posttoday
เลี้ยงลูก ให้ทันโรคและทันโลก

เลี้ยงลูก ให้ทันโรคและทันโลก

10 กุมภาพันธ์ 2553

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ปลอดภัยจากโรค และทันกับโรคยุคใหม่

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ปลอดภัยจากโรค และทันกับโรคยุคใหม่

มัลลิกา นามสง่า

เลี้ยงลูก ให้ทันโรคและทันโลก

เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปจนแทบตามไม่ทัน และแต่ละอย่างก็เปลี่ยนแบบสายฟ้าฟาด ยังวิ่งตามไม่ทันอันนี้เลยอันใหม่ก็มาแทนซะแล้ว นี่หากยังย่ำอยู่กับที่ไม่คิดจะสนใจวิวัฒนาการอะไรใหม่ๆ คงต้องถูกไล่ให้กลับไปอยู่ยุคไดโนเสาร์เป็นแน่ ยิ่งเด็กๆ ตอนเกิดเกิดอีกสมัยหนึ่ง โตมาอีกสมัยหนึ่งแล้ว งุนงงเหมือนกันนะนั่น หากไม่มีการทำความเข้าใจเตรียมพร้อมรับกับอนาคต ในงานเสวนา "เลี้ยงลูกให้เท่าทันโรคและโลกยุคใหม่" มีข้อมูลและแง่คิดดีๆ สำหรับคุณแม่คุณพ่อไว้เป็นภูมิคุ้มกันในการเลี้ยงดูลูกๆ

โรคนี้โรคไหนก็พร้อมรับมือ

ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ อาจารย์สาขาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เปิดเผยถึงภาวะความเสี่ยงของโรคในเด็กเล็กถูกผลักดันโดยสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม ส่งผลให้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว มาตรการป้องกันจึงต้องทันกับสถานการณ์ วัคซีน จึงถือเป็นตัวเลือกที่สำคัญ เท่าทันโรค ในยุคปัจจุบัน

สิ่งแวดล้อมหรือมลภาวะต่างๆ ทำให้เด็กไม่ได้รับอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งโรคในเด็กเล็กถ้าเทียบถึงจำนวนครั้งที่เกิด สาเหตุอาจมาจากการไม่ให้ลูกกินนมแม่ สิ่งเหล่านี้เกื้อหนุนทำให้เกิดปัจจัยของโรคต่างๆ ที่เข้ามา เช่น โลกภูมิแพ้ โรคเจ็บป่วยทางเดินหายใจ หรือโรคท้องเสีย และโรคบางอย่างที่สมัยก่อนเป็นแล้วเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นโรคคอตีบ โรคบาดทะยัก โรคไอกรน หรือว่าโรคหัดต่างๆ ปัจจุบันน้อยมาก เพราะว่าเรามีตัวช่วย

วัคซีน จึงมีบทบาทที่เข้ามาเป็นตัวช่วยควบคู่ไปกับการดูแลที่เหมาะสมกับช่วงวัย ซึ่งปัจจุบันเราสามารถเข้าสู่ระบบทางการแพทย์ได้มากขึ้น ไปโรงพยาบาลได้ง่ายขึ้น เด็กก็จะไม่เสียชีวิต เพราะฉะนั้นลักษณะโรคที่มันเปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นโรคที่ถูกผลักดันโดยสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม วัคซีนป้องกันโรค หรือวัคซีนเสริม จึงจำเป็นมาก พ่อแม่ควรให้ลูกฉีดทุกวัคซีนจะมีประโยชน์ ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะเจ็บ เพราะคุณประโยชน์ที่ได้รับมันคุ้มกว่าความเจ็บ แต่อย่าลืมให้ลูกได้รับ

รศ.พญ.พิมล ศรีสุภาพ หัวหน้าหน่วยทารกแรกเกิด คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เปิดเผยถึงสถานการณ์การคลอดก่อนกำหนดเพิ่มขึ้น เพราะวิทยาการการแพทย์ก้าวหน้าขึ้น ขณะที่แนวโน้มการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นปัจจุบันมีมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่น่าห่วง "จริงๆ แล้วอุบัติการณ์ของทารกก่อนกำหนด สูงขึ้นมากกว่าที่คิด อาจเพราะวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้า ทำให้ทารกเหล่านี้รอดชีวิตได้มากขึ้น และมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 2,800 หรือ 3,000 กรัม ปัจจุบันมีน้ำหนัก 5,000-6,000 กรัม ต้อง ยอมรับว่าขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ ซึ่งวัยรุ่นอายุ 12 หรือ 13 ปี ก็สามารถที่จะตั้งครรภ์ได้ ส่วนหนึ่งอาจจะ เป็นจากการดูแลสุขภาพความพร้อมด้านร่างกาย ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพความพร้อมของ โครงสร้างของร่างกายหรือฮอร์โมน ถ้าอายุครรภ์สูงขึ้นมาหน่อยโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้นกลุ่มที่รอดก็จะมีพัฒนาการตามปกติมากขึ้นเรื่อยๆ โดยภาพรวม ทางการแพทย์ อาจมีบางรายที่เล็กกว่านั้นแล้วก็รอด หรือบางรายที่เล็กขนาดนั้นแล้วไม่รอด ซึ่งสมัยก่อนอาจจะใช้คำว่าแท้ง สาเหตุของการคลอดก่อนกำหนด มีหลายปัจจัย"

เลี้ยงลูก ให้ทันโรคและทันโลก

อยู่บนโลกนี้ต้อง อึด ฮึด สู้

ศ.(เกียรติคุณ) พญ.ชนิกา ตู้จินดา กุมารแพทย์ เจ้าของผลงาน "คู่มือเลี้ยงลูก" กล่าวว่า การเลี้ยงลูกในปัจจุบันนอกจากจะเน้นด้านของสุขภาพร่างกายแล้ว ยังต้องเน้นเรื่องจริยธรรม มีจิตวิทยาเข้าถึงจิตใจของเด็ก เพราะโลกสมัยใหม่ สื่อ สิ่งเร้า ที่ทันสมัยเข้ามามีบทบาท พ่อแม่จึงต้องรู้เท่าทันสถานการณ์และเข้าใจจิตใจลูกให้มากที่สุด

"ยุคสมัยเปลี่ยนไปมาก ไม่เหมือนเมื่อ 30 ปีก่อน ที่ปัญหาการเลี้ยงลูกส่วนใหญ่อยู่ที่สุขภาพกาย ทำอย่างไรให้ลูกแข็งแรง กินได้ นอนหลับ ไม่ป่วย ไม่ไข้ ได้ฉีดวัคซีนครบถ้วน เป็นเด็กดี เรียนดี เท่านี้ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายายก็พอใจ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป จากประชากรแค่ 30 ล้านคน มาเป็น 67 ล้านคน เมืองขยายมาก โลกกว้างทางไกล มีอะไรกระทบเศรษฐกิจโลกจะกระเทือนถึงไทยทันที ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ การเมือง สังคม มีผลต่อครอบครัว ความต้องการ และการตั้งเป้าหมายของพ่อแม่เปลี่ยนไป อยากให้ลูกอยู่รอดปลอดภัย ไม่เฉพาะร่างกายแข็งแรง แต่ต้องอยู่ในโลกของการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเข้มแข็ง ทั้งสติปัญญา ไอคิว อีคิว รวมถึงอาร์คิว (การสามารถฟื้นหรือปรับตัวได้อย่างเร็วจากความอับโชคหรือการเจ็บปวด) ซึ่งถ้าลูกได้ฝึกหัดได้รู้จักคำว่า อึด ฮึด สู้ เขาจะมีอาร์คิวที่สมบูรณ์ ซึ่งที่สำคัญพ่อแม่ก็ต้องมีเวลาให้กับลูกและรวมใจเป็นดวงเดียวกันลดทิฐิ เปลี่ยนแปลงตัวเอง และต้องรู้จักและเข้าใจลูกอย่างแท้จริง พ่อแม่จึงเปรียบเสมือนคนปั้นโลกใบนี้ โลกจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับพวกเรา เด็กของเราก็จะเป็นผู้ไปสร้างอนาคตข้างหน้าต่อไป"

ยังมีมุมมองการเลี้ยงลูกให้เท่าโลกยุคใหม่จากครอบครัวคนดัง "บ๊อบ-ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์" คุณพ่อลูกหนึ่ง "ผมว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่มีความทันสมัยมากขึ้น อย่างผมจะเป็นรุ่นคาบเกี่ยว คือจะทันรุ่นคุณตาคุณยายที่มีความรู้แบบโบราณ กับตัวเราที่จะทันสมัยนิดๆ พอมาผสมผสานกับคู่มือเลี้ยงลูก ผสมผสานกลมกลืนกัน ก็สามารถนำมาเลือกดูข้อมูลได้ว่าอันไหนเหมาะสม อันไหนต้องปรับเปลี่ยนตาม สิ่งที่จะบอกเราได้ดีที่สุดก็คือ ลูก

อันดับแรกเลยเราควรจะสอนเขาให้เป็นคนดี ต่อมาคือการให้ รู้จักแบ่งปัน ถ้าเขารู้จักซึมซับตรงนี้ได้ก็จะเป็นคนดี ความเก่งสามารถพัฒนาได้ แต่ความดีสำคัญกว่า ต่อมาคือความสุข มีคนเคยสัมภาษณ์ผมว่าประสบความสำเร็จหรือยังในการเลี้ยงลูก ผมบอกว่าผมก็ยังไม่รู้ว่าประสบความสำเร็จหรือยัง แต่มีอยู่ด้านหนึ่งที่ผมสำเร็จ คือลูกมีความสุข ลูกอารมณ์ดี ก็ฝากไว้ในเรื่องของการสอนให้ลูกมีความสุข และให้ลูกอารมณ์ดี

ด้าน คุณแม่เปิ้ล-หัทยา วงษ์กระจ่าง ให้มุมมองว่า เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่ต้อง รู้จักลูกของตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะมากได้ เด็กเขามีความพิเศษที่แตกต่างไป และต้องไม่ท้อ ต้องมีกำลังใจ และมีความสุข เป็นเพื่อนเขา ฟังเขาเยอะๆ แล้วจะรู้ว่าเด็กมีความเปลี่ยนแปลงทุกช่วงวัย ต้องเข้าใจเขามากๆ
"ถ้าเราฟังเขา เขาก็ฟังเรา ไม่ว่าโลกจะหมุนไปแค่ไหน เทคโนโลยีเปลี่ยนไปยังไง ลูกก็จะยังอยู่กับเรา เมื่อลูกทำอะไรก็จะคิดถึงเรา ส่วนโรคภัยไข้เจ็บวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้นมาก ถ้าไม่สบายมากๆ ก็พาไปหาคุณหมอ แต่ถ้าไม่มากก็ให้เขาพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารดีมีประโยชน์ ออกกำลังกาย เท่านี้ก็เพียงพอ"

ท้ายสุดนี้ ศ.(เกียรติคุณ) พญ.ชนิกา ยังได้แนะหลักธรรมะในการเลี้ยงลูกสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่แบบง่าย 3 หลักธรรม คือ "หลักพรหมวิหาร 4" (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) ซึ่งหลายคนมักเข้าใจผิดในหลัก "มุทิตา" เวลาลูกทำดีก็ไม่ชม เพราะกลัวว่าลูกจะเหลิง ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ รวมถึงหลัก "อุเบกขา" ที่พ่อแม่บางคนวางเฉยเมื่อลูกทำผิด

ต่อด้วยหลัก "อิทธิบาท 4" (ฉันทะ วิริยะ อุตสาหะ วิมังสา) และหลัก "อริยสัจ 4" (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) ซึ่งสำคัญมาก เพราะไม่ใช่เวลาลูกมาเล่าว่าโดนคุณครูทำโทษ หรือทะเลาะกับเพื่อน พ่อแม่ก็โมโหไปด้วย แต่จริงๆ แล้วควรหาสาเหตุ และฝึกให้ลูกคิดถึงหนทางในการแก้ปัญหาด้วย
"มีคำกล่าวที่ว่าเมื่อลูกอยู่ในท้อง ลูกเป็นลูกของเรา แต่เมื่อเขาคลอดออกมาแล้ว เขาเป็นลูกของสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับลูก คือความรักความใกล้ชิดจากพ่อแม่"


 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท