posttoday
กินลดโลกร้อน ณ ภัตตาคารสีเขียว

กินลดโลกร้อน ณ ภัตตาคารสีเขียว

12 กุมภาพันธ์ 2553

เรื่อง อนุสรา ทองอุไร / วรธาร ทัดแก้ว ภาพ แดรี่โฮม / เดอะ ทริปเปล็ตส์

อาหารเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญต่อคนเรา ปกติแล้วกินอาหารทุกวันถ้ารู้วิธีที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้โดยการเลือกซื้ออาหารในแบบที่ถูกต้องแล้วจะช่วยโลกได้ ขณะที่กำลังมีการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมกันอยู่นี้ ร้านอาหารหรือภัตตาคารหลายแห่งในสหรัฐก็กำลังดำเนินกิจการแบบพยายามให้เป็นพิษเป็นภัยแก่สิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดและให้มีผลดีต่อสุขภาพด้วย

ภัตตาคารเหล่านั้นเรียกกันว่า Green Restaurant หรือภัตตาคารสีเขียว ที่ประเทศไทยก็มีคนกลุ่มหนึ่งทำตามแนวนี้เช่นกัน ร้านเหล่านั้นไม่เพียงแต่ใช้วัตถุดิบชีวภาพจากธรรมชาติหรือผักผลไม้ที่ปลูกในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังมีกระบวนการประหยัดพลังงาน และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายไปได้เองตามธรรมชาติ

พฤฒิ เกิดชูชื่น กรรมการผู้จัดการบริษัทแดรี่โฮม กล่าวว่า การใช้วัตถุดิบที่ปลอดสารพิษนั้น เพื่อปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยลดโลกร้อนและลดต้นทุนในการขนส่ง เพราะใช้วัตถุดิบในพื้นที่ แนวคิดนี้เริ่มทำมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่ทำอย่างจริงเมื่อ 56 ปีนี้เอง เช่น เรื่องนมที่ใช้จะได้จากฟาร์มที่ปลอดสารพิษ เริ่มด้วยการเลี้ยงวัวโดยไม่ใช้สารเคมี ไม่มีสารเร่ง ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะเลี้ยงจากพืชผักที่มาจากธรรมชาติ

ในฟาร์มนี้ยังมีการเลี้ยงแบบผสมผสาน นอกจากเลี้ยงวัวแล้วยังมีไก่ที่จะหากินจากมูลวัว ซึ่งไก่พวกนี้จะไปจิกกินเห็บจากวัว หนอนที่อยู่ตามหญ้าที่ปลูกให้วัวกิน ซึ่งปล่อยไปตามระบบนิเวศทางธรรมชาติ “พวกหญ้าที่ปลูกให้วัวก็จะไม่ใช้ปุ๋ยเคมีแต่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ส่วนเรื่องผักที่ใช้ในร้านอาหารก็จะเป็นผักปลอดสารเคมี มีทั้งที่ซื้อจากเกษตรกรที่อยู่รอบๆ ร้าน ไม่ต้องเสียค่าขนส่ง โดยจะไปติดต่อเกษตรกรไว้ว่าเราอยากได้ผักบุ้งแต่ต้องไม่ใช้สารพิษ เรารับหมดแต่ต้องปลูกตามข้อกำหนดของเรา”

ส่วนราคาของผักจะยึดตามตลาดแต่จะบวกเพิ่มให้เกษตรกรอีกประมาณ 2030 เปอร์เซ็นต์ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรอยากปลูกขายให้และเขาจะอยู่ได้ แต่หากมีราคากลางของผักปลอดสารพิษเราก็จะยึดตามหลักราคากลาง คนที่มากินจะพอใจในอาหารเพราะรู้ว่าเป็นร้านปลอดสารพิษ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษขายโดยตรงแก่ลูกค้า เช่น ผัก ข้าวสาร ปลอดสารพิษ

ผลตอบรับดีโดยเฉพาะลูกค้าประจำจะมาเกือบทุกสัปดาห์ บางคนมาจากกทม. หรือจังหวัดใกล้เคียง ส่วนต้นทุนในการขนส่งจะช่วยได้มาก เพราะซื้อสินค้าในพื้นที่ ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมาก โดยพยายามชักชวนให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรแบบออร์แกนิกมากขึ้นเพื่อเป็นโอกาสรอดของเกษตรกรไทย เพราะเราจะไปทำสินค้าราคาถูกแข่งกับตลาดจีนไม่ไหว เราสู้ราคาเขาไม่ได้ แต่จะสู้ได้กับสินค้าคุณภาพสูงเพื่อตลาดในประเทศและเพื่อส่งออก

ด้าน เนตรอำไพ สาระโกเสส เชฟและเจ้าของร้านทริปเปล็ตส์ (Triplets) กล่าวว่า เธอเน้นวัตถุดิบในประเทศ เพราะมีแนวคิดเกี่ยวกับโลคัลฟู้ดส์ ที่ไม่ใช่เป็นแค่ร้านอาหาร แต่จะเป็นร้านที่นำเสนอให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้วัตถุดิบในประเทศ โดยเฉพาะผักผลไม้จากโครงการหลวงเป็นส่วนใหญ่ ที่เหลือก็เป็นผู้ประกอบการในประเทศ เพราะผักผลไม้ในประเทศไทยก็อร่อยไม่แพ้ต่างชาติ แถมยังช่วยด้านเศรษฐกิจช่วยสร้างงานให้เกษตรกรมีรายได้ สนับสนุนคนไทยด้วยกันเอง วัตถุดิบในประเทศใหม่สดไม่เปลืองพลังงาน

“อาหารแช่แข็งเป็นอาหารที่แทบจะใช้พลังงานสิ้นเปลืองในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นกล่องพลาสติกที่ใส่ การขนส่ง แล้วยังจะต้องแช่เย็นไว้ตลอดเวลา แถมตอนจะกินยังต้องใช้ไมโครเวฟอุ่นอีก ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรจะกินอาหารแช่แข็ง กินอาหารในบ้านเราดีกว่า สดใหม่ถูกและดี”

เนตรอำไพ บอกว่า ที่ยุโรปมีการรณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจัง ออกเป็นข้อกำหนดเลยว่า การใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิตจนถึงสถานประกอบการต้องไม่ไกลกว่า 150 กิโลเมตร หรือขับรถถึงไม่เกิน 2 ชั่วโมง ส่วนที่อเมริกากำหนดไว้ว่าไม่เกิน 650 กิโลเมตร หรือขับรถไม่เกิน 1 วัน

“ทางร้านเราก็อยากรณรงค์เรื่องการใช้ของในประเทศไม่ห่างไกลจากแหล่งผลิตแบบข้ามน้ำข้ามทะเล ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น ช่วยลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันเป็นผลไปสู่โลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง

แม้กระทั่งการเลือกซื้ออาหารที่ถูกต้องเหมาะสม ก็สามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ แล้วยังจะช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่งข้ามประเทศอีกด้วย”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท