
ทุกปัญหาแก้ไขได้ด้วยสติปัญญานั่นเอง(จบ)
ปุจฉา : ในสถานการณ์การเมืองที่ไม่นิ่ง ผันผวน ซึ่งเป็นผลมาจากระบบในสังคมที่ล้มเหลว หมู่ชนอ่อนแอ
ปุจฉา : ในสถานการณ์การเมืองที่ไม่นิ่ง ผันผวน ซึ่งเป็นผลมาจากระบบในสังคมที่ล้มเหลว หมู่ชนอ่อนแอ
โดย..พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : ในสถานการณ์การเมืองที่ไม่นิ่ง ผันผวน ซึ่งเป็นผลมาจากระบบในสังคมที่ล้มเหลว หมู่ชนอ่อนแอ จนทำให้เสียสติใหญ่ไหลตามกระแสไปอย่างขาดความถูกต้องชอบธรรม ดังผลแห่งการเลือกตั้งที่แสดงออกมาซึ่งอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องของสังคม ซึ่งเมื่อผลปรากฏเป็นเช่นนี้
ควรทำอย่างไรต่อการอยู่ร่วมในสังคมที่ขาดเสถียรภาพ ขาดความชอบธรรม ขาดความถูกต้อง ใคร่ขอทราบแนวคิดของพระอาจารย์ เพื่อการปรับสภาพจิตใจให้สามารถดำรงอยู่ในสังคมแบบนี้ได้ อย่างไม่สูญเสียคุณภาพและคุณค่าของความเป็นพุทธศาสนิกชน...
จาก อุบาสิกาแก้ว/เชียงใหม่
“...ตถาคตมิได้คัดค้านโลก...แต่มิได้ยึดติดในโลก...จึงควรแก่การกระทำ อตัมมยตา (ความไม่ยึดติด) ไว้ในใจ แม้ในกุศลธรรมทั้ง ๓ ภูมิ สมดังสุภาษิตที่ว่า ...อกุศลธรรม เราควรสลัดละ แต่สำหรับกุศลธรรมทั้ง ๓ ภูมิ เราควรมี อตัมมยตา (ความไม่ยึดติด)”
วิสัชนา : แม้ในสมัยเหตุการณ์ปัจจุบันก็เช่นเดียวกัน จากสถานการณ์ความไม่เรียบร้อยของสังคมประเทศชาติและของประชาคมโลก ที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัตินานาประการมากขึ้น ทั้งจากธรรมชาติและจากน้ำมือของมนุษย์ด้วยกัน... สมาชิกในสังคมก็สามารถแก้ปัญหาจากภัยวิบัติดังกล่าวได้ โดยการเข้าถึงปัญหาและเรื่องราวเหล่านั้นด้วยสติปัญญา ที่ต้องสร้างขึ้นด้วยอำนาจแห่งคุณความดีที่ก่อเกิดขึ้นจากจิตที่เรียกว่า คุณธรรม...
เพื่อการก้าวออกจากปัญหาด้วยปัญญา ...ดับความทุกข์ด้วยธรรม สมดังคำกล่าวที่ว่า “บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่ทิ้งธรรม แม้มีภัยมาเยือน...” ทั้งนี้เพราะบัณฑิตในความหมายแห่งธรรมนั้น ย่อมรู้ถึงคุณูปการแห่งอำนาจธรรมว่า สามารถใช้ประโยชน์เพื่อสยบภัยร้ายต่างๆ ได้อย่างแท้จริง และเชื่อมั่นว่า ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
จึงขอให้สาธุชนที่ต้องเผชิญกับกระแสแรงขับเคลื่อนจากภาคสังคมว่า จงมั่นคงในธรรม ดำรงตนอย่างมีสติปัญญา และขจัดความหวาดวิตกกังวลออกไป เพื่อไม่ให้จิตเสียคุณภาพธรรมในอันที่จะมองปัญหาเรื่องราวต่างๆ อย่างเข้าใจ และสามารถเข้าถึงกฎความจริงตามธรรมชาติได้ เพื่อมองเห็นหนทางที่จะออกมาจากปัญหาจากเรื่องราวเหล่านั้นได้ ทั้งนี้พึงคำนึงเสมอว่า ทุกปัญหามีทางแก้ ... ทุกเรื่องราวมีทางออก ด้วยอำนาจแห่งสติปัญญาของตน!!
ประการสำคัญ จงพึงอย่าต้านกระแสแห่งธรรมที่เกิดขึ้น... แต่ให้รู้จักการเปลี่ยนแปลงพัฒนาด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ไม่ขัดแย้งกับธรรม... ก็จะสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างมีความปกติสุข เพราะเมื่อเข้าถึงชั้นความจริงตามหลักปัจจยาการแล้วก็จะพบว่า ทุกปัญหา ย่อมแก้ไขได้เสมอด้วยสติปัญญาแห่งเรานั่นเอง และเข้าใจตามพุทธวจนะที่ว่า “...ตถาคตมิได้คัดค้านโลก... แต่มิได้ยึดติดในโลก...”
จึงควรแก่การกระทำ อตัมมยตา (ความไม่ยึดติด) ไว้ในใจแม้ในกุศลธรรมทั้ง ๓ ภูมิ สมดังสุภาษิตที่ว่า “...อกุศลธรรม เราควรสลัดละ แต่สำหรับกุศลธรรมทั้ง ๓ ภูมิ เราควรมี อตัมมยตา (ความไม่ยึดติด)” ซึ่งกล่าวสรุปได้ตรงธรรมว่า “ความทุกข์ทั้งหลายดับสิ้น เพราะการสลัดละขาดจากการยึดติดในโลกนี้ ไม่ว่า ดี... หรือชั่ว...”
ขอเจริญพร







