posttoday
สน.หัวหมากใช้สังคมออนไลน์จับโจร

สน.หัวหมากใช้สังคมออนไลน์จับโจร

28 มิถุนายน 2554

ทุกครั้งที่เกิดเหตุฆาตกรรมอันเนื่องมาจากความรักความหึงหวงก็ทำให้สลดใจไม่น้อย

ทุกครั้งที่เกิดเหตุฆาตกรรมอันเนื่องมาจากความรักความหึงหวงก็ทำให้สลดใจไม่น้อย

โดย..กันติพิชญ์ ใจบุญ

ทำไมหนอ...อานุภาพของความรักช่างรุนแรงเพียงนี้ “กิ๊ก” ถ้าไปซ่อนอยู่ในหัวใจใคร ความเดือดดาลก็ย่อมเกิดขึ้น ยิ่งเป็นฝ่ายชายจะรับไม่ค่อยได้หากถูกหยาม หลายคดีฝ่ายชายบุกไปยิงกิ๊กดับอนาถจนเป็นข่าวครึกโครม !!!

คดีล่าสุดที่สุดสะเทือนขวัญ ฝ่ายชายสวมรอยใช้โทรศัพท์มือถือแบล็คเบอร์รี่ หรือบีบี ที่แฟนสาวใช้แชตกับกิ๊กหนุ่ม ลวงให้มาพบจนฝ่ายกิ๊กหนุ่มคิดว่าหญิงสาวคงอยากเจอจึงออกมาหา แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นตามที่คิด เจอแฟนหนุ่มของสาวเข้า ความตายจึงบังเกิดด้วยเพชฌฆาตจากกระบอกปืน

เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กกลายเป็นชนวนเหตุน่าสลดโดยไม่ตั้งใจ ที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุหึงหวงฆ่ากันตายเพราะเจ้าระบบอินเทอร์เน็ตมาเยอะแยะไปหมด

สน.หัวหมากใช้สังคมออนไลน์จับโจร

ขอย้อนรอยคดีให้ดูพอสังเขป เหตุเกิดที่ จ.ชลบุรี เมื่อปีที่ผ่านมา จำรัส แสงแสน อายุ 48 ปี ใช้ปืนลูกโม่ยิง บันหยัด แสงแสน ภรรยาวัย 38 ปี เสียชีวิต พร้อมกับใช้ปืนกระบอกเดียวกันปลิดชีพตัวเองตายตกไปตามกัน หลังจับได้ว่าภรรยาเล่นเฟซบุ๊กแชตกับเพื่อนชาย จนทำให้เกิดความหึงหวง สุดท้ายโศกนาฏกรรมอันโหดร้ายจึงอุบัติขึ้น

การใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กผ่านเครือข่ายต่างๆ หรือการแชตในรูปแบบที่มีให้บริการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือการแชตผ่านระบบมือถือ ที่ปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ถูกฉุดขึ้นมาให้น่าคิดอีกครั้งว่าระบบดังกล่าวเป็นคุณเป็นโทษมากน้อยแค่ไหน

แต่ใช่...โดยรวมทั้งหมดการใช้ประโยชน์ หรือจะให้ใช้เป็นโทษก็ต้องอยู่ที่ผู้ใช้เป็นหลัก แต่เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นมา ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการล้อมคอกกันเล็กน้อย แต่จะไปโทษระบบไม่ดีทั้งหมดก็คงดูจะใจร้ายเกินไป เพราะบางหน่วยงาน เช่น ตำรวจก็ดึงระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กเข้ามาใช้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

อย่างเช่น สน.หัวหมาก พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสติ ผู้กำกับการ (ผกก.) ที่เห็นประโยชน์ของระบบนี้ ได้นำโซเชียลเน็ตเวิร์กมาใช้ในงานป้องกันปราบปรามที่มุ่งหวังให้ปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ลดลง

ทั้งนี้ เป็นเพราะปัญหาในพื้นที่ค่อนข้างมาก ทั้งลักวิ่งชิงปล้นที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน ประกอบกับกำลังตำรวจมีไม่เพียงพอ การดูแลป้องกันจึงไม่ทั่วถึง พ.ต.อ.สรรค์หกิจ จึงคิดนำสังคมออนไลน์มาเป็นตัวช่วยให้ชาวบ้านแจ้งข้อมูลข่าวสารผ่านระบบนี้ เพราะมีการเชื่อมโยงกันในคนหมู่มาก สำรวจแล้วคนในพื้นที่สื่อสารผ่านระบบออนไลน์ราว 4 ล้านกว่าราย ระดับอายุตั้งแต่ 10-40 ปี ดังนั้น โครงการดึงประชาชนในพื้นที่ของ สน.หัวหมาก เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายจึงเกิดขึ้น โดยตั้งเป้าไว้ถ้ามาช่วยตำรวจสักประมาณ 1 หมื่นคน ก็ถือว่าได้ผลเกินคาด

เริ่มจากกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ในพื้นที่ รวมถึงพนักงานห้าง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และผู้ประกอบการร้านทอง ร้านค้าต่างๆ จนถึงวันนี้ก็มีผู้สนใจสมัครเข้ามาแล้วกว่า 5,000 คน ในระยะเวลาไม่ถึงเดือน

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าสนับสนุน แต่การจะให้ประชาชนมาร่วมแจ้งข่าวสารผ่านระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บอกว่า ที่ผ่านมาเมื่อประชาชนพบเห็นเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุทางจราจร การปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกายกันต่างๆ นานา ก็สามารถใช้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กแจ้งข้อมูลมายัง สน.หัวหมาก ได้โดยตรง แทนที่จะแจ้ง 191 เหมือนเดิม แต่คราวนี้จะให้ประชาชนใช้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กเข้ามามีส่วนร่วมในการจับกุมคนร้าย

“โครงการนี้ สน.หัวหมาก ร่วมกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จัดทำระบบฐานข้อมูลภาคประชาชนในพื้นที่ โดยมีการแจ้งข้อมูลผ่านระบบเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ทั้งสองระบบจะเป็นการแจ้งข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อกฎหมาย การจราจรในพื้นที่แต่ละช่วงเวลา แต่การแจ้งเตือนภัยหรือดึงภาคประชาชนเข้ามาเป็นผู้ช่วยคอยแจ้งเบาะแสกับตำรวจ ผู้สนใจจะต้องสมัครเข้ามาอยู่ในระบบเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ โดยสมัครเข้ามาได้ที่ [email protected] รายละเอียดก็คือ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์มือถือ อีเมลที่ใช้ติดต่อได้ เพียงเท่านี้ท่านก็จะเข้ามาอยู่ในระบบ คอยช่วยงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้พื้นที่หัวหมากปลอดอาชญากรรมได้”

ผกก.หัวหมากดูจะเน้นหนักไปเรื่องของการเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง เพราะนี่ถือเป็นภารกิจที่ต้องให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ระยะแรกจะเน้นไปที่วินมอเตอร์ไซค์ ห้างร้านต่างๆ หอพัก คอยแจ้งเหตุให้ โดยทางตำรวจจะส่งข้อมูลคนร้ายที่ก่อเหตุขึ้นไปยังอีเมลของสมาชิก และระบบ SMS ทุกระบบ เพื่อระบุรูปพรรณสัณฐานคนร้าย การก่อเหตุ พื้นที่ก่อเหตุ เส้นทางหลบหนี เมื่อสมาชิกทราบแล้ว หากอยู่ในพื้นที่ หรือพบเห็นคนร้ายก็สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่ สน.หัวหมาก สมาชิกจะรู้เบอร์ส่วนตัวของ ผกก. พร้อมกับเบอร์ศูนย์วิทยุของ สน.หัวหมาก เพื่อแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง

“ผมหวังว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการนำร่องที่น่าจะกระจายไปทุกพื้นที่ได้ เพราะถือเป็นการดึงภาคเอกชน ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างมาก พื้นที่ สน.หัวหมาก กว้างขวาง มีตำรวจทำงานอยู่แค่กว่าร้อยนาย การได้ภาคประชาชนเข้ามาช่วยจะทำให้การทำงานง่ายขึ้น อีกทั้งยังให้ประชาชนในพื้นที่ตระหนักถึงการดูแลชุมชนของตนเองร่วมกัน เพราะระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กทุกคนมีใช้กันหมด เรียกว่าใช้โลกไซเบอร์ให้เป็นประโยชน์” ผกก.สน.หัวหมาก ย้ำ

เห็นมั้ยว่าระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ก ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หากใช้ได้อย่างถูกวิธีก็มีประโยชน์นานัปการ แต่ถ้าหากใช้แบบมั่วๆ อันตรายก็มาเยือนได้ง่ายๆ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท