
การเคลื่อนผ่านจุดเปลี่ยนสังคมด้วยธรรม (จบ)
ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโสที่เคารพยิ่ง
ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโสที่เคารพยิ่ง
โดย..พระอาจารย์อารยะวังโส
ในสถานการณ์ที่ไม่นิ่งของสังคมการเมือง มีการแบ่งฝ่ายแบ่งขั้วกันอย่างชัดเจนบนความต่างสุดขั้วอย่างนี้ จะมีอุบายอันใดในทางพระพุทธศาสนา ที่จะนำมาใช้บริหารจัดการเพื่อให้สังคมไม่แตกแยก ประเทศชาติไม่เสียหาย ประชาชนมีความสุขสงบ
ด้วยความเคารพยิ่ง
(ไม่ขอลงนาม)
วิสัชนา : ถอนพิษได้สิ้นอย่างแท้จริง เป็นยาขนานเอกในพระพุทธศาสนา เป็นยาครอบจักรวาล คิดนึกอะไรไม่ออกหากมีปัญหา หรือมีโรคาพยาธิใดๆ มารบกวนจิต ก็ให้ระลึกถึงธรรมโอสถครอบจักรวาล นามว่า มรรคแปด (มรรคอันมีองค์ธรรมแปดประการ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว สัมมาวายาโม สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ)
แม้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตามที่ปุจฉามาด้วยความวิตกกังวลต่อสภาพการณ์ของสังคมที่สับสนวุ่นวายเป็นไปตามอำนาจโลกธรรม ก็ขอวิสัชนาว่า “มรรคแปด” นี้แหละเป็นยาขนานเอก ลองไปทบทวนให้จิตใจของเราเข้าถึง
ลิ้มรสมรรคแปด ลองดูจะเกิดปัญญา เป็นผลให้รู้เข้าใจว่าควรทำอย่างไรกับแต่ละปัญหา ควรจะจัดการอย่างไรกับแต่ละเรื่องราวอย่างไม่เสียสติ และไม่พรากไปจากคุณความดี ที่สำคัญคือ ไม่บ้าเสียก่อนจะลงมือทำกิจการนั้นๆ... ที่ทางภาษาธรรมเรียกว่า ฟุ้งซ่านเกินขนาดจนสติแตก...
เพราะปล่อยจิตไหลเข้าไปในสิ่งเร้า หรือเรื่องราวต่างๆ ในโลก จนเสียสภาพจิตที่ดีให้โอนเอียงไปตามกระแสความคิดนึกดีชั่ว จนกลายเป็นจิตไร้ฐาน เหมือนคนไร้บ้านโคจรไปเรื่อยอย่างขาดสติ จนสุดท้ายให้มึนเมามืดมัว จนไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่า ควรทำอย่างไรที่ดีที่สุด... ควรพิจารณาอย่างไรเพื่อให้ถูกที่สุด โดยเฉพาะความดี หรือความถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ในฐานะมนุษย์ที่ควรรู้เข้าใจ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการคิดนึก เพื่อสรุปผลึกความคิดว่า อะไรควร... อะไรไม่ควร... หรือควรอย่างไร... ไม่ควรอย่างไร...
จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องยุ่งยากใดๆ เลย หากรู้จักคิดนึกอย่างมีหลักธรรม หรือมีสามัญสำนึกอย่างถูกต้องตรงธรรม ไม่ปล่อยจิตให้ไหลเข้าไปสู่สิ่งเร้าจนเสียสติ... ขาดปัญญา รู้จักถอยจิตออกมาจากสิ่งเร้า หรือเรื่องราวทั้งหลาย และเพิ่งพิจารณาดูโดยแยบคาย ก็จะพบสุดท้ายของคำตอบว่า ควรหรือไม่ควรอย่างไร ... ซึ่งคำตอบที่ดีที่สุด ก็จะเป็นความคิดนึกสุดท้ายที่มีสติปัญญา อบรมดีแล้ว โดยไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเร้าใดๆ ให้มีอิทธิพลจนเสียสภาพจิต จึงควรถอยจิตออกจากเรื่องราว สิ่งเร้าต่างๆ ก่อนคิดหาคำตอบสุดท้าย เพื่อประโยชน์และความสุขที่แท้จริงโดยธรรม... จึงขอวิสัชนาธรรมมาตามควรเพื่อเป็นอนุสติธรรมแห่งจิตสาธุชนทั้งหลาย ในการรู้จักคิดพิจารณาว่า คำตอบสุดท้ายที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร
สำคัญอย่างยิ่ง คือ การมองโลกอย่างเข้าใจ... อย่าปรุงแต่งเกินขนาดจนเสียสุขภาพจิต ให้มองเห็นทุกอย่างๆ เป็นไปตามหลักธรรมดาว่า...มันเป็นเช่นนั้นเอง ไม่ว่ากาลใดสมัยใดก็เป็นอย่างนี้ สุดท้ายทุกชีวิตแห่งสัตว์เคลื่อนไหวไปภายใต้กฎแห่งกรรม ใครทำดีก็ย่อมได้ดี...ทำชั่วก็ย่อมได้ชั่ว นี่คือความจริงบนความไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงไปมาของโลกวิสัย อย่าไปฝืนความจริงของธรรมชาติ สุดท้าย มันก็จะมีจุดลงตัว หากสังคมจะมีจุดนิ่งที่สุขสงบได้อย่างไม่ยาก ทุกคนในสังคมจะต้องไม่ทิ้งธรรม







