posttoday
เลือกตั้ง้ดือดเลือดสาดสารพัดคดี

เลือกตั้ง้ดือดเลือดสาดสารพัดคดี

04 กรกฎาคม 2554

การเลือกตั้ง สส.ปิดฉากลงแล้ว ปิดฉากไปพร้อมกับเลือดของผู้บริสุทธิ์หลายราย

การเลือกตั้ง สส.ปิดฉากลงแล้ว ปิดฉากไปพร้อมกับเลือดของผู้บริสุทธิ์หลายราย

แน่นอนว่า การแย่งชิงอำนาจทางการเมือง เมื่อคู่แข่งเหนือกว่า เสียงเยอะกว่า การ “เก็บ” จึงต้องเกิดขึ้น การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ต้องมีผู้สังเวยไปกับลูกกระสุนจากปากกระบอกปืนของ “มือปืน” รับจ้างไปไม่น้อย บ้างก็บาดเจ็บ บ้างก็สาหัส และบ้างก็หมดลมหายใจไปก็มี

ต้องยอมรับว่า อำนาจ ผู้มีอิทธิพล จะต้องมาคู่กับมือปืนเสมอ และแน่นอนการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้สมัคร สส.ขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขล่าสุดมีอยู่ถึง 428 ราย ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 918 นายคุ้มกันดูแล หวั่นไข้โป้งกันไม่น้อยทีเดียว

คดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้จำแนกเป็นรายคดีได้ดังนี้

1.เริ่มจากขาใหญ่เมืองปากน้ำ วันที่ 10 พ.ค. “ประชา ประสพดี” ผู้สมัคร สส.สมุทปราการ พรรคเพื่อไทย ถูกคนร้ายกระหน่ำยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 แต่โชคดีแค่บาดเจ็บ ในที่สุดตำรวจก็สามารถจับผู้ร่วมขบวนการได้เกือบทั้งหมด

 

เลือกตั้ง้ดือดเลือดสาดสารพัดคดี

มือชี้เป้าคือนายเอกชัย หรือเอก บุญบำเพ็ญ อายุ 25 ปี ที่ซัดต่อไปว่าได้ร่วมกันกระทำความผิดกับนายสิระพงษ์ หรือต๋อง อาจเดช ทำหน้าที่เป็นมือปืนยิงนายประชา นายอัครวัฒน์ หรือมีน เพ็ชรจันทรา เป็นหัวหน้ารับงาน และลงมือยิงเช่นกัน ส่วนอีกคนคือนายเอกชัย หรืออั้ม ป้อมเผด็จ เป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์พาไปลงมือ ซึ่งถูกจับไปก่อนหน้านี้ในคดียิงนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี เสียชีวิต ส่วนรายล่าสุด นายมนตรี ภัทรวิมล อายุ 33 ปี ก็เข้ามอบตัวกับตำรวจภูธรภาค 1 เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา

2.หลังประกาศยุบสภาไม่นาน มีการยิงกันในพื้นที่ จ.อ่างทอง คนสนิทนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล คือนายวิโรจน์ ดำสนิท อายุ 44 ปี นายก อบต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ถูกคนร้ายบุกสังหารโหดเมื่อวันที่ 23 พ.ค. คดีนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตรง เพราะนายวิโรจน์เป็นหัวคะแนนคนสำคัญในพื้นที่ อ.ป่าโมก ของพรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนคนร้ายก็ยังลอยนวล

3.คดียิงถล่มบ้านนายเจริญ เจ๊ะสมัน ผู้สนับสนุนนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขตบึงกุ่ม พรรคประชาธิปัตย์ แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ครั้งนี้ก็สร้างความหวั่นไหวให้กับนายเจริญไม่น้อย แม้ถูกระบุว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่การขนอาวุธสงครามยิงถล่มกันย่อมไม่ธรรมดา

4.อีกคดีที่เสียงปืนดังสนั่นเมืองที่ในตรอกมะยม ริมถนนราชดำเนิน ตรงข้ามตรอกข้าวสาร เมื่อนายสุบรรณ นายก อบจ.ลพบุรี พี่ชายของ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ผู้สมัคร สส.เขต 2 จ.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย และนายสุบรรณยังเป็นหัวคะแนนใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยอีกด้วย ถูกคนร้ายยิงเข้าที่ศีรษะ เสียชีวิต คดีนี้ตำรวจตามจับผู้ต้องหาได้แล้ว

คดีนี้ถือว่าครึกโครมดังลั่น เพราะเล่นฆ่ากันกลางเมืองอย่างอุกอาจ ตำรวจต้องเร่งล่าตัวคนร้ายมาให้ได้ ในที่สุดตำรวจก็ออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย รายแรก คือ นายวันชัย หรือกอล์ฟ โพธิปิติ เป็นหนึ่งในกลุ่มคนร้ายที่มีหน้าที่คอยชี้เป้าและส่งสัญญาณให้มือปืนลงมือก่อเหตุ

รายที่สองเป็นการออกหมายจับตามภาพวงจรปิด ทราบเพียงชื่อเล่นว่า “เอก” มีหน้าที่ดูเป้าหมาย รายที่สามเป็นการออกหมายตามภาพวงจรปิด มีหน้าที่เป็นมือปืนประกบยิงนายสุบรรณ จากภาพวงจรปิดเป็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำตาล กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบสีขาว กำลังเดินขึ้นรถแท็กซี่สีส้ม บริเวณสี่แยกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

หลังจากก่อเหตุยิงเรียบร้อยแล้วขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนี แล้วลงกลางทางขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีอีกทอดหนึ่งเพื่อให้ยากต่อการจับกุม ซึ่งจากการสอบประจักษ์พยานทั้งหมดทราบว่าบุคคลดังกล่าวมีรูปพรรณสันฐานและหน้าตาคล้ายนายสิระพงศ์ หรือสมบูรณ์ อาจเดช หรือต๋อง วังน้ำเขียว ที่ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ออกหมายจับในคดียิงนายประชา ประสพสุข หรืออาจจะเป็นคนเดียวกันก็เป็นได้

และ 5.รายล่าสุดเกิดที่ จ.ราชบุรี เมื่อนายวิทยา ศรีพุ่ม นายก อบต.ดอนใหญ่ ถูกยิงตายคาเครื่องแบบ นายวิทยานอกจากจะเป็นนายก อบต. ยังเป็นหัวคะแนนพรรคภูมิใจไทย แต่คดีนี้ก่อนเลือกตั้ง 2 วันตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรีจับผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นายมนต์ชัย เย็นเปิง และนายชะลอ กลิ่นหนู ชาว อ.บางแพ โดยนายมนต์ชัยสารภาพว่าเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พานายชะลอไปยิง เนื่องมาจากไม่พอใจนายก อบต.ดอนใหญ่ มีพฤติกรรมชู้สาวกับภรรยาของตนเองที่ทำงานอยู่ใน อบต.ดอนใหญ่ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ

อีกคดีเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. นายมนู พุกประเสริฐ ผู้สมัคร สส.สุโขทัย เขต 4 พรรคภูมิใจไทย นำตัวนายกัน ทาแก้ว และนายผิน แก้วพูน หัวคะแนนเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ศรีสัชนาลัย ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่บ้านพัก แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และยังจับมือใครดมไม่ได้

นี่เป็นเพียงแค่ช่วงก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น หลังเลือกตั้งอาจจะเกิดจากไข้โป้งอีกแน่นอน เพราะผู้แพ้ก็ใช่ว่าจะยอมแพ้ ยิ่งใครเป็นหัวคะแนนรับเงินรับทองไปแล้วแต่ทำยอดไม่เข้าเป้าจนทำให้ผู้ว่าจ้างสอบตก อาจจะต้องถูกคิดบัญชีได้ เช่นเดียวกับมือปืนอาจจะถูกเก็บมีสภาพไม่ต่างจาก “เหยื่อ” ที่พวกเขาได้ลงมือยิงไปแล้วก็ได้ !!!

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี