
บำบัดธรรมชาติด้วยพืชบำบัด
ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในอดีต คงเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาอยากจะให้คงอยู่
ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในอดีต คงเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาอยากจะให้คงอยู่
โดย.. ชุติมา สุวรรณเพิ่ม / ภาพ :ไม่เครดิต
แต่ดูเหมือนว่าในปัจจุบันการให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านั้นแลดูจางหายไป เพราะด้วยเทคโนโลยีและความเจริญก้าวหน้าทางด้านวัตถุ ได้ทำลายความยั่งยืนจีรังลดลงไปทุกที กอปรกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างผิดวิธี จึงเป็นการนำไปสู่ปัญหาความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ คือ ปัญหาน้ำเสียอันเกิดจากการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งต่างๆ เป็นผลให้นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นทวีคูณ
ด้วยเหตุดังกล่าว จึงเป็นที่มาของ 3 ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิเด็ก และบริษัท เฮงเค็ล (ประเทศไทย) ในการริเริ่มโครงการ “Henkel พลิกฟื้นผืนน้ำ...ตามรอยพ่อ” ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาแหล่งน้ำเสียที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการร่วมสดุดีพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะพระองค์เป็นผู้พระราชทานรูปแบบและพระราชดำริเรื่องการแก้ปัญหาน้ำเสียด้วยวิธี “พืชบำบัด” ให้แก่เหล่าพสกนิกรไทยทุกคน
ยึดพระราชดำริเป็นต้นแบบ
ปีนี้โครงการ “Henkel พลิกฟื้นผืนน้ำ...ตามรอยพ่อ” เพื่อเป็นการร่วมสดุดีพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชมัยพร เอื้อไพโรจน์กิจ ประธานบริษัท เฮงเค็ล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ด้วยเหตุผลสำคัญว่า “น้ำ” เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญในการใช้ดำรงชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการใช้งานในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ที่ปัจจุบันได้เกิดภาวะน้ำเน่าเสีย และกำลังทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ
และเนื่องในปีนี้เป็นโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา พนักงานของเฮงเค็ลจึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะดำเนินรอยตาม และสานต่อโครงการในพระราชดำริ “พืชบำบัด” ตามที่พระองค์ท่านได้ทรงคิดค้นแนวทางไว้
อีก 1 แม่งาน พรพิมล วรดิลก ที่ปรึกษาด้านกิจกรรมพิเศษ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า เมื่อปี 2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรน้ำเน่าเสียในพื้นที่หลายๆ แห่ง หลายครั้งครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และทรงเห็นว่าปัญหาน้ำเสียเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พระองค์ทรงห่วงใยในความเดือดร้อนทุกข์ยากจากปัญหาน้ำเสียนี้ จึงพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย ในระยะแรกทรงแนะนำให้ใช้วิธีใช้พืชน้ำมาช่วยกรองน้ำเสีย ต่อมาในปี 2531 ปัญหาน้ำเน่าเสียทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ วิธีเดิมไม่สามารถบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศที่เรารู้จักกันในชื่อ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” และได้นำมาใช้ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
ปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยพืช
เป้าหมายของโครงการนี้ คือ การช่วยบำบัดน้ำเสียในบ่อน้ำของมูลนิธิเด็กให้กลับมาสู่สภาพดี ให้เด็กๆ ได้ใช้น้ำในบ่อเหมือนน้ำดีทั่วไป เป็นแหล่งของการเรียนรู้ รักษา และดูแลสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น แต่ด้วยขนาดของกังหันน้ำชัยพัฒนามีขนาดใหญ่ จึงไม่เหมาะกับลักษณะของบางพื้นที่ที่มีขนาดเล็ก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริให้สร้างเครื่องกลเติมอากาศให้มีขนาดเล็กกะทัดรัดเพียง 60 เซนติเมตร ค่าใช้จ่ายในการสร้างและการดูแลรักษาน้อย สะดวกในการขนย้ายและติดตั้ง นำไปใช้ในสถานที่ที่ไม่สามารถติดตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนาได้ หรือนำไปใช้ร่วมกับกังหันน้ำชัยพัฒนา ซึ่งเหมาะกับสถานที่เล็กๆ ของมูลนิธิเด็ก
โดยเครื่องกลเติมอากาศนี้จะดึงน้ำเสียที่อยู่ก้นบ่อเข้าผสมอากาศ และเกิดคลื่นน้ำทำให้น้ำไหลหมุนเวียน น้ำเสียจะผสมกับออกซิเจนในอากาศจะทำให้น้ำมีคุณภาพ แต่เนื่องจากการปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยเครื่องกลเติมอากาศเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำที่มีสีเขียวเนื่องจากการเกิดสาหร่ายชั้นต่ำ (Algae) แต่ถ้านำการปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยพืชมาร่วมด้วย โดยในบ่อน้ำติดเครื่องกลเติมอากาศให้น้ำเกิดการไหลหมุนเวียน เติมออกซิเจนลงไปในน้ำ สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่จะไม่ตาย ทั้งยังช่วยให้จุลินทรีย์ในน้ำทำการย่อยสลายของเสียในน้ำ
และการปลูกพืชน้ำในรางพืชบำบัด โดยต้นพืชที่ใช้ได้แก่ต้นพุทธรักษา พืชจะดูดซับเอาแร่ธาตุสารอาหาร ความหนาแน่นของพืชจะกรองของเสีย ความเขียวของน้ำจะค่อยๆ ลดลง ซึ่งรางพืชนี้จะมีขนาดกว้าง 1 เมตร สูงครึ่งเมตร และยาว 20 เมตร หัวและท้ายมีแผ่นกั้นปรับระดับน้ำ ใส่ทรายหยาบหนา 10 เซนติเมตร ไว้ยึดต้นพุทธรักษาและเพื่อเป็นการบังคับให้พืชดูดซับเอาแร่ธาตุ สารอาหาร และส่วนตะกอนมาใช้เท่านั้น โดยจะมีการติดตั้งปั๊มน้ำเพื่อสูบน้ำให้ท่วมต้นพืชประมาณ 30 เซนติเมตร โดยปล่อยน้ำให้ไหลช้าๆ เพื่อป้องกันพืชล้มจากแรงดันน้ำ อีกทั้งจะได้แร่ธาตุอาหารและน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดการตกตะกอน และความหนาแน่นของพืชจะกรองของเสีย ทำให้น้ำค่อยๆ ใสขึ้น เนื่องจากสาหร่ายชั้นต่ำค่อยๆ ลดลง
เป็นอีกวิธีหนึ่งของการดูแลสิ่งแวดล้อมสานต่อโครงการในพระราชดำริ “พืชบำบัด” ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคิดค้นแนวทางไว้ คนไทยทุกคนจึงได้รู้จักกับคำว่า “บำบัดธรรมชาติด้วยพืชบำบัด” อย่างแท้จริง
&<2288;
&<2288;
&<2288;







