
ไปกับเพพเพอรืมินท์ฟิลด์ปลูกหญ้า(ทะเล)ให้พะยูนน้อย
จากความเชื่อในท้องถิ่น ปลาพะยูนได้ถูกนำมารับประทานเป็นยาโป๊
จากความเชื่อในท้องถิ่น ปลาพะยูนได้ถูกนำมารับประทานเป็นยาโป๊
เป็นยาชูกำลังให้แก่ร่างกาย นำไปสู่การล่าปลาพะยูนเพื่อนำมาซื้อหาราคาแพง อีกทั้งระบบนิเวศทางทะเลที่กำลังเกิดความไม่สมดุล หญ้าทะเลถูกทำลายจากการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ถือเป็นวิกฤตที่จะทำให้จำนวนปลาพะยูนลดลง ทั้งๆ ที่ปัจจุบันก็มีจำนวนน้อยจนใกล้สูญพันธุ์อยู่แล้ว
บริษัท เบอร์แทรมเคมิคอล (1982) จัดกิจกรรมอนุรักษ์ปลาพะยูน โดยคัดเลือกหนุ่มสาวตัวแทนคนรุ่นใหม่จาก www.peppermintfield.com จำนวน 10 คน ร่วมกับทีมงานบริษัท เดินทางไปทำกิจกรรมที่ จ.ตรัง แหล่งที่อยู่อาศัยของพะยูนฝูงสุดท้ายในประเทศ
“ไม่มีใครรักประเทศไทยเท่ากับคนไทย บริษัทจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติของไทย เพราะอยากให้คนไทยมาร่วมกัน ถึงแม้จะเป็นจุดเล็กๆ จุดหนึ่ง แต่ก็สามารถสร้างให้เกิดการรับรู้ และขยายวงกว้างออกไปเพื่อคนอื่นๆ มาช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ” สุวรรณา อัครพงศ์พิศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เบอร์แทรมเคมิคอล (1982) กล่าว
คณะเดินทางมาถึงยังบริเวณท่าเรือปากเมง โดยมีวิทยากรรับเชิญพิเศษเป็นตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง คณะประมง มาให้ข้อมูลปลาพะยูนด้วย
ใครหนอจะรู้ว่าปลาพะยูนมีบรรพบุรุษเดียวกันกับช้าง เลี้ยงลูกด้วยนม หายใจด้วยปอด พวกมันต้องขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำทุกๆ 2-3 นาที พะยูนมีอายุเฉลี่ย 70 ปี โตเต็มวัยจะมีความยาว 3 เมตร น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม ไม่สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเลี้ยง การคุ้มครองพะยูนต้องคุ้มครองให้ขยายพันธุ์โดยธรรมชาติ แม่พะยูนตั้งท้องนาน 13-14 เดือน คลอดลูกครั้งละตัว เลี้ยงลูกอ่อนนาน 18 เดือน ทิ้งระยะลูกแต่ละตัว 3-7 ปี แม่พะยูนให้น้ำนมลูกและสอนให้ลูกกินหญ้าทะเล หากแม่พะยูนตาย หรือพลัดหลงจากแม่ มันจะไม่สามารถมีชีวิตรอด
สำหรับหญ้าทะเล เป็นอาหารของพะยูน ซึ่งจะช่วยให้พะยูนดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ในอนาคต คณะประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ได้คิดค้นวิธีเพาะกล้าหญ้าทะเลเพื่อให้นำไปปลูกต่อในทะเล และเจริญเติบโตต่อไปได้ แดดเริ่มแรงแล้ว พวกเราเริ่มแจกต้นกล้าหญ้าทะเลให้แก่กัน กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นอย่างสนุกสนาน ทุกคนช่วยกันปลูกหญ้าทะเลอย่างเต็มที่ เต็มแรงและเต็มใจ
จิตราภรณ์ ธาราอมรรัตน์ อายุ 30 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว กล่าวถึงการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า รู้สึกเศร้าที่รู้ว่าปลาพะยูนคงลดจำนวนลงเรื่อยๆ ยิ่งฟังว่าบริเวณนี้เหลือเพียง 3 ตัว ก็ยิ่งทำให้หดหู่ใจบอกไม่ถูก ทุกคนเริ่มได้ที่ตัวเอง อยากให้มาช่วยกันเยอะๆ พะยูนยังรออยู่
พูลสิทธิ์ จรัสแสงไพศาล อายุ 32 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว บอกว่า รู้สึกสงสารปลาพะยูนที่เหลือจำนวนน้อยลงจนใกล้สูญพันธุ์ ยิ่งได้ยินว่าต้องถูกล่าเอาไปกินยิ่งทำให้รู้สึกแย่ ชีวิตของใครใครก็รักอย่าไปล่าปลาพะยูนเลย มาช่วยกันดีกว่า ไม่เช่นนั้นโลกใบนี้คงไม่เหลือสัตว์ชนิดไหนอีก แล้วมนุษย์จะมีชีวิตอยู่กันอย่างไร
พญ.ดรุณี ชัยดรุณ อายุ 46 ปี จากโรงพยาบาลกรุงเทพ พัทยา บอกว่า รู้สึกดีที่มีหน่วยงานเอกชนเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมกับก็ตกใจกับการลดจำนวนของปลาพะยูน อยากให้รัฐหันมาช่วย ยังไม่สายเกินไปที่จะร่วมกันแก้วิกฤตไม่ให้ปลาพะยูนสูญพันธุ์ แต่คงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายส่วนในการสร้างความสมบูรณ์ให้หวนคืนสู่ทะเลไทย







