
ภาระกิจอันหนักอึ้งของเชเฟอร์
โดย...สไปเดอร์แมว
โดย...สไปเดอร์แมว
แม้จะประเดิมการคุมนัดแรกด้วยชัยชนะเหนือ พม่า 1-0 ในเกมนัดอุ่นเครื่อง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่ต้องยอมรับว่าผลงานโดยรวมของทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของ วินฟรีด เชเฟอร์ ยังไม่เป็นที่น่าประทับใจแฟนบอลเท่าใดนัก
“เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา โหม่งให้ไทยขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ไก่โห่ในนาทีที่ 2 ซึ่ง ณ วินาทีนั้น แฟนบอลต่างคิดว่าสกอร์น่าจะไหลมาเทมาแน่นอน แต่กลายเป็นว่าไทยก็ยิงได้ลูกเดียวแค่นั้นแหละ ทั้งที่เป็นฝ่ายครองเกมและมีโอกาสลุ้นประตูหลายต่อหลายครั้ง
แถมบางช่วงยังโดนพม่าเปิดเกมบุกเข้าใส่และเกือบโดนตีเสมอเสียด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ต้องเห็นใจด้วยว่า เชเฟอร์ เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นานและแข้งไทยก็เพิ่งเข้าแคมป์รวมตัวฝึกซ้อมกันได้ไม่กี่วัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นปัญหาของนักเตะไทยที่ยังแก้ไม่ตกเหมือนเดิมคือ “จังหวะจบสกอร์” ที่ยังไม่เฉียบขาดพอ ซึ่งสาเหตุนี้เชเฟอร์ กล่าวได้น่าสนใจมาก
“ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทีมในลีกของไทยส่วนใหญ่ใช้กองหน้าชาวต่างชาติจึงทำให้นักเตะไทยมีปัญหาในการจบสกอร์”
จะว่าไปก็จริงอย่างที่ เชเฟอร์ ว่านะครับ เพราะทุกวันนี้แทบทุกสโมสรในไทยพรีเมียร์ลีกมีแข้งต่างชาติเต็มไปหมด ทั้งผิวสี ผิวเหลือง ตาตี่ ตาน้ำข้าว สารพัดเชื้อชาติจริงๆ
ดังนั้น คำถามจึงวนไปถึงกฎการส่งผู้เล่นต่างชาติลงสนามในฟุตบอลลีกว่า กฎส่งชื่อ 7 คน ลงสนามได้ 5 คนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นเหมาะสมมากน้อยแค่ไหน และเป็นการปิดโอกาสในการพัฒนานักเตะไทยหรือเปล่า ซึ่งเป็นการบ้านที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยต้องนำไปพิจารณาให้ดี
นอกจากประเด็นผู้เล่นต่างชาติแล้ว เรื่องการจัดวางโปรแกรมทีมชาติเป็นอีกเรื่องที่สมาคมต้องรีบจัดการโดยด่วน
ปีที่แล้วทีมชาติไทยตกรอบสารพัดรายการ พร้อมข้ออ้างคือ“โปรแกรมเตะในประเทศถี่เกินไป” ส่งผลให้นักเตะล้าและทีมชาติมีเวลาเตรียมตัวน้อย
ในเมื่อรู้สาเหตุแล้ว แต่ปีนี้คิวเตะต่างๆ ยังต้องบอกว่า “ห่วยแตก” เหมือนเดิม
ถึงทุกวันนี้โปรแกรมไทยพรีเมียร์ลีกยังไม่นิ่ง ยังไม่มีอะไรแน่นอน เดี๋ยวเลื่อนแล้วเลื่อนอีก มิหนำซ้ำทีมชาติไทยชุดใหญ่สนิมเกาะหน้าแข้งกันหมดแล้ว เพราะไม่มีโปรแกรมอุ่นเครื่องเลยเป็นเวลากว่า 7 เดือนเข้าไปแล้ว ไม่รู้ว่ากลัวนักบอลจะเหนื่อยหรืออย่างไร ในขณะที่ชาติอื่นเค้าเตะกันโครมๆ
และพอมีคิวลับแข้ง เราก็ได้อุ่นเครื่องกับสุดยอดทีมลูกหนังโลกอย่างพม่า !!!
นี่ขนาดเรามีนายกสมาคมเป็นถึงบอร์ดบริหารของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) นะเนี่ย
ทั้งนี้ ไม่ได้ดูถูกดูแคลนฝีเท้าของแข้งพม่า แต่ถ้าหากเราต้องการก้าวขึ้นไปในระดับที่สูงกว่านี้ คู่ต่อกรก็ควรเป็นทีมที่มีมาตรฐานในระดับหนึ่ง
เท่านั้นยังไม่พอ ไม่รู้เหมือนกันว่าสมาคมทำงานกันอย่างไร สเตฟาน บราซัส และ นอร์เบิร์ต เฮาเอนสไตน์ 2 โค้ชชาวเยอรมัน ที่ถูกดึงตัวมาเพื่อให้มาช่วย เชเฟอร์ ในตำแหน่งโค้ชผู้รักษาประตูและโค้ชฟิตเนส ก็เผ่น กลับบ้านไปแล้วเพราะมีปัญหาเรื่องสัญญาการทำงาน
งานนี้เล่นเอางงกันทั่วบ้านทั่วเมือง เพราะเห็นออกข่าวเปิดตัวกันโครมๆ เราก็นึกว่าคุยกันเรียบร้อยแล้วเสียอีก...เฮ้อออ
เอาล่ะครับ ในเมื่อเป็นทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เรายังคงต้องให้กำลังใจ เชเฟอร์ และนักเตะไทยกันต่อไป โดยหลังจากนี้ไทยเตรียมอุ่นเครื่องกับ “เจ้าถิ่น” บุรีรัมย์ พีอีเอ จ่าฝูงไทยพรีเมียร์ลีก ก่อนลงทำศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรก ที่จะรับการมาเยือนของ ปาเลสไตน์ ที่สนามนิว ไอ-โมบาย สเตเดียม วันที่ 23 ก.ค. ดูจากชื่อชั้นแล้ว ปาเลสไตน์อาจไม่ได้ถือว่าเป็นทีมชั้นนำของเอเชีย แต่ด้วยเหตุผลและปัจจัยหลายๆ อย่าง (โดยเฉพาะการทำงานของสมาคม) เชื่อว่าคงไม่ใช่งานง่ายที่ทีมชาติไทยจะผ่านเข้ารอบไปได้
ไทยแลนด์...สู้สู้ !!!







