posttoday
จัดเต็มแบบ บียอนเซ

จัดเต็มแบบ บียอนเซ

12 กรกฎาคม 2554

ผลงานใหม่ล่าสุดของผู้หญิงแถวหน้าแห่งโลกดนตรีปัจจุบันก็พุ่งปรี๊ดขึ้นอันดับ 1 ของบิลบอร์ดชาร์ตไปแล้วเรียบร้อย

ผลงานใหม่ล่าสุดของผู้หญิงแถวหน้าแห่งโลกดนตรีปัจจุบันก็พุ่งปรี๊ดขึ้นอันดับ 1 ของบิลบอร์ดชาร์ตไปแล้วเรียบร้อย

โดย.. เพ็ญแข

ซึ่งก็ทำให้ บียอนเซ กลายเป็นศิลปินหญิงคนที่ 2 ซึ่งมีโอกาสได้เห็น 4 อัลบั้มแรกของตัวเองเปิดตัวในอันดับที่ 1 ของ บิลบอร์ด 200 โดยก่อนหน้านี้มีเพียง บริตนีย์ สเปียร์ส เท่านั้นที่ทำได้

สัปดาห์แรกซึ่งออกวางขาย อัลบั้ม 4 ของ บียอนเซ ขายได้มากกว่า 3 แสนชุด แต่นับแล้วยังขายได้น้อยกว่างานชุดก่อนๆ ของเธอ เหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่างานชุดนี้ไม่มีเพลงซูเปอร์ฮิตมาดึงดูดความสนใจ ซิงเกิลแรกซึ่งนับเป็นเพลงที่ดังที่สุดของอัลบั้มคือ Run the World (Girls) ก็ไต่ขึ้นไปถึงแค่อันดับที่ 29 ในบิลบอร์ด 100 นับเป็นครั้งแรกที่ซิงเกิลแรกของ บียอนเซ ร่วงต่ำกว่าอันดับท็อป 10 แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าอัลบั้มชุดนี้จะน่าสนใจน้อยกว่างานอื่นๆ ที่ผ่านมาของเธอ

จัดเต็มแบบ บียอนเซ

ว่ากันว่า ก่อนที่ 12 เพลงจะถูกเลือกนำมารวมกันไว้ในอัลบั้มนี้ บียอนเซ ทำเพลงออกมามากถึง 70 เพลง โดยมีหลากหลายโปรดิวเซอร์มาร่วมงาน หนึ่งในบรรดาโปรดิวเซอร์พูดว่า งานนี้สร้างขึ้นโดยมีงานของวงอิเล็กทรอนิกส์จากอังกฤษอย่าง ดีเพชีโหมด เป็นอิทธิพล แต่หลังจากที่ได้ลองฟังแล้วดูเหมือนจะไม่ใช่ (ทั้งหมด)

บทเพลงที่รวมอยู่ในอัลบั้มนี้มีหลากกลิ่นและมีอิทธิพลจากหลายยุค โดยตัว บียอนเซ ทำหน้าที่เอกเซคลูทีฟโปรดิวเซอร์ และร่วมแต่งในหลายเพลง

เปิดอัลบั้มด้วยการโชว์พลังเสียงของดีวา 1+1 เป็นเพลงเซ็กซี่เร้าอารมณ์ พอๆ กับเสียงกีตาร์ไฟฟ้า ตามด้วย I Care อันแข็งแกร่งและงดงาม I Miss You โหยหวนรำพึงรำพันในทุกๆ ถ้อยคำ แต่ตอนจบกลับจืดชืดไปสักหน่อย

จัดเต็มแบบ บียอนเซ

Best Thing I Never Had งานจากฝีมือของ เบบี้เฟซ เป็นบทเพลงของสาวแกร่งที่พร้อมฮึกเหิมจะเดินต่อไปข้างหน้าไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบันเผชิญกับเรื่องราวใดอยู่

Party เพลงแนวฟีลกู๊ดในกลิ่นอายยุค 1980 งานนี้มี คานเย เวสต์ มาร่วมโปรดิวซ์โดยมี อังเดร 3000 มาส่งเสียงร้อง Rather Die Young ในเนื้อเอ่ยอ้างถึง เจมส์ ดีน “I rather die young/ Than live my life without you/ Rather not live at all...”

Start Over เป็นอีกหนึ่งเพลงรักหนักหน่วงอารมณ์ ตามด้วย Love on Top ที่มีกลิ่นอายอาร์แอนด์บีแห่งปี 1980 ผสมผสาน นี่สามารถเป็นเพลงซาวด์แทร็กสำหรับเรื่องรักของใครบางคนได้

Countdown นำเพลง Uhh Ahh มาแซมพ์เป็นเพลงเต้นรำหนุกหนาน End of Time มีอิทธิพลของ เดอะ ดรีม คนแต่งเพลงร่วมและโปรดิวเซอร์อยู่ทั่วเพลง โดดเด่นเป็นพิเศษคือ เสียงกลอง

จัดเต็มแบบ บียอนเซ

 

I Was Here จากปลายฝีมือของ ไดแอน วอร์เรน เป็นเพลงบัลลาดเก๋ๆ สำหรับ บียอนเซ ก่อนจะปิดท้ายอย่างเร้าใจด้วยเพลง Run the World (Girls) ซิงเกิลแรกของอัลบั้มนี้ ซึ่งสามารถเป็นธีมชีวิตสำหรับสาวๆ ได้

จุดอ่อนของอัลบั้มอาจจะอยู่ที่เพลงแรกๆ ที่ออกจะคึกคักเร้าใจชวนติดตามน้อยไปสักหน่อย ถ้าย้ายเพลงเหล่านั้นไปอยู่ท้ายๆ อัลบั้มน่าจะดูดีกว่า งานนี้จุดเด่นของเพลงตกไปอยู่ที่เนื้อหา จังหวะลีลาดนตรีดูจะไม่ค่อย “โดน” สักเท่าไหร่ เพลงบัลลาดของ บียอนเซ นั้น ติดกลิ่นอายอดีตมากรุ่นๆ บางเพลงทำให้นึกถึงงานของ วิทนีย์ ฮูสตัน ซะด้วยซ้ำ !!!

ส่วนความสามารถทางด้านการร้องเพลงของ บียอนเซ นั้น แทบจะไม่ต้องมีอะไรให้พิสูจน์อีก และอัลบั้มนี้เธอก็ “จัดเต็ม” ตั้งแต่ต้นจนจบ นักแต่งเพลงดังอย่าง เบบี้เฟซ คอมเมนต์ว่า บียอนเซ นั้นใกล้เคียงกับความสมบูรณ์แบบมากที่สุด และวันนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้ ซึ่งเราก็ขอยกมือสนับสนุน แต่ก็ยังคาดหวังที่จะได้พบกับผลงานของเธอ ซึ่งสามารถทำให้เราตะลึงในอนาคต

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ