
ภารกิจทวงความยิ่งใหญ่ให้ทีมชาติไทย
เชเฟอร์ นับเป็นกุนซือที่ผ่านงานคุมทีมมาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะผลงานชิ้นโบแดงคือการพาทีมชาติแคเมอรูน ลุยศึกฟุตบอลโลก 2002 ซึ่งการมารับงานคุมทีมชาติไทย “วินนี” ก็วางแผนพาขุนพล “ช้างศึก” ทวงศรัทธาจากแฟนบอลกลับคืนมาให้ได้
เชเฟอร์ นับเป็นกุนซือที่ผ่านงานคุมทีมมาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะผลงานชิ้นโบแดงคือการพาทีมชาติแคเมอรูน ลุยศึกฟุตบอลโลก 2002 ซึ่งการมารับงานคุมทีมชาติไทย “วินนี” ก็วางแผนพาขุนพล “ช้างศึก” ทวงศรัทธาจากแฟนบอลกลับคืนมาให้ได้
โดย...สไปเดอร์แมว
เข้ารับตำแหน่งและเริ่มงานอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ที่แถลงเปิดตัวสำหรับการหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้กุนซือทีมชาติไทยไปเมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
เชเฟอร์ ซึ่งจรดปากกาเซ็นสัญญา 3 ปีให้เหตุผลสำหรับการเข้ารับตำแหน่งนี้ว่าเป็นความท้าทายใหม่ในชีวิตการเป็นโค้ช และได้ศึกษาทีมชาติไทยมาพอสมควร โดยได้ข้อมูลจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)
“จากข้อมูลที่ผมได้รับจากฟีฟ่า ทำให้ทราบว่าไทยเป็นทีมที่มีอนาคตและได้รับเงินสนับสนุนในการพัฒนาวงการฟุตบอล อีกทั้งคุณวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยก็เป็นคนที่มีความสามารถ” กุนซือวัย 61 ปี กล่าวชื่นชม “บังยี” ที่นั่งอยู่ข้างๆ กันแบบเผาขนเลยทีเดียว
ทั้งนี้ เชเฟอร์ นับเป็นกุนซือประสบการณ์สูงที่ผ่านงานคุมทีมมาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะผลงานชิ้นโบแดงคือการพาทีมชาติแคเมอรูน ลุยศึกฟุตบอลโลก 2002 ซึ่งการมารับงานคุมทีมชาติไทย “วินนี” ก็วางแผนพาขุนพล “ช้างศึก” ทวงศรัทธาจากแฟนบอลกลับคืนมาให้ได้
“ไทยเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ในย่านอาเซียน และมีสัญลักษณ์เป็นช้างศึกที่ทุกชาติต้องยำเกรง อย่างไรก็ตาม เราต้องทำงานหนักและมีความมุ่งมั่น อีกทั้งทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ซึ่งตอนนี้ไทยอยู่อันดับ 123 ของโลก แต่อันดับตรงนี้ของทีมชาติไทยจะต้องขยับดีขึ้นอย่างแน่นอนในสมัยของผม” เชเฟอร์ กล่าว พร้อมเสริมว่าจะไม่มุ่งพัฒนาเฉพาะทีมชาติไทยชุดใหญ่เท่านั้น แต่จำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างลูกหนังทั้งระบบไปพร้อมๆ กัน
อย่างไรก็ตาม การเข้ามารับงานในช่วงนี้ของเชเฟอร์ อาจจะมีอุปสรรคเล็กน้อย เนื่องจากเป็นช่วงพักครึ่งฤดูกาลของศึกไทยพรีเมียร์ลีกพอดี ดังนั้นก่อนเกมนัดสำคัญของทีมชาติไทยในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก รอบ 2 นัดแรก ที่รอพบผู้ชนะระหว่าง อัฟกานิสถาน กับ ปาเลสไตน์ วันที่ 23 ก.ค. เชเฟอร์ กล่าวว่า จะใช้ช่วงเวลาที่มีอยู่นี้ตระเวนดูฟอร์มนักเตะไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากที่ได้ศึกษามาบ้างแล้วจากดีวีดี
“ก่อนหน้านี้ผมได้ดูดีวีดีการเล่นของทีมชาติไทยในเกมที่พบกับ สิงคโปร์ และ ญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากนี้ผมจะไปดูเกมให้ได้มากที่สุด อีกทั้งต้องขอข้อมูลผู้เล่นจากโค้ชของสโมสรต่างๆ มาศึกษาด้วย” เชเฟอร์ กล่าว หลังจากได้ไปดูเกม โตโยต้า ลีก คัพ ระหว่าง บางกอกกล๊าส กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ต่อด้วยเกมดาร์บีแมตช์ บุรีรัมย์ ระหว่าง บุรีรัมย์ พีอีเอ กับ บุรีรัมย์ เอฟซี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
สำหรับทีมงานสตาฟฟ์โค้ช นอกจาก “โค้ชง้วน” สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ที่เข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยแล้ว เชเฟอร์ เตรียมนำทีมงานจากเยอรมนีเข้ามาร่วมด้วย ได้แก่ โค้ชผู้รักษาประตู โค้ชฟิตเนส และนักกายภาพบำบัด ส่วนเกมอุ่นเครื่องต่อจากนี้ สมาคมฟุตบอลฯ ได้ส่งหนังสือเชิญไปยังทีมในตะวันออกกลาง โดยวางโปรแกรมลับแข้งกับ โอมาน (12 ก.ค.), บาห์เรน (14 ก.ค.) และคูเวต (17 ก.ค.) แต่ยังต้องรับหนังสือตอบกลับอีกครั้ง
ติดตามดูกันต่อไปว่า ทีมชาติไทยในยุคของ วินฟรีด เชเฟอร์ จะเป็นอย่างไร ซึ่งแฟนบอลไทยทุกคนพร้อมเป็นกำลังใจให้ เพื่อเรียกวันคืนอันหอมหวานของทีมชาติไทยกลับคืนมาให้ได้







