
ถ้าโลกนี้มีแค่ 100 คน
หนูดีมีเสื้อยืดตัวโปรดอยู่ตัวหนึ่งค่ะ ซึ่งมีคำคมของนักธุรกิจคนหนึ่งเขียนไว้ว่า “Many have lived without love, but none have lived without water.”
หนูดีมีเสื้อยืดตัวโปรดอยู่ตัวหนึ่งค่ะ ซึ่งมีคำคมของนักธุรกิจคนหนึ่งเขียนไว้ว่า “Many have lived without love, but none have lived without water.”
โดย...หนูดี – วนิษา เรซ
หนูดีมีเสื้อยืดตัวโปรดอยู่ตัวหนึ่งค่ะ ซึ่งมีคำคมของนักธุรกิจคนหนึ่งเขียนไว้ว่า “Many have lived without love, but none have lived without water.” (“คนจำนวนมากมีชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากความรัก แต่ไม่มีใครเคยอยู่มาได้โดยปราศจากน้ำ”) คำพูดนี้ คนโรแมนติกคงไม่เห็นด้วยเท่าไร แต่หนูดีเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ และเห็นภาพชัดเลยว่า อาหารและน้ำนี่สิของจริงของชีวิต ส่วนคนที่อกหัก หรือฆ่าตัวตายเพราะความรักนั้น คงลืมมองไปว่า เขาโชคดีแค่ไหนที่ยังคงมีอาหารและน้ำอยู่บนโต๊ะอาหาร
พอเห็นเสื้อตัวนี้ทีไรก็จะนึกไปถึงเกมๆ หนึ่ง ที่คุณครูเคยให้หนูดีกับเพื่อนๆ ในห้องเล่นกันสมัยเป็นนักเรียนอยู่ที่อเมริกาเสมอ เกมนี้มาจากอัตราส่วนจริงคร่าวๆ เท่าที่จะหาข้อมูลได้จากปริมาณคนบนโลกใบนี้ค่ะ ตอนที่เล่นนั้น คุณครูให้เราลองเขียนคำตอบดูก่อนสำหรับคำถามสิบกว่าข้อ เชื่อไหมคะว่า พอครูเฉลย จะมีเสียงฮือฮาประกอบตลอดเวลา เพราะคำตอบที่เราให้ไป แทบไม่ตรงกับอัตราส่วนจริงๆ สักเท่าไรเลย
คำถาม : ถ้าวันนี้ เราย่อสัดส่วนของโลกลงให้เหลือคนแค่ 100 คน จะมี...
1.จะมีคนเอเชียกี่คน คนยุโรปกี่คน คนอเมริกันกี่คน
2.จะมีผู้ชายกี่คน ผู้หญิงกี่คน
3.จะมีคนผิวขาวกี่คน และคนผิวสีอื่นๆ กี่คน
4.ทรัพย์สินในโลกส่วนใหญ่จะตกอยู่ในมือคนกี่คน
5.และในจำนวนคนที่รวยที่สุดในโลกจากข้อ 4 จะมีคนอเมริกันหรือถือสัญชาติอเมริกัน หรือมีกรีนการ์ดอยู่กี่คน
6.คนกี่คนจะอยู่ในบ้านที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีความปลอดภัยเท่าที่ควร
7.กี่คนจะอยู่ในบ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้
8.สักกี่คนกันที่จะอ่านหนังสือไม่ค่อยออก หรือไม่ออกเลย
9.สักกี่คนจะจบมหาวิทยาลัย
10.สักกี่คนที่ขาดสารอาหาร หรือกำลังจะตายเพราะขาดสารอาหาร
11.สักกี่คนที่จะมีโอกาสใช้อินเทอร์เน็ต
แค่ 11 ข้อสนุกๆ ลองเขียนตอบดูนะคะ ก่อนจะดูต่อไปถึงคำเฉลยข้างล่าง
1.คำตอบตรงนี้ อ่านแล้วแฮปปี้ค่ะ เพราะคนเอเชียเยอะที่สุด คือ 60 คน จะมีคนยุโรป 12 คน และคนอเมริกันเพียง 5 คนเท่านั้นค่ะ แต่มานึกๆ ดู คนอเมริกันที่เป็นชนกลุ่มน้อยนี้ก็เก่งนะคะ กุมเศรษฐกิจโลกมาได้นานเลย เรื่องนี้ ถ้าใครที่คิดว่า คนขาวนั้น ฉลาดและเก่งกว่าคนชาติอื่นๆ จึงสามารถเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจมาได้นานเป็นศตวรรษ อยากให้ลองอ่าน “Guns, Germs, and Steel” ของ Jared Diamond ดูค่ะ เป็นงานวิจัยยาวนานกว่า 10 ปี ของศาสตราจารย์จากสแตนฟอร์ดท่านนี้ ที่อยากรู้ว่า คนขาวฉลาดกว่าจริงหรือ ถึงยึดครองโลกได้ เขาพบว่า ไม่จริงค่ะ แต่คนขาวได้พบ “ปืน เชื้อโรค และเหล็ก” ก่อนใคร ตามชื่อหนังสือเปี๊ยบ มันเกี่ยวอย่างไร หนูดีไม่กล้าเล่า เดี๋ยวไปเฉลยหนังสือ แต่บอกได้ว่า อ่านแล้ววางไม่ลง
2.จะมีผู้ชาย 51 คน และผู้หญิง 49 คน
3.จะมีคนผิวขาว 18 คน และคนผิวสีอื่นๆ 82 คน
4.ทรัพย์สินในโลกประมาณกว่า 30 เปอร์เซ็นต์จะตกอยู่ในมือคนเพียง 5 คนเท่านั้น และที่น่าตกใจคือ ใน 5 คนนี้ ก็มีลูกหลานแต่งงานกันเองด้วย จึงทำให้ “เรือล่มในหนอง” อยู่แบบนั้น ส่วน 5 คนใน 5 ครอบครัวใหญ่นี้ เป็นใคร ทางโพลนี้ไม่ได้บอกค่ะ
5.และในจำนวนคนที่รวยที่สุดในโลกจากข้อ 4 จะมีคนอเมริกันหรือถือสัญชาติอเมริกัน หรือมีกรีนการ์ดอยู่ทั้ง 5 คนเลยค่ะ ต้องบอกว่า ตอนตอบ หนูดีก็ใส่ชื่อคนในประเทศแถบที่ขายน้ำมันไปบ้าง มหาเศรษฐีอินเดียบ้าง หรือในละตินอเมริกาบ้าง แต่ครูก็บอกว่า คนส่วนใหญ่ถ้ารวยระดับโลกแล้ว จะงดเว้นไม่ติดต่อกับอเมริกาไม่ได้เลย จึงเป็นเหตุผลที่เขามักถือสัญชาติอเมริกันหรือมี “บัตรเขียว” กันค่ะ แม้ไม่ได้เกิดในอเมริกาก็ตาม
6.คนจำนวนถึง 80 คนจะอยู่ในบ้านที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่มีความปลอดภัยเท่าที่ควร
7.คน 24 คน จะอยู่ในบ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้
8.คนจำนวน 67 คน จะอ่านหนังสือไม่ค่อยออกหรือไม่ออกเลย ฟังจำนวนนี้แล้ว ด้วยความเป็นครู หดหู่ใจมากค่ะ เกินครึ่งไปตั้งมาก การที่คนคนหนึ่งอ่านหนังสือไม่ออก มันหมายถึงความเสียเปรียบมหาศาล เพราะจะเซ็นสัญญา จะทำอะไร ถูกโกงง่ายไปหมด นี่ยังไม่รวมถึงความก้าวหน้าในชีวิตที่มาจากการสามารถหาความรู้ได้ด้วยตัวเอง แต่จะว่าไป เด็กประถมในเมืองไทย ป.3ป.4 ที่อ่านไม่ออกนี่ มีมากมายกว่าที่เราคิดค่ะ ดังนั้น ยังไม่ต้องมองไกลออกนอกประเทศ เพราะแค่หลังบ้านเรา ปัญหาก็เยอะแยะแล้ว
9.สักกี่คนจะจบมหาวิทยาลัย คำตอบนี้ ฟังแล้วพวกเราฮือกันขึ้นมาทั้งห้องเรียนจริงๆ คำตอบคือ แค่ 1 คนเท่านั้นค่ะ ได้ยินแล้วนึกถึงเด็กมหาวิทยาลัยที่โดดเรียน โดนไทร์ ไปตีกัน แย่งสาว เล่นยา ขี้เกียจเรียน แล้วเศร้าค่ะ พวกเขาจะรู้ไหมว่า เขาเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ที่อยู่สูงที่สุด แล้วกลับโยนโอกาสที่เด็กอื่นๆ ไม่มีวันได้เห็นทิ้งแบบเหมือนเป็นของฟรี น่าเสียดายค่ะ
10.คน 50 จะขาดสารอาหาร และ 1 คนกำลังจะตายเพราะขาดสารอาหาร ซึ่งได้ฟังแบบนี้แล้ว เวลาเห็นอาหารเสีย แล้วต้องเอามาทิ้งจากในตู้เย็นแล้วรู้สึกผิดจริงๆ ทำให้เวลาซื้ออาหาร โดยเฉพาะตอนหิว มีสติขึ้นเยอะ ไม่อยากเป็นคนใจร้ายโดยไม่รู้ตัว
11.และมีคนเพียง 7 คนเท่านั้น ที่จะมีโอกาสใช้อินเทอร์เน็ต
เนื้อหาข้อมูลเหล่านี้ หนูดีว่า ก็คงมีคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอยู่บ้าง เพราะเรื่องของประชากรเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่หลักๆ แล้วก็คงใกล้ความจริงมากพอควร หนูดีคิดว่า หากใครเป็นพ่อแม่ ครู อาจารย์มหาวิทยาลัย หรืออยู่แผนกฝึกอบรม การเอาเกมนี้ไปเล่นน่าจะได้ผลทางจิตวิทยามาก ตัวหนูดีเองก็เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปเยอะหลังจากรู้ว่า “เราโชคดีแค่ไหน ที่ได้ใช้ชีวิตธรรมดาๆ แบบนี้” เพราะแค่คืนนี้ หนูดีมีเตียงนุ่มๆ ให้ล้มตัวลงนอน ในห้องนอนที่เปิดแอร์ และหลังคาไม่รั่ว ก็โชคดีกว่าคนอีก 75 เปอร์เซ็นต์บนโลกใบนี้แล้วค่ะ







