
อ้อมกอดของแม่ ยอดเยี่ยมอันดับ 1
เวียนมาอีกวาระสำหรับโครงการประกวดจิตรกรรมร่วมสมัยพานาโซนิค “เพื่อความสุขของมวลมนุษยชาติ” ครั้งที่ 13
เวียนมาอีกวาระสำหรับโครงการประกวดจิตรกรรมร่วมสมัยพานาโซนิค “เพื่อความสุขของมวลมนุษยชาติ” ครั้งที่ 13
โดย..มัทรียา
ในหัวข้อ “สร้างสรรค์เพื่อความสมบูรณ์แห่งชีวิต” และตอนนี้ก็ทราบผลเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ผลงานชื่อ “อ้อมกอดของแม่” คือจิตรกรรมที่คว้ารางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 จากกว่า 200 ผลงานที่ส่งเข้าประกวด
“อ้อมกอดของแม่” ใช้เทคนิคสีน้ำมันบนผืนผ้าใบขนาด 200x200 ซม. ผลงานของ “สุวรรณี สารคณา” ที่สร้างสรรค์ขึ้นจากแรงบันดาลใจจากประสบการณ์การใช้ชีวิต และเติบโตมาจากครอบครัวในชนบทอีสาน มีความเป็นอยู่ทั้งทุกข์และสุขตามอัตภาพ แต่ความรักความอบอุ่น ความห่วงใยที่มีให้แก่กันและกันในครอบครัว เป็นความรักที่บริสุทธิ์และจริงใจ เป็นพื้นฐานสำคัญทางจิตใจและกำลังใจในการใช้ชีวิต และการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคม ด้วยแนวคิดที่ชัดเจน ประกอบกับความเป็นเอกภาพทางด้านความคิด ความรู้สึก และการตีความที่เด่นชัด จนคณะกรรมการต่างเทคะแนนให้เป็นอันดับหนึ่ง
นอกเหนือจากผลงาน “อ้อมกอดของแม่” ที่ถ่ายทอดความสุขจากก้นบึ้งของจิตสำนึกแล้ว ยังมีผลงานที่ทั้งถ่ายทอด สร้างสรรค์ และเสียดสีสังคม ซึ่งได้รับรางวัลจากการประกวดครั้งนี้ เช่น รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 2 มีจำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ผลงานชื่อ “หมู่เฮาวัวลาย” ของ “กฤษฎางค์ อินทะสอน” เป็นจิตรกรรมสีฝุ่นทองคำเปลวบนบานพับ 2 ด้าน ที่ต้องการนำเสนอความงามในรากเหง้าวัฒนธรรมพื้นถิ่นอันดีงามที่ถูกมองข้าม หลงลืม โดยยุคสมัยและกาลเวลาเป็นตัวแปร วัฒนธรรมใหม่ที่รับเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง กัดกร่อนวิถีเดิมให้ผุพัง แต่ในความผุพังยังคงมีร่องรอยของวิถีเดิม ซึ่งแม้ไม่อาจงามสมบูรณ์ได้ดั่งอดีตกาล แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเรื่องราวที่งดงามให้ได้จดจำ
และผลงานชื่อ “หน้าดำ” โดย “สุรเดช วัฒนาประดิษฐชัย” ที่ใช้เทคนิคการดรออิง ถ่ายทอดให้เห็นถึงภัยอันแฝงมากับเทคโนโลยีอันทันสมัย และมีผลกระทบต่อเยาวชนของชาติ รวมไปถึงผลงานที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 3 จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ “สู้ชีวิตหมายเลข 3” โดย “สุรพงศ์ สุทัศน์ ณ อยุธยา” ผลงาน “Day and Night” โดย “อภิรักษ์ โพธิทัพพะ” และ “The Mask No.1” โดย “อัมรินทร์ บุพศิริ” และรางวัลดีเด่นอีก 10 รางวัล
สำหรับคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประกอบไปด้วย ศ.กิตติคุณ กำจร สุนพงษ์ศรี ถวัลย์ ดัชนี ธงชัย รักปทุม รศ.อิทธิพล ตั้งโฉลก ศ.ปรีชา เถาทอง ศ.เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ ศ.วิโชค มุกดามณี และอำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ
“ศ.ปรีชา เถาทอง” หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน เปิดเผยถึงพัฒนาการของผลงานจิตรกรรมรุ่นใหม่ที่ส่งเข้าประกวดในปีนี้ว่า “ผลงานมีแนวโน้มที่มีการพัฒนาการดี อาจเป็นเพราะศิลปินมีอิสระในการทำงานมากขึ้น มีความคิดในเชิง Technical และองค์ประกอบได้หลากหลาย แม้หัวข้อจะพูดถึงความสุขก็จริง แต่ว่าแต่ละคนก็ตีความคำว่าความสุขในแง่มุมของตัวเอง โดยส่วนตัวดูความเป็นเอกภาพของความคิด นำไปสู่การตีความ การใช้รูปแบบหรือเทคนิคอย่างไรที่มีเหตุมีผล มีเอกภาพสัมพันธ์กับความรู้สึกหรือไม่ และที่สำคัญผลงานต้องสร้างแรงดลใจ หรืออินสไปเรชันให้กับผู้ชมได้”
ด้าน “ธงชัย รักปทุม” เสริมว่า “คุณภาพผลงานของศิลปินไทยได้พัฒนาขึ้นไปสู่เกณฑ์ความเป็นสากลมากขึ้นเรื่อยๆ หากดูกันด้านเนื้อหา การนำเสนอ แนวคิดต่างๆ และผลงานที่ออกมา เรียกได้ว่าไม่แพ้ศิลปินทั้งในเอเชีย ยุโรป หรืออเมริกา ซึ่งหากมีการส่งเสริมศิลปินไทยให้มีการเรียนรู้ด้านการเขียนตำรา การเขียนวิจารณ์ผลงานอย่างกว้างขวาง ก็จะนับเป็นการก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งในวงการศิลปะ เพราะการมีแต่นักปฏิบัติอย่างเดียวก็ไม่อาจเจริญก้าวไกลได้ แต่ต้องมีการพูด การเขียนถึงผลงานศิลปะให้คนเข้าใจ เข้าถึงในผลงานอย่างกว้างขวาง เมื่อมีความเข้าใจในผลงาน ผู้ชมก็จะเกิดความสัมผัสอยากชมผลงานศิลปะมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับผลงานชิ้นเด่นๆ ในต่างประเทศ ที่คนจากทั่วโลกต้องไปเข้าคิวต่อแถวเพื่อชมผลงาน นั่นเป็นเพราะมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ที่ดี ผมอยากให้ศิลปินไทยได้รับการตอบรับแบบนั้นบ้าง”
ผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งหมด รวมถึงผลงานที่ได้รับการคัดเลือกกว่า 66 ภาพจากภาพที่ส่งเข้าร่วมประกวด จะถูกนำมาจัดแสดงใน “นิทรรศการจิตรกรรมร่วมสมัยพานาโซนิค ครั้งที่ 13” ตั้งแต่วันที่ 7-29 ก.ค. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า







