
แข้งสาวปลาดิบ...สร้างประวัติศาสตร์
คารินะ มารุยามา ตัวสำรองทีมชาติญี่ปุ่น สวมบทฮีโร่วิ่งแซงกองหลัง “เจ้าถิ่น” เยอรมนี
คารินะ มารุยามา ตัวสำรองทีมชาติญี่ปุ่น สวมบทฮีโร่วิ่งแซงกองหลัง “เจ้าถิ่น” เยอรมนี
เข้ายิงประตูในนาทีที่ 108 ช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที (เวลาปกติ 90 นาที เสมอ 0-0) รอบก่อนรองชนะเลิศ ฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์โลก 2011 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
และนั่นคือประตูชัย 1-0 ช่วยให้แข้งสาวจากแดนปลาดิบสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรก โดยจะตัดเชือกกับ สวีเดน ที่ต้อน ออสเตรเลีย 31 วานนี้ พร้อมดับฝันทีมเจ้าภาพที่หวังคว้าแชมป์โลก 3 สมัยติดต่อกัน
นอกจากนี้ ยังเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในรอบ 12 ปีของสาวเมืองเบียร์ หลังปราชัยครั้งสุดท้ายให้กับ สหรัฐ ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายตั้งแต่ปี 1999
“ฉันเห็นเธอ (มารุยามา) วิ่งอยู่ข้างหน้า แล้วก็เห็นช่องว่างในแดนรับ (เยอรมนี) ฉันจึงส่งบอลไปให้เธอ” โฮมาเระ ซาวะ กองกลาง ที่จ่ายบอลให้เพื่อนซัลโว กล่าว
แถม ซาวะ วัย 32 ปี ยังได้รับตำแหน่ง วูเมน ออฟ เดอะ แมตช์ อีกด้วย
“ฉันต้องขอถอดหมวกคารวะ เพราะนี่เป็นการเล่นบอลโลกครั้งที่ 5 ของเธอแล้ว แต่ก็ยังเล่นได้ดี” ซิลเวีย นีด โค้ชทีมเยอรมนี กล่าว
มารุยามา มีความสุขที่ทีมของเธอสู้จนจบแมตช์ และเธอก็เชื่อว่ามันเป็นความสำเร็จของทั้งทีม ไม่ใช่ความสำเร็จของเธอเพียงคนเดียว และความเกร็งของเยอรมนีในฐานะเจ้าภาพ ทำให้พวกเธอกดดันเล่นได้ไม่ค่อยดี จนต้องตกรอบในที่สุด
โนริโอะ ซาซากิ โค้ชทีมญี่ปุ่น วางแผนสู้กับเยอรมนีที่สูงใหญ่กว่า โดยเน้นการส่งบอลที่แม่นยำ ซึ่งมันก็ได้ผลมากกว่าการเล่นที่ดุดันของแข้งสาวเจ้าถิ่น
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้น่าจะเป็นศึกบอลโลกครั้งสุดท้ายของ บริจิต พรินซ์ ศูนย์หน้าที่ทำประตูมากที่สุดในฟุตบอลโลกหญิง เพราะหลังจากโชว์ฟอร์มไม่ดีมา 2 แมตช์ ก็กลายเป็นตัวสำรองในนัดสุดท้ายของกลุ่ม รวมถึงต้องนั่งข้างสนามในรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วย
หลังจบแมตช์ประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ของแข้งสาวเอเชีย นักเตะญี่ปุ่นก็มายืนถ่ายรูปหลังป้ายที่มีข้อความว่า
“สำหรับเพื่อนจากทั่วโลกของเรา ขอขอบคุณมากสำหรับการช่วยเหลือ”
นั่นคือการขอบคุณในความช่วยเหลือของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หลังญี่ปุ่นเพิ่งเจอภัยพิบัติครั้งร้ายแรงจากแผ่นดินไหวและสึนามิในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
ซาซากิ เชื่อว่าชัยชนะครั้งนี้สามารถเป็นกำลังใจให้คนญี่ปุ่นที่ประสบภัยธรรมชาติได้
ด้านทีมเยอรมนี เริ่มมีลางไม่ดีตั้งแต่นาทีที่ 4 แล้ว เพราะ คิม คูลิก กองกลางตัดเกมตัวเก่ง มีอาการเจ็บเข่าขวาจนต้องออกจากการแข่งขัน ทำให้ขาดหัวใจสำคัญในแดนกลาง
“มันช็อกเรามาก” โค้ชเจ้าภาพกล่าวถึงอาการบาดเจ็บของ คูลิก
หลังจากนั้น เจ้าถิ่นพยายามใช้ลูกกลางอากาศบอมบ์เข้าใส่ญี่ปุ่น แต่หลังจากนั้น 20 นาที เกมก็เริ่มเปลี่ยนไปเข้าทางญี่ปุ่น ที่ครองเกมมากขึ้นด้วยการเล่นลูกเลียดต่อบอลกันอย่างแม่นยำ ทำให้สามารถสู้กับสาวร่างยักษ์อย่างเยอรมนีได้เป็นอย่างดี
ซาวะ ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์ คอยกระตุ้นเพื่อนๆ ในทีมอยู่ตลอดเวลา ให้พยายามคุมเกมและเน้นความแม่นยำเพื่อหาโอกาสทำประตู
“ผู้เล่นของเราถูกบังคับให้อดทนและรอโอกาส” ซาซากิ ยอดโค้ชปลาดิบ กล่าวหลังพาทีมสร้างประวัติศาสตร์







