
วินนี วินฟรีด เชเฟอร์ โค้ชอิมพอร์ตดีกว่าโค้ชไทย(จริงหรือ??)
โดย...ราชันเบอร์ 23
โดย...ราชันเบอร์ 23
สร้างความฮือฮาให้วงการฟุตบอลไทยไม่น้อย หลังจาก “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย 3 สมัย ประกาศจ้าง “วินนี” วินฟรีด เชเฟอร์ ขรัวเฒ่าชาวเยอรมัน มานั่งเก้าอี้กุนซือทีมชาติไทย
ผลงานของกุนซือเจ้าของฉายา “ไอ้หนุ่มบลูยีนส์” รายนี้ เคยนำทีมเล็กๆ อย่างคาร์ลสรูห์ ขึ้นมาผงาดในศึกบุนเดสลีกามาแล้ว ส่วนสมัยเป็นนักเตะ เชเฟอร์ ลงเล่นในตำแหน่งกองกลาง เคยพาโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัก คว้าแชมป์บุนเดสลีกา เมื่อปี 1970 และซิวแชมป์ยูฟ่าคัพปี 1979
หลังจากนั้น เชเฟอร์ เริ่มจับงานโค้ชทีมสำรองในช่วงบั้นปลายชีวิตค้าแข้ง ก่อนที่จะขึ้นเทิร์นโปรเป็นเทรนเนอร์เต็มตัว ซึ่งดูเหมือนจะมาถูกทาง เพราะ “วินนี” ทำผลงานได้ “วิน” สมฉายา อีกทั้งสร้างเด็กปั้นมาแล้วทั้ง โอลิเวอร์ คาห์น อดีตผู้รักษาประตูเบอร์หนึ่งโลกของทีมชาติเยอรมนี, เมห์เม็ต โชล อดีตมิดฟิลด์เชิงสูงของทีมอินทรีเหล็ก และอีกหลายราย
อย่างไรก็ตาม ชีวิตมีขึ้นก็ต้องมีลง หลังจากนั้นดูเหมือนว่าเส้นทางการเป็นโค้ชของเชเฟอร์จะไม่สดใสดังเดิม จึงตัดสินใจเบนเป้าไปคุมทีมชาติเป็นครั้งแรกกับแคเมอรูน ในปี 2001 และฟ้าดินเป็นใจให้ “วินนี” อีกครั้ง ด้วยการพา “หมอผี” ผงาดคว้าแชมป์ทวีปแอฟริกา หรือแอฟริกัน เนชันส์ คัพ 2002 ด้วยการชนะรวดทุกนัดจนถึงนัดชิงชนะเลิศที่ชนะจุดโทษเซเนกัล ประเดิมแชมป์แรกในการคุมทีมชาติ ต่อจากนั้นสามารถพาทีมไปเล่นฟุตบอลโลกฉบับเอเชีย ในศึกเวิลด์คัพ 2002 ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ทว่าตกรอบแรกเพราะอยู่สายหิน
หลังจากนั้น เชเฟอร์ โบกมือลาทีมหมอผี เมื่อปี 2004 และตระเวนทำทีมสโมสรในแถบเอเชีย ก่อนที่จะร่อนโพรไฟล์มายังสมาคมลูกหนังไทย และคุณสมบัติเข้าตา จึงตกลงว่าจ้างให้ทำงาน ซึ่งจะมีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า โดยเตรียมจรดปากกาเซ็น 3 ปี รับเงินเดือนเดือนละ 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.3 ล้านบาท) คิดเป็น 15.6 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือว่าไม่แพงนักหากเทียบกับโค้ชต่างชาติก่อนหน้านี้ เช่น ไบรอัน ร็อบสัน 33 ล้านบาท และปีเตอร์ รีด 60 ล้านบาทต่อปี (ดัชนีวัดความถูกแพงพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา)
ทั้งนี้ เท่าที่มีการบันทึกไว้ ทีมชาติไทยเคยใช้โค้ชต่างชาติ 11 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวเยอรมัน 7 คน อังกฤษ 3 คน และบราซิล 1 คน ซึ่งในบรรดาโค้ชจากเมืองเบียร์ทั้ง 7 คน มีไม่กี่รายเท่านั้นที่สร้างผลงานชนิดจับต้องได้ คือ โบการ์ด ซีเซ (เหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2528) ปีเตอร์ สตูบเบ (เอเชียน คัพ รอบสุดท้าย พ.ศ. 2535 ผลงานเสมอกาตาร์, จีน แพ้ซาอุดีอาระเบีย และเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 17 พ.ศ. 2536) เท่านั้น
นอกนั้นเป็นประเภทไปไม่ลามาไม่ไหว้ หรือมองอีกแง่ เป็นเพราะสมาคมฟุตบอลบ้านเรายังไม่เป็นมืออาชีพมากพอ อย่างล่าสุด ไบรอัน ร็อบสัน ก็โบกมือลาโดยให้เหตุผลเรื่องสุขภาพ (ซึ่งจริงๆ ไม่น่าจะใช่!!!)
ต้องดูกึ๋นว่า “วินนี” วินฟรีด เชเฟอร์ จะพาทีมชาติไทยเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2014 ได้อย่างที่ประกาศไว้หรือไม่ ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์ โดยขุนพล “ช้างศึก” มีคิวดวลแข้งฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 รอผู้ชนะระหว่างปาเลสไตน์ หรืออัฟกานิสถาน ซึ่งไทยจะเล่นในบ้านนัดแรก 23 ก.ค. และไปเยือน 28 ก.ค.
เจ้าของนิกเนม “วินนี” จะพาทีมชาติเข้าวินเหมือนอย่างชื่อหรือไม่ ต้องติดตาม!!! &<2288;







