำโฆษณาเชิญชวนที่ถูกจำกัด ถือเป็นจุดอ่อนที่ประเทศไทยเสียเปรียบคู่แข่ง รวมถึงพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวควรเชื่อมโยงกับกฎหมายอาเซียน เพื่อเอื้อต่อการติดต่อธุรกิจในอนาคต

นอกจากนี้รัฐบาลต้องวางแผนการโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ที่เรื่องคุณภาพแบรนด์สินค้า สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะคนไทยต้องมั่นใจกับสินค้าไทย ซึ่งส.อ.ท.เตรียมเสนอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นพรีเซนเตอร์เชิญชวนคนไทยใช้เครื่องสำอางไทยซึ่งมีคุณภาพสินค้าไม่แพ้แบรนด์ต่างชาติ

"สมาคมฯมีแผนปัดฝุ่นการจัดงานเฮลท์ แอนด์ บิวตี้ ให้เป็นงานใหญ่ระดับอาเซียนและต่อยอดไปสู่ตลาดเอเชียในอนาคต โดยนำผู้ซื้อและผู้ขายจากอาเซียนเจรจาการค้าร่วมกัน พร้อมกำหนดการจัดงานเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างการรับรู้ เพราะขณะนี้ไทยถือเป็นผู้นำการผลิตในอาเซียนแต่คู่แข่งที่น่ากลัว คือ อินโดนีเซีย" นางเกศมณี กล่าว

สำหรับภาพรวมตลาดปีนี้การส่งออกเดือนม.ค.-มิ.ย ที่ผ่านมา เติบโตเพียง 10% มูลค่า 9 หมื่นล้านบาท เนื่องจากครึ่งปีหลังเป็นช่วงผู้ซื้อออกคำสั่งซื้อ แต่ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ซื้อบางส่วนชะลอการเดินทางมาประเทศไทย แต่เชื่อว่ามีผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น โดยทั้งปีเชื่อว่าจะเติบโตเฉลี่ย 15% มูลค่าส่งออก 1 แสนล้านบาท มูลค่าตลาดในประเทศ 1.2-1.3 แสนล้านบาท

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีแผนส่งเสริมกลุ่มผู้ผลิตเครื่องสำอาง เพราะสอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีคิดเป็น 97% ของผู้ประกอบการทั้งหมด โดยรัฐบาลจะเร่งผลักดันพ.ร.บ.ที่ร้างอยู่ให้ผ่านโดยเร็ว พร้อมเจรจาเปิดตลาดใหม่ การเพิ่มแวลูเชน ให้กับเครื่องสำอาง

ทั้งนี้ รัฐบาลจะเน้นการวิจัยและพัฒนาสินค้า เพื่อสร้างมาตรฐานในระดับสากลยิ่งขึ้น โดยจะสร้างห้องแล็บตรวจวัดมาตรฐานกลาง รวมถึงเพิ่มช่องทางการเจรจาซื้อขายผ่านระบบอี-คอมเมิร์ช เพื่อเพิ่มความหลากหลายการจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น

ข่าวอื่นๆ