
เทคนิคชะลอวัย... แก้ปัญหาร่องแก้มลึก ผิวหน้าหย่อนคล้อย
ร่องแก้มลึกและผิวหน้าหย่อนคล้อยคือปัญหาที่สังเกตเห็นได้ชัดเมื่ออายุมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อถึงวัย 40 ขึ้นไป
ร่องแก้มลึกและผิวหน้าหย่อนคล้อยคือปัญหาที่สังเกตเห็นได้ชัดเมื่ออายุมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อถึงวัย 40 ขึ้นไป
เนื่องจากผิวบริเวณ UZone ซึ่งได้แก่แก้มทั้งสองข้างไปจนถึงบริเวณคางจะหย่อนยานและสูญเสียความยืดหยุ่นได้ง่าย เพราะผิวบริเวณนี้ไม่มีกระดูกรองรับโดยตรงเหมือนผิวช่วง TZone โดยเฉพาะในผู้ที่มีเนื้อกระพุ้งแก้มเยอะ จะยิ่งทำให้เกิดรอยพับชัดเจนบริเวณร่องแก้ม และเกิดปัญหาแก้มหย่อนคล้อยได้มากเป็นพิเศษ ซึ่งวงการแพทย์สมัยก่อนก็ต้องยกให้การศัลยกรรมเพราะมีทางเลือกน้อย แต่หลายปีมานี้ก็ได้ค้นพบหลากหลายวิธีที่ช่วยชะลอการผ่าตัดดึงหน้าออกไปได้อีกนานหลายปีด้วยการใช้เทคโนโลยีทางเลือก อาทิ คลื่นวิทยุ (Radio Frequency) เลเซอร์ และคลื่นเสียง Ultrasound เพื่อช่วยเพิ่มความกระชับยืดหยุ่นให้กับผิว และกระตุ้นคอลลาเจนซึ่งเปรียบเสมือนโครงสร้างคอยพยุงผิวไม่ให้หย่อนคล้อย
Power Lift ส่งพลังงานมวลคลื่นความร้อนแบบจำเพาะลงไปที่เซลล์ผิวในชั้นคอลลาเจนลึกประมาณ 35 มิลลิเมตร ด้วยความร้อนประมาณ 70ฐC โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอกหรือเซลล์ผิวข้างเคียงแต่อย่างใด เพราะมวลความร้อนจะทำงานแบบเจาะจงลงไปที่บริเวณแคบๆ ที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ และมีระบบสัมผัสเย็น (Cooling Contact) ห่อหุ้มชั้นผิวไว้อย่างดี ขณะทำอาจรู้สึกอุ่นเพียงเล็กน้อย หลังทำผิวจึงไม่ลอกแดงหรือมีสะเก็ดแผลเหมือนการทำเลเซอร์กระชับผิวทั่วไป แต่ในบางรายผิวอาจแดงระเรื่อจางๆ ซึ่งจะค่อยๆ หายไปจนเป็นปกติใน 12 ชม. อย่างไรก็ดีควรทาครีมกันแดดเป็นประจำและเลี่ยงแสงแดดจ้าในช่วง 3 วันแรก เพราะผิวในช่วงนี้อาจ Sensitive กว่าปกติเล็กน้อย
วิธีนี้เป็นการกระตุ้นปริมาณคอลลาเจนพร้อมจัดเรียงเส้นใยอีลาสตินให้เข้าที่ ทำให้ผิวหดกระชับตัวในทันที และจะค่อยๆ สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นใหม่ใน 710 วัน หลังทำครั้งแรกจะสังเกตได้ว่ารูขุมขนดูเล็กลง ผิวหน้ามีความยืดหยุ่นมากขึ้น และเมื่อทำอย่างต่อเนื่องจะสังเกตได้ว่ารอยร่องแก้มลึกดูตื้นและสั้นลง ส่วนปัญหาผิวหย่อนคล้อยดูกระชับได้รูปขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้วแนะนำให้ทำต่อเนื่องเดือนละ 2 ครั้งต่อเนื่องกัน 5 ครั้งขึ้นไปเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยทำควบคู่กับการฟื้นฟูในระดับเซลล์ชั้นลึก เพื่อดีทอกซ์ล้างพิษช่วยล้างอนุมูลอิสระ จะทำให้ผิวสดใส เปล่งปลั่ง เห็นผลรวดเร็วขึ้น เพราะเป็นการดูแลจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคลเป็นหลัก นอกจากนั้นก็ควรดูแลสุขภาพผิวหน้าด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์จากการทำทรีตเมนต์จะคงอยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วย







