posttoday
นั่งรถตาม'ผลไม้ไทย'...ไปคุนหมิง

นั่งรถตาม'ผลไม้ไทย'...ไปคุนหมิง

02 กรกฎาคม 2554

ใครเคยนั่งรถจาก “ไทย” ไป “จีน” บ้างครับ...?นั่งรถจากไทยไปจีน

ใครเคยนั่งรถจาก “ไทย” ไป “จีน” บ้างครับ...?นั่งรถจากไทยไปจีน

โดย...ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ

ใครเคยนั่งรถจาก “ไทย” ไป “จีน” บ้างครับ...?นั่งรถจากไทยไปจีน แค่ฟัง หลายๆ คนคงคิดว่าเป็นเรื่องน่าทรมานก้น ด้วยระยะทางที่ดูเหมือนไกลแสนไกล และคงแอบคิดในใจว่า “ขึ้นเครื่องบินไปดีกว่าไหม?” แต่เชื่อไหมครับว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เส้นทางสาย R3 (Asia Road Express) ที่เชื่อมโยง ไทย-ลาว-จีน และ ไทย-พม่า-จีน ในทางบกเริ่มเปิดใช้งาน เพื่อนๆ หลายคนที่ได้มีโอกาสเดินทางด้วยเส้นทางนี้ ต่างมีเรื่องราวและภาพถ่ายดีๆ มาเล่ามาอวด จนคนฟังแอบนึกอิจฉาในใจ อยากเก็บกระเป๋าแบ็กแพ็กนั่งรถเที่ยวยาวๆ จากไทยไปจีนอย่างเขาบ้าง

นั่งรถตาม'ผลไม้ไทย'...ไปคุนหมิง

ต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เหมือนสิ่งที่อยู่ในใจเป็นจริงขึ้นมา เมื่อ กรมวิชาการเกษตร ชวนนั่งรถตามไปดูผลไม้ไทยล็อตแรกที่ส่งออกไปขายในประเทศจีน โดยใช้เส้นทางขนส่ง R3 ภายใต้ “พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างประเทศไทยและจีน” ที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงนามกับกระทรวงควบคุมคุณภาพและตรวจสอบกักกันโรค (AQSIQ) แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2554 ที่ผ่านมา โดยการลำเลียงสินค้าไทยไปยังจีนในเบื้องต้นกำหนดให้ใช้ เส้นทางสาย R3 จากไทย (อ.เชียงของ) ผ่านประเทศลาว (ห้วยทราย 3-บ่อเต็น) เข้าประเทศจีน ที่ด่านโม่ฮาน ขณะที่การขนส่งสินค้าจากจีนมายังไทยก็ใช้เส้นทางเดียวกัน ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1,104 กม. ใช้เวลาขนส่งสินค้า 2-3 วัน

นั่งรถตาม'ผลไม้ไทย'...ไปคุนหมิง

การเดินทางเริ่มต้นที่ ด่านตรวจพืชเชียงของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ... เราแวะทักทายกับรถบรรทุกสินค้า 9 ตู้คอนเทรนเนอร์ที่จอดเรียงรายอยู่ริมสุดขอบของประเทศไทย รอเดินทางข้ามแม่น้ำโขงด้วยแพขนานยนต์ ฝั่งตรงข้ามเป็นด่านห้วยทราย ประเทศลาว ภายในตู้คอนเทรนเนอร์เหล่านั้นเป็น มังคุด ทุเรียน และกล้วยไข่ ที่ถูกคัดแยกและบรรจุมาอย่างดีภายในตู้ควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งผ่านการตรวจสอบรับรองสุขอนามัยพืชโดยเจ้าหน้าที่สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร พร้อมทั้งตีตราปิดผนึกตู้มาเรียบร้อย ตั้งแต่ จ.จันทบุรี และจะไม่มีการเปิดตู้ตรวจสอบอีกตลอดการเดินทางไปจนถึงด่านโม่ฮาน ประเทศจีน

ผลไม้ข้ามแม่น้ำโขงด้วยแพขนานยนต์ ส่วนคนก็ข้ามแม่น้ำโขงด้วยเรือหางยาว ... พวกเรานั่งรถบัสของลาวรวดเดียวจากห้วยทราย ผ่านหลวงน้ำทา ผ่านเวียงภูคา ไปจนถึงริมสุดชายแดนของประเทศลาว ใกล้ด่านบ่อเต็น ด่านชายแดนลาวจีน ระยะทางในวันแรก 330 กม. บนเส้นทางขึ้นลงภูเขา หลับบ้างตื่นบ้างด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทาง แต่ก็พอสัมผัสได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในประเทศลาว ที่คนไทยในยุคโลกาภิวัตน์อย่างผมแอบนึกอิจฉาอยู่ในใจ เพื่อนร่วมทริปที่อายุมากกว่าผม 20 กว่าปี แอบพูดให้ฟังว่า “เมื่อก่อนป่าเขาบ้านเราก็สมบูรณ์อย่างที่เห็นในลาวนี่แหละ แต่มาถึงทุกวันนี้น้องคงไม่มีโอกาสได้เห็น” ... ครับ ผมลืมตานั่งมองวิวสองข้างทาง สลับกับหลับตานึกภาพป่าเขาบ้านเราในยุคที่ยังอุดมสมบูรณ์ หลับๆ ตื่นๆ ตลอดช่วงเย็น ตกค่ำรถบัสก็พามาถึงจุดหมายในย่านกาสิโนเก่า ใกล้ด่านบ่อเต็น

นั่งรถตาม'ผลไม้ไทย'...ไปคุนหมิง

ที่บอกว่าเป็นย่านกาสิโนเก่า เพราะตึกใหญ่โตที่เคยฉาบด้วยแสงไฟหลากสีวูบวาบตามสไตล์กาสิโนในคืนนี้กลับถูกปกคลุมด้วยความมืดสนิท มืดราวกลับไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ภายในตึกเหล่านั้น ... ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ไกด์สาวชาวลาวบอกกับเราว่า กาสิโนเหล่านั้นถูกรัฐบาลสั่งปิดไปหมดแล้ว โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด และโรงแรมที่เราพักก็เปิดบริการเป็นวันสุดท้าย วันนี้มีเพียงกลุ่มพวกเรากลุ่มเดียวเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้

เช้าอีกวัน พวกเรารีบเดินทางออกจากโรงแรมสู่ด่านบ่อเต็น ประเทศลาว ชายแดนที่มีอาณาเขตติดกับด่านโม่ฮาน ประเทศจีน โดยทิ้งความสงสัยเรื่องการปิดกาสิโนให้คงอยู่ในใจอย่างนั้น ขณะที่เรากำลังจะออกจากประเทศลาวเข้าสู่ประเทศจีน ตู้คอนเทรนเนอร์ผลไม้เหล่านั้นก็จอดรอเพื่อที่จะเข้าสู่ประเทศจีนเช่นกัน พวกเราลงจากรถเพื่อไปดูตู้ผลไม้เหล่านั้นอีกครั้ง ตู้คอนเทรนเนอร์ยังคงถูกปิดผนึกอย่างดีเช่นเดิม เส้นลวดพร้อมป้ายเลขที่สินค้าที่กรมวิชาการเกษตรตีตรายังคงคล้องอยู่ในสภาพปกติ มีเพียงกลิ่นของเจ้ามังคุดที่เล็ดลอดออกมาทักทายผู้คนภายนอก และดูเหมือนว่ากลิ่นของมันจะหอมเย้ายวนมากกว่าเมื่อวันก่อนที่ด่านเชียงของ

นั่งรถตาม'ผลไม้ไทย'...ไปคุนหมิง

ระหว่างการเดินทางข้ามด่านบ่อเต็นไปด่านโม่ฮาน สัญชัย ปูรณะชัยคีรี ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกผลไม้ไทยไปจีน เล่าให้ฟังว่า “ด่านนี้คนไทยใช้มาประมาณ 4 ปี ในอดีตด่านนี้เป็นด่านเล็ก การนำเข้าสินค้าจากเมืองไทยมาที่นี่ไม่ต้องผ่านพิธีการใดๆ มาในวันนี้เมื่อมีการทำข้อตกลงกัน การส่งออก-นำเข้า สินค้าการเกษตรสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก แต่ก็ยังมีข้อเสียในเรื่องภาษีของไทย-จีน ที่ไม่เท่ากัน การนำผลไม้ไทยเข้าไปขายในจีนต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 13% และยังต้องเสียภาษีการค้าอีก 6-8% ซึ่งในแต่ละเมืองก็เก็บไม่เท่ากันอีก แต่ผลไม้จากจีนมาไทยไม่ต้องเสียภาษี ทำให้การส่งออกผลไม้ไทยมีข้อเสียเปรียบ ... ส่วนเรื่องการใช้เส้นทางขนส่งทางบกไม่เป็นที่นิยม เพราะมีความเสี่ยงในการขนส่งสูง ทั้งจากอุบัติเหตุจากการจราจร ทั้งจากความขัดข้องของเครื่องยนต์ซึ่งมีผลต่อการควบคุมอุณหภูมิ เมื่อเทียบกับการขนส่งทางเรือซึ่งมีความปลอดภัยกับตัวสินค้ามากกว่า แต่การใช้เส้นทาง R3 ก็มีข้อดีตรงความรวดเร็ว ทำให้สินค้าในช่วงต้นฤดูกาลสามารถเข้าสู่ตลาดประเทศจีนได้รวดเร็วกว่า ซึ่งก็จะมีข้อได้เปรียบทำให้สามารถขายสินค้าได้ในราคาที่สูงกว่า”

นั่งรถตาม'ผลไม้ไทย'...ไปคุนหมิง

รอขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเพียงไม่นาน เราก็ข้ามชายแดนลาวเข้าสู่จีน พวกเราแวะรอขบวนรถผลไม้ที่ด่านควบคุมและกักกันโรคประจำท้องถิ่น โดยจะมีการตรวจเอกสารต่างๆ และมีการเปิดตู้คอนเทรนเนอร์เพื่อสุ่มตรวจสอบสารตกค้าง ตรวจการปนเปื้อน ตลอดจนแมลงต่างๆ ที่อาจมีซุกซ่อนภายในตู้สินค้า ซึ่งถ้าหากมีการตรวจพบ สินค้าดังกล่าวจะถูกปฏิเสธการนำเข้าและถูกทำลายโดยทันที ... ซึ่งไม่มีปัญหาครับ ผลไม้ไทยผ่านฉลุย ตู้คอนเทรนเนอร์ถูกยกลำเลียงออกจากรถหัวลากที่ขับมาจากประเทศไทย นำวางลงบนรถหัวลากของจีน เพื่อที่จะส่งไปขายยังมณฑลต่างๆ ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งสินค้าทั้งหมดในล็อตนี้จะเดินทางต่อไปยังนครคุนหมิง และจะถูกนำไปกระจายสู่ผู้บริโภคที่ตลาดจินหม่าเจิ้นชาง (Jin Ma Zheng Chang) ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในนครคุนหมิง

ส่วนพวกเราเดินทางไปแวะเที่ยวที่เมืองเชียงรุ่ง หรือเมืองสิบสองปันนา ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ใต้สุดของมณฑลยูนนาน ปัจจุบันเป็นเขตปกครองตนเองชนชาติไต สิบสองปันนา ... เราถึงที่พักใจกลางเมืองเชียงรุ่งในช่วงค่ำ ระยะทางจากด่านบ่อเต็น–เชียงรุ่ง ประมาณ 260 กม.

นั่งรถตาม'ผลไม้ไทย'...ไปคุนหมิง

สถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ในเมืองเชียงรุ่งที่เราได้แวะไป ได้แก่ ตลาดเช้า ตลาดที่มีความหลากหลายตั้งแต่พืชผักต่างๆ เนื้อหมู เนื้อปลา และเป็ด ไก่ ที่ยังมีชีวิตตัวเป็นๆ เชือดกันสดๆ ในตอนที่มีการตกลงซื้อขาย เหล้าดองร้านใหญ่ที่มีให้เลือกซื้อมากมายหลายสิบสูตร รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เสื้อผ้าก็ยังมีขายที่นี่ ที่สำคัญคือเราเห็นผลไม้ของไทย เช่น มังคุด เงาะ มีมาวางขายในตลาดแห่งนี้ด้วย ส่วนมะม่วงที่เห็นขายๆ กันส่วนใหญ่ รูปร่างหน้าต่างคล้ายของไทย แต่ส่วนใหญ่เป็นมะม่วงที่มาจากประเทศพม่า

หลังจากเพลิดเพลินกับตลาดเช้า เราไปแวะกันต่อที่ ศูนย์วิจัยยาสมุนไพร สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งประเทศจีน ซึ่งรัฐบาลจีนสร้างขึ้นเพื่อวิจัยยาสมุนไพรแพทย์แผนจีนโบราณและยาสมุนไพรของชนกลุ่มน้อยต่างๆ หลายคนที่สนใจเรื่องสมุนไพรชื่อดังต่างๆ ของจีนก็เพลิดเพลินกันไป ไม่ใช่มีให้ดูเพียงอย่างเดียว แต่ที่นี่ยังมีสมุนไพรชื่อดังต่างๆ ไว้สำหรับขายด้วย ทั้ง บัวหิมะ สปอร์เห็ดหลินจือ ตังฉั่งแห่เช่า หรือยาบำรุงขนานต่างๆ ก็มีให้เลือกมากมาย ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามาราคาไม่สบายกระเป๋าเลยครับ สมุนไพรต่างๆ ของจีนล้วนมีราคาแพง ถ้าเดินไปเจอสมุนไพรราคาถูกขายในตลาด ก็ให้รู้ไว้เลยครับว่านั่นของปลอมชัวร์ – สวนป่าดงดิบ และ โชว์พาราณสี อีก 2 สถานที่ที่เป็นจุดเด่นของเมืองเชียงรุ่งเราก็ได้ไปเยี่ยมชม แต่สถานที่ที่พวกเราใช้เวลากับมันนานที่สุด และเพลิดเพลินมากที่สุดกลับเป็น ถนนคนเดิน แหล่งช็อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองต่างๆ ของฝาก ของที่ระลึก ซึ่งมีให้เลือกอย่างหลากหลาย ในราคาที่ไม่แพงด้วย และที่สำคัญพ่อค้าแม่ค้า ส่วนใหญ่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ ต่อรองราคากันพอรู้เรื่อง ด้วยเพราะชนชาติดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็นชาวไทลื้อ

นั่งรถตาม'ผลไม้ไทย'...ไปคุนหมิง

เช้าอีกวันเราเดินทางไกลกันอีกครั้ง บนเส้นทางที่ได้รับการขนานนามว่า “ทางด่วนลอยฟ้า” เชียงรุ่ง–ผูเอ่อร์–อวี้ซี–คุนหมิง ระยะทางกว่า 570 กม. ที่ตลอดเส้นทางนี้ตัดผ่านภูเขาสูงเสียดฟ้า แต่การเดินทางกลับรวดเร็ว เพราะรัฐบาลจีนตั้งใจสร้างเส้นทางสายนี้ให้ตรงและสั้นกระชับมากที่สุด เจอภูเขาก็เจาะอุโมงค์ เจอไหล่เขาก็สร้างสะพานข้ามไหล่เขา อุโมงค์เยอะมาก จนไกด์สาวชาวจีนไม่สามารถบอกได้ว่าบนถนนเส้นนี้มีอุโมงค์กี่แห่ง อุโมงค์ที่เจาะผ่านถูเขายาวที่สุดยาวถึง 3 กม. และบนเส้นทางแห่งนี้ยังมี “สะพานหงเหอ” สะพานที่สูงที่สุดในโลก มีความสูง 160 เมตร ยาว 800 เมตร เป็นสะพานที่สร้างจากภูเขาอีกลูก ข้ามแม่น้ำไปยังภูเขาอีกลูก ...

ในยามเช้าของอีกวัน ท่ามกลางความวุ่นวายใน ตลาดจินหม่าเจิ้นชาง (Jin Ma Zheng Chang) ตลาดค้าส่งผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในนครคุนหมิง พวกเราก็ได้พบกับ มังคุด ทุเรียน และกล้วยไข่ ผลไม้ของไทยที่เดินทางมาบนเส้นทาง R3 พร้อมๆ กับพวกเรา แต่คราวนี้มันถูกกระจายขายตามร้านค้าส่งผลไม้ต่างๆ และแน่นอนราคาของมันสูงกว่าที่เราคุ้นเคยไปกว่าเท่าตัว

เส้นทาง R3 ไทย-ลาว-จีน การนั่งรถที่อาจดูน่าปวดตูดในความคิดของใครหลายๆ คน ยังมีเรื่องราวที่อยากนำมาเล่าให้ฟังอีกมากมาย (แต่พื้นที่เขียนมีแค่นี้เองครับ) ... สถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง วัฒนธรรมทั้งดี-ไม่ดี สภาพบ้านเรือนหรือผู้คนที่พบเจอระหว่างสองข้างทาง ฯลฯ ... ตลอดการเดินทางมันเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าสนใจและน่าจดจำกว่าการนั่งเครื่องบินจากสุวรรณภูมิ-คุนหมิง โดยใช้ระยะเวลาเดินทางแค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆ

ถ้าไม่เชื่อ ลองนั่งรถจาก "ไทย" ไป "จีน" ดูสิครับ...


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท