
ชายเดี่ยวไม่พ้น 4 เทพนักหวด
บียอร์น บอร์ก ตำนานนักหวดชาวสวีเดน อดีตมือ 1 โลก และเป็นเจ้าของแชมป์วิมเบิลดัน 5 สมัย
บียอร์น บอร์ก ตำนานนักหวดชาวสวีเดน อดีตมือ 1 โลก และเป็นเจ้าของแชมป์วิมเบิลดัน 5 สมัย
โดย...โอชิยา ตันติวิวัฒน์พันธ์
บียอร์น บอร์ก ตำนานนักหวดชาวสวีเดน อดีตมือ 1 โลก และเป็นเจ้าของแชมป์วิมเบิลดัน 5 สมัย กล่าวถึงการแย่งแชมป์แกรนด์สแลมคอร์ตหญ้าของฝ่ายชาย
“ไม่เห็นว่าจะมีใครคว้าแชมป์วิมเบิลดันได้นอกจาก ราฟาเอล นาดาล, แอนดี เมอร์เรย์, โนวัก โจโควิช และโรเจอร์ เฟเดอเรอร์”
บอร์ก ยกนิ้วให้กับความแข็งแกร่งของนักเทนนิสชายมือวาง 4 อันดับแรกดังกล่าว และมีโอกาสไม่น้อยที่จะพาเหรดเข้ารอบรองชนะเลิศได้ทั้ง 4 คน ซึ่งนั่นจะทำให้ศึกวิมเบิลดันในปีนี้น่าตื่นเต้นที่สุดเมื่อเทียบกับปีอื่นๆ
“คุณอยากรู้มั้ยล่ะว่าผมคิดว่าใครจะได้แชมป์ ทั้ง 4 คนนี้สามารถคว้าแชมป์วิมเบิลดันได้ทั้งหมด แต่ถ้าต้องเลือกคนหนึ่ง ผมเลือกเฟเดอเรอร์ ฤดูกาลนี้เขาเล่นบนคอร์ตดินได้ดีที่สุด เขาเล่นได้เหลือเชื่อมาก โชคไม่ดีที่เขาแพ้ ซึ่งผมไม่เคยเห็นเขาเล่นได้แบบนี้มาก่อนบนเคลย์คอร์ต ตอนนี้เขากำลังมาเล่นบนพื้นผิวที่เขาชอบมากกว่าด้วย ซึ่งถ้าเขาเล่นได้แบบนั้นอีก ใครก็เอาชนะเขาได้ยาก”
ราฟาเอล นาดาล (มือวาง 1/สเปน)
เจ้าของตำแหน่งมือ 1 โลกคนปัจจุบันที่เพิ่งฉลองครองตำแหน่งครบรอบ 100 อาทิตย์เมื่อไม่นานมานี้ เป็นเจ้าของแกรนด์สแลม 10 สมัย ประกอบด้วย ออสเตรเลียน โอเพน (2009) เฟรนช์ โอเพน (2005, 2006, 2007, 2008, 2010, 2011) วิมเบิลดัน (2008, 2010) และยูเอส โอเพน (2010)
ราฟา เริ่มสร้างความยิ่งใหญ่บนคอร์ตดิน โดยในช่วงแรกๆ หลายคนวิจารณ์ว่าเขาเอาแต่วิ่งไล่ลูกเทนนิส และชนะมาได้เพราะมีร่างกายที่แข็งแรงกว่าคู่ต่อสู้ อย่างไรก็ตาม นาดาลได้พัฒนาฝีมือขึ้นมาตามลำดับ และโชว์ผลงานคว้าแกรนด์สแลมมาได้ทุกรายการทุกพื้นคอร์ตแล้ว ซึ่งเป็นบทพิสูจน์อย่างดีว่านี่คือสุดยอดนักหวดลูกสักหลาดโลก ณ ปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้ ฉายาของนาดาลที่เราคุ้นหูคือ “ราชาคอร์ตดิน” แต่ถ้าพิจารณาสถิติวิมเบิลดันในปีหลังๆ มีโอกาสเหมือนกันที่นักหวดจากแดนกระทิงรายนี้จะก้าวขึ้นมาเป็นราชาคอร์ตหญ้าด้วย โดยเข้าชิงตลอด 4 ปีหลังสุดที่ลงแข่ง
ปี 2006 และ 2007 เข้าชิงก่อนพ่ายต่อเฟเดอเรอร์ทั้ง 2 ปี ก่อนที่จะแก้แค้นเฟดเอ็กซ์ ผงาดซิวแชมป์ในปี 2008 จากนั้นปี 2009 มีอาการบาดเจ็บจนชวดลงแข่ง แต่มาคว้าแชมป์ได้ในปี 2010 จากการปราบ โทมัส เบอร์ดิช (สาธารณรัฐเช็ก) ในนัดชิง
ทั้งนี้ แม้แฟนๆ หลายคนมองว่าฟอร์มของเขาดูไม่ร้อนแรงเท่าปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าราชาคอร์ตดินมีอาการเหนื่อยล้า แต่จากภาพที่เขาไปผ่อนคลายตีปิงปองเล่นในหนังสือพิมพ์เอลมุนโดของสเปน แฟนๆ ของราฟาน่าจะหายกังวลได้ เพราะท่าทางเจ้าตัวจะพักผ่อนเต็มอิ่ม และพร้อมลงป้องกันแชมป์แล้ว
โนวัก โจโควิช (2/เซอร์เบีย)
เจ้าของแกรนด์สแลม 2 สมัย ออสเตรเลียน โอเพน (2008, 2011) รายนี้ เพิ่งสร้างสถิติชนะติดต่อกัน 41 แมตช์ในปีนี้ โดยมาจบลงที่การแพ้ให้กับเฟเดอเรอร์ในรอบรองชนะเลิศศึกเฟรนช์ โอเพน ซึ่งแฟนๆ และนักวิจารณ์เชื่อว่ามันมาจากแรงกดดันที่เขาพยายามจะขึ้นเป็นมือ 1 โลก
หลังจากนั้น “โนเล” ได้ถอนตัวจากรายการอุ่นเครื่องบนคอร์ตหญ้า เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บที่ทำให้หลายคนสงสัยว่าเขาเจ็บจริง หรือว่าเขาต้องการพักเพื่อเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจกันแน่
จากฟอร์มการเล่นที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่า โจโควิช คือนักเทนนิสที่ร้อนแรงที่สุดในฤดูกาลนี้ ซึ่งถ้าเขาสามารถรักษาความมั่นใจ และไม่ปล่อยให้ความกดดันมาสร้างความเกร็งเหมือนตอนดวลกับเฟเดอเรอร์ แร็กเกตหนุ่มเซิร์บขี้เล่นก็น่าจะทำผลงานได้ดีในวิมเบิลดัน ซึ่งผลงานดีที่สุดของเขาคือการผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศปี 2007 และ 2010 ซึ่งพ่ายต่อนาดาล และเบอร์ดิช ตามลำดับ
โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (3/สวิตเซอร์แลนด์)
ในบรรดาแชมป์แกรนด์สแลมทั้ง 16 สมัยที่คว้ามาได้ ศึกวิมเบิลดันคือแกรนด์สแลมที่เฟดเอ็กซ์ประสบความสำเร็จมากที่สุดจากการสอยแชมป์มานอนกอดได้แล้วถึง 6 สมัย (2003, 2004, 2005, 2006, 2007, 2009)
อดีตมือ 1 โลกจากแดนนาฬิกาถูกมองว่ามีโอกาสไม่น้อยที่จะคว้าแชมป์วิมเบิลดันเป็นสมัยที่ 7 จากทรรศนะของ บียอร์น บอร์ก ตำนานแร็กเกตชาวสวีดิช
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าผลงานของเฟเดอเรอร์ในปีนี้ไม่ใช่ธรรมดาเลยจริงๆ โดยเฉพาะแมตช์ที่ดวลกับโจโควิชในเฟรนช์ โอเพน ซึ่งก็ต้องติดตามกันดูว่าเฟดเอ็กซ์จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่บนคอร์ตหญ้าของเขาได้หรือไม่ หลังจากปล่อยให้นาดาลครองบัลลังก์วิมเบิลดันไปเมื่อปีที่แล้ว
แอนดี เมอร์เรย์ (4/สกอตแลนด์)
แม้จะยังไม่เคยสัมผัสแชมป์แกรนด์สแลมใดๆ เลย แต่การลงเล่นในเมืองผู้ดีเปรียบเสมือนการเล่นในบ้านเกิด อีกทั้งเพิ่งคว้าแชมป์รายการอุ่นเครื่องที่ควินส์ คลับ ดังนั้นเมอร์เรย์จึงน่าจะโกยความมั่นใจได้มากก่อนลงทำศึกวิมเบิลดันปีนี้
ทั้งนี้ ในบรรดาแกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการ เมอร์เรย์มีผลงานในศึกวิมเบิลดันดีที่สุด โดยเฉพาะ 2 ปีหลัง แร็กเกตหนุ่มวัย 24 ปี ทะลุเข้าถึงรอบตัดเชือกได้ 2 ปีซ้อน ซึ่งไม่แน่ว่าปีนี้อาจจะถึงทีของเขาบ้าง
แต่อย่างไรก็ตาม จอห์น แม็คเอนโร อดีตนักหวดชาวอเมริกัน ที่ขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ร้อนและโต้เถียงกับกรรมการอยู่เป็นประจำ ก็ได้ออกมาเตือนเมอร์เรย์ที่มักเหวี่ยงใส่คนรอบข้างเช่นกันว่า พฤติกรรมลักษณะนี้อาจส่งผลเสียต่อสมาธิในเกมการแข่งขัน และจะส่งผลกระทบทำให้ไปไม่ถึงดวงดาวในที่สุด
เชื่อเค้าเหอะ...ลุงเค้าอาบน้ำร้อนมาก่อนนะเมอร์เรย์







