posttoday
การเปลี่ยนผ่านจุดเปลี่ยนของสังคมด้วยธรรม (ตอน ๓)

การเปลี่ยนผ่านจุดเปลี่ยนของสังคมด้วยธรรม (ตอน ๓)

29 มิถุนายน 2554

ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโสที่เคารพยิ่ง

ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโสที่เคารพยิ่ง

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบเรียน พระอาจารย์อารยะวังโสที่เคารพยิ่ง

ในสถานการณ์ที่ไม่นิ่งของสังคมการเมือง มีการแบ่งฝ่ายแบ่งขั้วกันอย่างชัดเจนบนความต่างสุดขั้วอย่างนี้ จะมีอุบายอันใดในทางพระพุทธศาสนาที่จะนำมาใช้บริหารจัดการเพื่อให้สังคมไม่แตกแยก ประเทศชาติไม่เสียหาย ประชาชนมีความสุขสงบ

วิสัชนา : ๑.ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้ แม้ปัจจัยนั้นจะมีก็ตาม...ไม่มีก็ตาม (ยถาลาภสันโตสะ)

๒.ความสันโดษตามกำลัง คือเป็นไปตามกำลังความสามารถของตน...(ยถาพลสันโตสะ)

๓.ความสันโดษด้วยปัจจัยอันสมควรแก่ตน...(ยถาสารุปปสันโตสะ)

จากนัยดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการจัดการศึกษาของสังคมไทยดั้งเดิมนั้น จึงมุ่งสู่ประโยชน์สุขโดยธรรม อันมิใช่เป็นการพึ่งอิงวัตถุจนเสียคุณค่าของความเป็นมนุษย์... แต่กลับใช้ความเป็นมนุษย์ให้เกิดประโยชน์ โดยรู้จักการกำหนดที่หมายของชีวิตและเคลื่อนไหวไปบนทิศทางที่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมอย่างพอเหมาะ โดยคำนึงถึงประโยชน์สุขโดยธรรมแบบยั่งยืน ที่อ้างอิงสัตถุศาสตร์ คือ คำสั่งสอนอบรมยกระดับจิตใจ ที่เรียกว่า หลักศีลธรรม ซึ่งมีฝ่ายการวัดรับผิดชอบในการเคลื่อนไหวให้สังคมได้รับประโยชน์ เพื่อสร้างความเป็นสังคมอารยชนที่มีอารยธรรม หรือเป็นชุมชนอารยธรรมที่ประสงค์ความสงบสุขแบบยั่งยืน...

การวัด จึงเป็นองค์กรหลักของพระพุทธศาสนาที่กำหนด ที่ขับเคลื่อนทุกภาคส่วนของสังคมให้เป็นไปตามวิถีพุทธ เพื่อความสงบสุขอย่างยั่งยืนของภาคสังคม ซึ่งหมายถึงการพัฒนาการของการบ้านและการเมืองที่เป็นไปอย่างมีทิศทางในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะการไม่หลงทางต่อการจัดการศึกษาเพื่อชีวิตให้กับมวลสมาชิกในสังคม ที่ควรได้รับความเสมอภาคหรือความเท่าเทียมกันในด้านการเข้ารับการศึกษา เพื่อยกระดับจิตวิญญาณให้สูงขึ้น เพื่อการมีความรู้อันเสมอกันตามฐานะและประสิทธิภาพบุคคล เพื่อการนำไปสู่ความเสมอกันด้วยข้อปฏิบัติ (สีลสามัญญตา) และความเสมอกันด้วยความเห็น (ทิฏฐิสามัญญตา)...ซึ่งแน่นอน ไม่ว่าสังคมใด หากพลเมืองในสังคมได้รับการพัฒนาการจนมีความเสมอกันในสีลและทิฏฐิ สังคมนั้นย่อมไร้ความแตกแยก แม้จะมีความแตกต่างทางความคิด แต่ก็จะมีจุดลงตัวที่เสมอกันในการกระทำ... นี่คือรูปสังคมอารยชนในวิถีพุทธ

จากปุจฉาที่มีเข้ามาถึง “คอลัมน์ธรรมส่องโลก” นั้น จริงๆ แล้ว คงมีความประสงค์ให้อาตมาวิสัชนาเรื่องการเมืองของสังคมไทยที่กำลังเดินทางไปสู่ที่หมาย คือ การเลือกตั้ง ในวันที่ ๓ ก.ค. ๒๕๕๔ นี้ และคงมีความห่วงใยในสถานการณ์ของบ้านเมืองที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจน มุ่งเอาชนะคะคานกันไปตามแบบสันดานปุถุชนคนเดินดิน

โดยเฉพาะการหวังผลแห่งชัยชนะตามคติดินๆ ที่ว่า...ใครชนะมีอำนาจ ใครแพ้ไร้อำนาจ หรือตามสำนวนหนังจีนที่ว่า ใครชนะเป็นนาย ใครแพ้เป็นขี้ข้า!! ทุกคนจึงปรารถนาชัยชนะที่จะนำพาไปสู่อำนาจ วาสนา ฐานะ และโอกาสทางสังคม โดยเฉพาะความมั่งมีในลาภยศ เงินทอง สรรเสริญ สุข ซึ่งเป็นโลกธรรม หรือธรรมในโลกที่มนุษย์หลงใหล

แม้ว่าทางการวัดจะอบรมสั่งสอนว่าโลกธรรมเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นของปลอมๆ ไร้ความเป็นหลักการใดๆ เลย เหมือนพยับแดดหรือฟองน้ำที่หาแก่นสารความจริงไม่ได้เลย...แต่ก็ยังมีหมู่ชนจำนวนมากๆ หลงใหลใฝ่หา ต้องการปรารถนาให้ได้มาในโลกธรรมนั้น ที่คาดคิดว่าจะอำนวยวิบากให้ความสุขสนองความต้องการแห่งขันธ์ของตน...

จึงเฮโลสาระพาดาหน้าเดินเข้ากองไฟแห่งโลกียวิสัยกันอย่างพร้อมเพรียง เหยียบมึง เหยียบกู ด่าว่า แย่งชิงตบตีกัน ประหัตประหารกัน เพื่อการยื้อแย่งเดินทางไปสู่อำนาจแห่งธรรมในโลกหรือโลกธรรม ซึ่งมีรากเป็นพิษ แต่มียอดหวาน ให้ความเพลิดเพลินน่ายินดี แต่มีความหายนะอยู่เป็นผล สมดังที่กล่าวไว้ว่า

โลกธรรมนี้เป็นของไม่เที่ยง แปรปรวนเปลี่ยนไปสู่ความทุกข์เป็นปกติ และไม่สามารถยึดมั่นยึดถืออะไรได้เลย เพราะมันเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย .. ซึ่งเป็นไปตามกฎอนัตตาอันเป็นปกติในธรรมชาติที่เป็นอย่างนี้ในทุกกาลสมัย...

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ