
มะเร็ง
คนเราถ้าจิตใจไม่เข้มแข็งซะอย่าง พอมีอะไรเข้ามากระทบก็จะทำให้ชีวิตหวิดร่วงได้
คนเราถ้าจิตใจไม่เข้มแข็งซะอย่าง พอมีอะไรเข้ามากระทบก็จะทำให้ชีวิตหวิดร่วงได้
โดย..ปู โลกเบี้ยว
คนเราถ้าจิตใจไม่เข้มแข็งซะอย่าง พอมีอะไรเข้ามากระทบก็จะทำให้ชีวิตหวิดร่วงได้ ถ้าจิตใจแข็งแรงแม้ว่าตัวจะเจ็บป่วยเพียงใดก็ยังคงสามารถยืนอยู่อย่างมีความสุขได้
โดยเฉพาะพวกที่ขี้กลัวจิตอ่อนและคิดมากด้วยแล้ว เจอเรื่องแรงๆ เข้าไปนิดหน่อยถึงกับจิตป่วนสติแตกแน่
วันก่อนไปกินพวกของปิ้งย่างเจอคุณน้องผู้จัดการร้านที่คุ้นเคยกัน พอน้องเขาเห็นปูเดินมาก็น้ำตาคลอเบ้าเข้ามาเลย ปูถามเป็นไร บอกว่าหนูไม่สบาย ไปตรวจร่างกายมาหมอบอกว่าไม่แน่ใจ เหมือนมีจุดดำในช่องท้อง ทั้งจุกและเจ็บ เอากล้องส่องเข้าไปข้างในเพื่อเช็กด้วย เนี่ยก็ต้องไปตรวจอีกที คุณหมอส่งผลไปตรวจที่ศิริราชแล้ว กินไม่ได้นอนไม่หลับ น้ำหนักลดไปแล้ว 7 กิโล เหี่ยวเศร้ากลัวกังวลลุ้นผลตรวจอยู่
ดูจากดวงชะตาและกำลังวังชาที่น้องเขาวิ่งไปวิ่งมาดูแลลูกค้าในร้านแล้ว ปูก็บอกว่ายังไม่ตายหรอกแก พลังชีวิตยังเยอะอยู่ ดูจากดวงแล้วเกิดจากความเครียดมากกว่า อาจจะมีกรดและแก๊สในท้องเยอะไปรึป่าว พี่เคยเป็น ใช้เวลารักษาเป็นปีเลยนะ เพราะมันเกิดจากความเครียดข้างในที่เราไม่รู้ หรือไม่รู้สึกตัวนั่นแหละ
น้องบอกว่านั่นซิพี่ พวกลูกน้องบอกว่าเดี๋ยวนี้หนูปากจัดขึ้น เอะอะก็ด่า หนูไม่เคยเป็นเลยนะ แล้วก็ชอบจุกและเจ็บในท้องกินไม่ค่อยได้
นั่นเห็นมั้ยว่าตื่นตูมซะแร้วมั้ยล่ะ ยังไม่ทันรู้แน่ชัดเลยว่าตัวเองเป็นอะไรก็คิดมากล่วงหน้าไปก่อนแล้ว คิดว่าตัวเองจะตายซะงั้นสติเลยแตก
อีกราย เจ๊ตุ่นเป็นแม่ค้าขายอาหารสำเร็จรูปพวกกับข้าวในตลาด ปูรู้จักกับเจ๊ตุ่นเพราะแกเป็นแฟนคลับของชาวลูกทุ่งมหานคร FM 95 เจ๊ตุ่นจะชอบมาร่วมกิจกรรมของคลื่นอยู่เป็นประจำ มีงานคลื่นที่ไหนพี่แกก็จะอาสาทำอาหารมาให้พวกเหล่า DJ ได้รับประทานกันอิ่มหนำสำราญ
เจอทีไรแกจะบอกแต่ว่า พี่ใกล้ตายแล้วนะ หมอบอกว่าเป็นมะเร็งต้องฉายแสง ฉีดยาต้องให้คีโม และคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแน่ หมอว่าประมาณ 2 เดือน
ปูก็ตรวจดวงชะตาก็ไม่เห็นจะมีอะไรนี่หว่า จากน้ำเสียงแล้วก็ยังดูมีพลังของชีวิตอยู่ ปูก็ว่ายังไม่ตายหรอก เสียงดังฟังชัดขนาดนี้ เพื่อนๆ DJ และสามีเจ๊ก็บอกว่าผิดแล้วพี่ปู เจ๊ตุ่นแกเป็นมะเร็งจริงๆ เนี่ยแกก็พยายามทำบุญสารพัดก่อนตาย เอ้า เอาเข้าไป ปูยังแนะนำให้ไปวัดธรรมปัญญาราม บางม่วง เพื่อสักการะพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า พระหมอยา เพื่อกำลังใจของคนที่เจ็บป่วยเลย
เจ๊ตุ่นจากร้องไห้ทุกวัน จากไม่เคยไปไหนเลย วันๆ ทำแต่กับข้าวขาย ทำงานเก็บเงินอย่างเดียวอ่ะ ก็เริ่มเดินสายทำบุญ ทำกับข้าวมาเผื่อน้องๆ ที่ FM 95 เริ่มออกไปเจอะเจอผู้คน กลางค่ำกลางคืนนอนไม่หลับคิดมากเครียด ก็ลุกขึ้นมาทำกับข้าวให้สามีขับรถมาส่งที่ อสมท ซะงั้น
เจ๊ตุ่นแกเล่าว่าวันหนึ่งเมื่อคลอดลูกคนเล็กให้นมเสร็จ คุณสามีสังเกตเห็นว่าทำไมหัวนมถึงได้แข็งๆ แปลกๆ เลยให้ไปตรวจ ก็ไปตรวจโรงพยาบาลแถวบ้านเป็นโรงพยาบาลเอกชน หมอบอกว่าเจอก้อนเนื้อร้าย เป็นมะเร็ง ต้องตัดทิ้ง หมอแนะนำให้ทำบุญและทำพินัยกรรมได้เลย เจ๊ตุ่นบอกว่าตอนนั้นร้องไห้ทุกวันเลย เสียเงินไปเป็นล้านในการรักษาตัว ไปรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ
หมอถามว่าจะเบิกประกันสังคมมั้ย ถ้าเบิกก็ได้ตัวยาระดับหนึ่ง ถ้ายอมเสียเงินก็จะได้ตัวยาที่ดีหน่อย โดสหนึ่ง 9 หมื่นกว่าเกือบแสนอ่ะ เจ๊ตุ่นยอม เพราะหมอบอกว่าคงรักษาไม่หาย ตายแน่มีเวลาอีกแค่ 2 เดือน ก็เวลาที่เข้าอุโมงค์ตรวจอ่ะครั้งล่ะ 2 หมื่นเชียวนะ ยังจะต้องฉีดยาครั้งล่ะเกือบแสนอีก หมอบอกว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ฉายแสงไม่ได้เพราะเป็นข้างเดียวกับหัวใจมันใกล้กันมากไป ถ้าขืนไปฉายแสงเข้ามันจะอันตรายมาก แถมยังไปทำให้กระดูกมีปัญหาอีก ให้ลองใช้วิธีปลูกถ่ายไขกระดูกจากไขสันหลัง การปลูกถ่ายไขสันหลังเพื่อไปรักษาเนี่ยต้องใช้เงินอีกเป็นล้าน เตรียมขายบ้านที่ใต้แล้วล่ะ เอ้า! เอาก็เอาว่ะ
เสียเงินไม่ว่าเผื่อจะสามารถยื้อชีวิตไว้ได้ให้นานที่สุด
ลูกก็ยังเล็กอยู่ด้วย มีห่วงเยอะ ตอนที่หมอเจาะไขสันหลังเจ็บและทรมานมากที่สุดในชีวิต ทำไปทำมา จากที่เคยไปรักษากับคุณหมอคนเดิมและลูกศิษย์ของคุณหมอ ก็คิดว่าไหนๆ ก็คงไม่รอดแล้วก็เลยไปลองปรึกษาคุณหมอคนอื่นๆ ดู คือไประบายนั่นแหละ ไปเจอเข้ากับรุ่นพี่ของคุณหมอที่รักษา ปรากฏว่าไปตรวจอีกทีให้แน่ใจที่โรงพยาบาลรามา อ้าว! ไม่ต้องตัดแล้ว หมอบอกว่าอาจตรวจผิดก็ได้ เลยให้ตรวจแบบละเอียดอีกที ก็ไม่พบเนื้อร้าย ต่อมน้ำเหลืองก็หยุดโตแล้ว หายแล้วแต่ต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์อยู่ เจ๊ตุ่นบอกว่างงๆ ปูฟังยังงงเลยอ่ะ ยังไงเนี่ย ถ้าเกิดเป็นโรคหัวใจอยู่ด้วย พอได้ฟังหมอบอกว่าจะตายให้ไปทำพินัยกรรม มิช็อกตายไปแล้วรึ?
ดีที่เจ๊ตุ่นแกเป็นคนเข้มแข็ง ลุย สู้ ถึงแม้จะร้องไห้ตาปูดตาปลิ้นได้ทุกวันก็ตามเหอะ ดีที่มันแค่ “มาเล็ง” ยังไม่ทันมายิงเข้าอ่ะ
อย่างที่คำพระท่านสอนไว้ว่า ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ดีหรือชั่ว มันเกิดขึ้นเพราะใจเราคิด คิดแล้วจึงกระทำ ความคิดเป็นตัวนำให้เกิด คิดชั่วก็จะทำแต่เรื่องชั่ว คิดดีก็จะทำแต่เรื่องดีเรื่องงาม คิดมากประสาทกินสติแตกก็จะทำให้เรานั่นแหละทุกข์เอง







