posttoday
จะพลิกอีกมั้ย?

จะพลิกอีกมั้ย?

12 กุมภาพันธ์ 2553

...kk18

...kk18

ในขณะที่ศึกพรีเมียร์ลีกกำลังขับเคี่ยวกันอย่างตื่นเต้น ก็ต้องพักเบรกในสุดสัปดาห์นี้ เพราะเป็นคิวของศึกเอฟเอ คัพ ที่ดำเนินมาถึงรอบ 5 แล้ว

16 ทีมอรหันต์ที่ผ่านมาถึงรอบนี้ ประกอบด้วย 9 ทีมจากพรีเมียร์ลีก 5 ทีมจากแชมเปียนชิพ และทีมจากลีกวันกับลีกทูอย่างละ 1 ทีม แต่สำหรับทีมในกลุ่มบิ๊กโฟร์ สามารถเอาตัวรอดผ่านเข้ามาได้แค่ทีมเดียว คือ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล โดนทีเด็ดพลิกล็อกอันขึ้นชื่อของศึกลูกหนังรายการนี้ ทำร่วงตกรอบไปหมดแล้วเรียบวุธ

ด้วยเหตุนี้เอง ทีมสิงห์บลูจึงถูกมองว่าน่าจะมีโอกาสป้องกันแชมป์ได้สูง แต่ก่อนอื่นต้องผ่านด่านต่อไปให้ได้เสียก่อนโดย เชลซี จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี ในวันเสาร์นี้

เชลซีเพิ่งกรำศึกหนักเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในเกมออกไปพ่ายเอฟเวอร์ตัน 12 จึงเชื่อว่า เกมนี้กุนซือคาร์โล อันเชล็อตติ น่าจะพักแข้งหลักบางราย แต่คงไม่ถึงขั้นเปลี่ยนยกทีม เพราะอุตส่าห์มาไกลถึงขั้นนี้แล้ว แถมทีมหนักก็เหลืออยู่นิดเดียว ถ้ามาปิ๋วตกรอบตอนนี้ คงน่าเสียดายแย่

ความพร้อมของทีมสิงโตน้ำเงินคราม ยังคงหมดสิทธิใช้งานโจเซ โบซิงวา, มิชาเอล เอสเซียง ที่ยังเจ็บยาว ทำได้แค่นั่งดูเพื่อนเช่นเดิม นอกจากนี้ยังจะไร้เงา จอห์น เทอร์รี ปราการหลังจอมเจ้าชู้ที่สโมสรเปิดไฟเขียวให้บินไปง้อภรรยา โทนี พูล ถึงดูไบ ดังนั้น อเล็กซ์ กองหลังชาวแซมบาจึงน่าจะได้โอกาสลงยืนบัญชาเกมรับคู่กับ ริคาร์โด คาร์วัลโญ แทน

ขณะที่คาร์ดิฟฟ์ แม้จะเป็นทีมต่ำชั้นกว่า แต่ฟอร์มช่วงหลังถือว่ายอดเยี่ยมไม่น้อย โดยแพ้แค่นัดเดียวจาก 10 นัดหลังสุดในทุกรายการ รั้งอันดับ 4 ของลีกแชมเปียนชิพ

อย่างไรก็ตามทีมเจ้านกนางแอ่นของกุนซือ เดฟ โจนส์ กำลังเผชิญปัญหาแข้งเจ็บระนาว ตั้งแต่กองหลังยันกองหน้า รวมแล้วมากกว่า 10 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นกำลังสำคัญของทีมเช่น “กัปตันทีม” มาร์ก ฮัดสัน, เกวิน เร, เจย์ โบธรอยด์ รวมทั้ง โจ เลดลีย์ ปีกตัวเก่งที่ตกเป็นเป้าหมายของหลายทีมในพรีเมียร์ลีก โดยมีรายงานว่า โจนส์ อาจเหลือนักเตะที่ฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามแค่ 15 รายเท่านั้น

ดังนั้น คาร์ดิฟฟ์ ในฐานะทีมรองแชมป์เมื่อ 2 ปีก่อน จึงต้องฝากความหวังไว้ที่ ไมเคิล โชปรา ดาวยิงจอมพเนจร และทีเด็ดอีกหนึ่งตัวที่แผงหลังเชลซีจะประมาทไม่ได้เลยคือ ปีเตอร์ วิตติงแฮม กองกลางที่สอดขึ้นมาพังประตูได้ดีเหลือหลาย โดยนำเป็นดาวซัลโวของลีกแชมเปียนชิพอยู่ในขณะนี้ ด้วยผลงานกะซวกตาข่ายคู่แข่งไปแล้ว 15 ประตู

คู่นี้ไม่ว่าจะมองเหลี่ยมไหน มุมไหนเชลซีดูเหนือกว่าไปหมด ทั้งความพร้อมของทีม ชื่อชั้นตัวผู้เล่น กึ๋นของกุนซือ โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ ซึ่งเชลซีลงเตะไป 19 นัดทุกรายการในซีซันนี้ ยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น โดยเก็บชัยชนะได้ถึง 17 นัด และเสมออีก 2 นัด

เชื่อขนมกินได้เลยว่า แท็กติก “อุดแล้วสวน” จะเป็นกลยุทธ์ที่คาร์ดิฟฟ์งัดออกมาใช้ในเกมนี้แน่นอน ซึ่งถ้าพวกเขาเอาตัวรอด สามารถบุกมายันเสมอได้ก็ถือว่า (โคตร)สุดยอดแล้ว

แต่หลายครั้งครับที่ทีมที่ดูเหนือกว่าหลายขุมต้องเจอกับกิตติศัพท์ “ความพลิกล็อก” ของศึกเอฟเอ คัพ ซึ่งถ้าให้ฟันธงความน่าจะเป็นของคู่นี้ ผมก็ยังเชื่อว่าเชลซีน่าจะฉลุยเข้ารอบได้ไม่ยาก

แต่ถ้าถามใจจริงแล้ว แฟนสิงห์บลูอย่าโกรธกันนะครับ ผมอยากให้มันพลิกล็อกวินาศสันตะโรไปเลย สะใจดี !!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท