
การเคลื่อนผ่านจุดเปลี่ยนของสังคมด้วยธรรม (ตอน ๔)
ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโสที่เคารพยิ่ง
ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโสที่เคารพยิ่ง
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโสที่เคารพยิ่ง
ในสถานการณ์ที่ไม่นิ่งของสังคมการเมือง มีการแบ่งฝ่ายแบ่งขั้วกันอย่างชัดเจนบนความต่างสุดขั้วอย่างนี้ จะมีอุบายอันใดในทางพระพุทธศาสนา ที่จะนำมาใช้บริหารจัดการ เพื่อให้สังคมไม่แตกแยก ประเทศชาติไม่เสียหาย ประชาชนมีความสุขสงบ
ด้วยความเคารพยิ่ง
(ไม่ขอลงนาม)
วิสัชนา : เราจึงเห็นสัตว์โลกแบ่งแยกเขตแดนขีดแบ่งประเทศ ก็ด้วยอำนาจแห่งโลกธรรมที่ถือครองจิตใจมวลมนุษยชาติ เมื่อใดที่มีการแบ่งปันผลประโยชน์ให้สมประสงค์กัน เมื่อนั้นมวลมนุษย์ก็จะอยู่กันอย่างมีความสุข แต่เมื่อใดที่มีความไม่เสมอกันในประโยชน์ที่ควรได้รับ เมื่อนั้น สัตว์มนุษย์เหล่านี้ก็จะทะเลาะวิวาทด่าทอแย่งชิงทุบตีเผาบ้านเผาเมืองทำร้ายทำลายกัน ก็ด้วยความริษยาและตระหนี่เป็นปัจจัย...
นี่คือ ความจริงตามหลักธรรมพระพุทธศาสนา จึงให้ยาแก้ความหายนะของมวลมนุษย์ไว้อย่างครบสูตร คือ ศีล สมาธิ ปัญญา โดยแจกแจงเป็นยาขนานต่างๆ ที่จัดอยู่ในรูปธรรมโอสถมากมายถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ โดยมุ่งยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นเพื่อออกมาจากความทะยานอยาก ซึ่งเป็นไปตามอำนาจโลกธรรม ซึ่งเป็นเพียงศาสนาเดียวเท่านั้นที่ประกาศยาขนานนี้ว่า ดับทุกข์ได้อย่างแท้จริงเด็ดขาด รับประกันคุณภาพจริงๆ
โดยจัดสรุปเคี่ยวย่อยยาขนานเอก ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ให้เหลือหม้อเดียวเท่านั้น ที่เรียกว่า มรรคแปด หรืออริยมรรคอันมีองค์ธรรม ๘ ประการ ว่าเป็นธรรมโอสถที่แก้โลกธรรมแปดได้อย่างชะงัก
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







