
มื้อกลางวันฝีมือ (ว่าที่)นักบริหารโรงแรม
มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนสถาบันที่สอนด้านการบริหารโรงแรมในสวิตเซอร์แลนด์ 2 แห่ง ที่ติดอันดับดีที่สุดใน 3 อันดับแรกของโลก
มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนสถาบันที่สอนด้านการบริหารโรงแรมในสวิตเซอร์แลนด์ 2 แห่ง ที่ติดอันดับดีที่สุดใน 3 อันดับแรกของโลก
โดย...ปณิฏา สุวรรณปาล
มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนสถาบันที่สอนด้านการบริหารโรงแรมในสวิตเซอร์แลนด์ 2 แห่ง ที่ติดอันดับดีที่สุดใน 3 อันดับแรกของโลก ทั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูง กลียง (Glion Institute of Higher Education) สถาบันการศึกษาด้านการจัดการ การบริการ การท่องเที่ยว อีเวนต์ กีฬาและบันเทิงหลากหลายหลักสูตร รวมทั้งโรงเรียนการโรงแรมนานาชาติ เลส์ โรชส์ (Les Roches International School of Hotel Management)
สำหรับสถาบันการศึกษาชั้นสูง กลียง นั้น มี 2 วิทยาเขต แห่งแรกตั้งอยู่บนเขาเหนือรีสอร์ตที่มีชื่อเสียงของมงเทรอซ์ (Montreux) บนชายฝั่งทะเลสาบเจนีวา ขณะที่อีกวิทยาเขตซึ่งอยู่ที่ย่านบุล (Bulle) กลางใจเมืองกรูแยร์ สถานที่ผลิตชีสที่มีชื่อเสียงของสวิตเซอร์แลนด์ โดยวิทยาเขตหลังจะเน้นด้านการศึกษาระดับสูง เช่น MBA
สถาบันการศึกษาชั้นสูง กลียง เน้นหลักสูตรนานาชาติ ที่มุ่งเน้นการบริหาร พัฒนาทักษะการคิด ความเข้าใจในทฤษฎีการจัดการที่ร่วมสมัย ผสานทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ การรับนักศึกษาที่นี่มีโควตาของแต่ละประเทศอย่างชัดเจน ทำให้ในหนึ่งปีจะได้บรรยากาศของนักเรียนนานาชาติผสมผสานกันจริงๆ ราว 1,500 คน มากกว่า 90 เชื้อชาติ ซึ่งเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของโรงเรียนการบริหารจัดการแห่งนี้
นักเรียนทั้งหมดจะได้ศึกษาเรียนรู้ผู้คนจากหลายหลายวัฒนธรรม เช่นเดียวกับการทำงานในชีวิตจริง ที่จะต้องบริหารจัดการการท่องเที่ยวและโรงแรมที่รองรับผู้คนจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก
คุยกับ ภาวิณี ชัยศิริโรจน์ (เกด) สาวน้อยนักเรียนไทย เธอว่าหลังมาเรียนไป 2 ปี “ที่นี่ทิวทัศน์สวย ผู้คนเป็นมิตร ได้เรียนรู้แบบปฏิบัติงานจริง ที่สำคัญได้เจอคนที่มาจากหลายประเทศ เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมของผู้คนแต่ละประเทศ ทำให้เราเข้ากับคนง่าย และเกดก็ได้ฝีกตัวเองเรื่องความรอบคอบ เพื่อทำให้งานทุกอย่างราบรื่น”
ขณะที่ อารยะ โรจนภิรมย์ นักเรียนไทยอีกคน เสริมว่า ชอบระบบการเรียนการสอนของที่นี่ “ทำให้เรารู้จักคิดมากกว่า ได้ฝึกงานและเรียนรู้ไปในตัว ต่างกับการเรียนทฤษฎีที่เมืองไทย”
เดินทางมาที่โรงเรียนการโรงแรมนานาชาติ เลส์ โรชส์ (Les Roches International School of Hotel Management) ณ หมู่บ้านบลูช (Bluche) อันสงบเงียบสงบกันบ้าง บรรยากาศงดงามแทบไม่ต่างจากกลียง โดยรายล้อมด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติบริสุทธิ์ ทั้งทิวเขาสูงเรี่ยปุยเมฆที่นอนทอดยาวเป็นฉากหลังอยู่ไกลๆ ต้นไม้เมืองหนาวและหญ้าสีเขียวขจีแข่งกันให้ความสดชื่น อากาศสะอาดน่าสูดเข้าปอดอย่างที่สุด (เป็นที่พักฟื้นอันดับ 1 ของผู้ป่วยโรคปอด)
นักเรียนต่างชาติต่างภาษาในชุดสูทสีเข้มของโรงเรียน เดินไปเดินมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ห้องเรียนที่นี่เน้นความครบครัน เพื่อการเรียนแบบปฏิบัติงานโรงแรมจริง นอกจากห้องเรียนทั่วไป โรงแรมจำลองที่เน้นภาคปฏิบัติ ตั้งแต่เช็กอิน ไปจนถึงหัดปูเตียง ฝึกขัดพื้นชนิดต่างๆ แล้ว ยังมีห้องเรียนแบบครัวสาธิต (Demonstration Kitchen) ที่นักเรียนสามารถนั่งเรียน ดูอาจารย์สาธิตผ่านภาพสะท้อนโต๊ะครัวจากกระจกด้านบนได้อย่างชัดเจน
โรงเรียนการโรงแรมระดับโลกทั้งสองแห่ง มีการฝึกปฏิบัติปรุงอาหารจริงๆ ในครัวระดับมาตรฐานของครัวโรงแรมชั้นสูง มีภัตตาคารเพื่อฝึกการจัดโต๊ะอาหารและบริการ รวมถึงการเสิร์ฟอาหารตามคอร์สอย่างถูกต้อง
ไหนๆ ก็ไปถึงที่แล้ว พวกเราก็เลยถือโอกาสเข้าไปสัมผัสประสบการณ์รับประทานอาหารกลางวันมื้ออร่อย ฝีมือนักเรียนของทั้ง กลียงและเลส์ โรชส์ แห่งละวัน ที่แรกเป็นร้านอาหารที่จัดเอาไว้อย่างหรูหรา สวยงาม ด้วยสีแดงขาว สไตล์โมเดิร์น แม้จะอยู่ใต้หอพักนักเรียน ขณะที่ เลส์ โรชส์นั้น เน้นด้านการการบริหารโรงแรมมากๆ จึงมีทั้งร้านอาหารแบบไฟน์ไดนิง และอาหารสไตล์บุฟเฟต์ อยู่ในโรงเรียนเลย
ทั้งสองแห่งเซตเมนูมื้อกลางวันเอาไว้ง่ายๆ วันละ 3 เชต คืออาหารจานแรก อาหารจานหลัก และอาหารหวาน พร้อมไวน์ที่จับคู่มากับรสชาติของอาหาร–สำหรับคนนั่งรับประทานอาจจะดูเหมือนเรื่องง่ายๆ ที่ไหนก็ทำกัน แต่ต้องไม่ลืมว่า นี่เป็นเด็กนักเรียนนักศึกษาบริหารจัดการกันในหลักสูตรนะจ๊ะ
โรงเรียนบริหารการโรงแรมทั้งสองแห่งจัดระบบไว้ว่า นักเรียนทุกคนจะต้องผ่านประสบการณ์ในร้านอาหารระดับครัวโรงแรม โดยนักเรียนปีหนึ่งจะรับหน้าที่เป็นบริกร (เสิร์ฟ) ขณะที่นักเรียนปีสูงๆ ขึ้นไปก็จะหมุนเวียนเปลี่ยนกันมาควบคุมการทำงานของรุ่นน้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการร้านอาหาร หรือเป็นซูเปอร์ไวเซอร์ของบริกรอีกที ฯลฯ
เช่นเดียวกับอาจารย์และนักเรียนทั้งหลาย ก็จะต้องมาเป็นลูกค้า ผู้ใช้บริการ ซึ่งมีสิทธิที่จะติชมทั้งรสชาติอาหารและบริการ เพื่อใช้ในการทำงานจริงต่อไป
มื้ออร่อยตอนกลางวัน เป็นแค่เพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ (ที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้) ของโรงเรียนบริหารจัดการการโรงแรมและการท่องเที่ยวฯ ทั้งสองแห่งที่นำมาฝากกันเท่านั้น
ด้วยความเป็นสถาบันเก่าแก่ โรงเรียนทั้งสองแห่ง มีศิษย์เก่านับพันคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมการโรงแรมและท่องเที่ยวใน 100 ประเทศทั่วโลก
ว่ากันว่า บางคนถูกจองตัวให้ไปร่วมงานในโรงแรมระดับแนวหน้าตั้งแต่ยังไม่จบการศึกษา และมีน้อยมากที่จะไม่มีงานเสนอเข้ามาให้เลือกอย่างน้อย 3 แห่งทีเดียวนะ...
แหม... ถ้าย้อนเวลากลับไปได้สัก 20 ปี (อิอิ) ก็คงอยากจะออดอ้อนคุณพ่อคุณแม่ให้ส่งมาเรียน โรงเรียนบริหารการโรงแรมในสวิตเซอร์แลนด์บ้าง โหย... ก็ไม่ใช่แค่เป็นแค่โรงเรียนบริหารการโรงแรมที่ดีที่สุดของโลกเท่านั้น แต่บรรยากาศของสถานที่ ความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้คน ที่มองไปทางไหนก็มีแต่คนที่ดูดี๊ดูดี จนอยากเป็นส่วนหนึ่งในนั้นเลยทีเดียวล่ะ
ถามน้องๆ หลายคนที่ไปเรียนว่า มาอยู่ไกลบ้านอย่างนี้ มีโอกาสหนีไปเที่ยวเหลวไหลที่ไหนบ้าง? น้องทุกคนนิ่งสนิทเป็นศิษย์ส่ายหน้ากันทั้งนั้น ... “เรียนหนักมากค่ะ (ครับ) หนีไปไหนไม่ได้เลย”







