
เยือนถิ่น ดินแดนลังกา
เมื่อเอ่ยถึงประเทศศรีลังกา ภาพในจินตนาการของเราก่อนการเดินทาง
เมื่อเอ่ยถึงประเทศศรีลังกา ภาพในจินตนาการของเราก่อนการเดินทาง
โดย..ทีมงานโลก360 องศา
เรานึกถึงความไม่สะอาดและความไม่เป็นระเบียบ แต่เมื่อมาถึงที่นี่เรากลับพบว่ามีความสะอาดและเป็นระเบียบเมื่อเทียบกับประเทศในย่านเดียวกัน ดังนั้นภาพลักษณ์ของศรีลังกาในสายตาชาวต่างชาติ จึงค่อนข้างออกมาในด้านบวก
หลังจากสงครามระหว่างรัฐบาลและกลุ่มกบฏพยัคฆ์ทมิฬสิ้นสุดลงในปี 2552 เสถียรภาพในประเทศศรีลังกาจึงกลับมาเป็นปกติ การค้าและเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวใหม่อีกครั้ง ซึ่งก็รวมไปถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถึงแม้ว่าจะเป็นเกาะที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่โต แต่ก็กลับมีความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว
ประเทศศรีลังกาคือประเทศที่มีอารยธรรมเก่าแก่กว่า 3,000 ปี ดังนั้นที่นี่จึงมีโบราณสถานเก่าแก่มากมาย ที่ยังคงทิ้งเรื่องราวและร่องรอยไว้ให้คนรุ่นหลังศึกษา
สิกริยา (Sigriya) หรือ Lion Rock คือหนึ่งในโบราณสถานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในศรีลังกา เรื่องราวของการกำเนิดขึ้นของสิกริยา เริ่มต้นจากพระเจ้ากัสสปะ ซึ่งเป็นผู้ลอบปลงพระชนม์พระราชบิดาเพื่อชิงราชบัลลังก์ ได้หลบหนีจากเมืองอนุราธปุระและมาสร้างพระราชวังที่สิกริยา ด้วยความสูงชันของภูเขาหิน ซึ่งสูงกว่า 200 เมตร จากระดับน้ำทะเล จึงทำให้ที่นี่เป็นป้อมปราการอย่างดีสำหรับการป้องกันข้าศึก ด้วยระยะเวลากว่า 18 ปีที่ทรงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ในที่สุดเจ้าชายโมคคัลลานะพระอนุชาได้กลับมาล้างแค้น
โดยยกทัพมาทำศึกกดดันจนประเจ้ากัสสปะไม่สามารถลงมาจากพระราชวังได้ สุดท้ายพระองค์จึงปลิดชีพด้วยตนเอง
สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนปัจจุบัน คือ ภาพวาดนางอัปสร ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 1,500 ปี เป็นผลงานของช่างจิตรกรรมเอกในยุคนั้น โดยการวาดใช้เทคนิควาดภาพลงบนปูนเปียก หรือที่เรียกว่า “เฟรสโก” ผลก็คือภาพวาดมีความคงทนมาจนถึงปัจจุบัน ว่ากันว่า จริงๆ แล้วรูปวาดมีมากกว่า 400 รูป แต่ก็ได้ถูกทำลายลง ภายหลังจากพระราชวังถูกทำลายและเปลี่ยนเป็นศาสนสถาน
วิถีชีวิตที่ผูกผันกับความเชื่อในเรื่องของภูติผี คือสิ่งที่ล้วนมีให้เห็นในหลายๆ ประเทศ ดังเช่นความเชื่อในเรื่องของหน้ากากปีศาจ (Devil Mask) ในประเทศศรีลังกา
Masks Museum คือสถานที่รวบรวมหน้ากากปีศาจไว้มากมาย ซึ่งชาวศรีลังกามีความเชื่อว่า หน้ากากปีศาจสามารถช่วยรักษาอาการเจ็บป่วย หรือแก้เคล็ดต่างๆ เช่น หากใครที่มีอาการปวดฟัน ก็ให้เลือกหน้ากากปีศาจที่มีลักษณะฟันใหญ่ หากมีอาการปวดตา ก็เลือกหน้ากากที่มีลักษณะตาถลน นอกจากนี้หากนำหน้ากากไปแขวนไว้หน้าบ้านจะช่วยขับไล่วิญญาณชั่วร้ายได้อีกด้วย ราคาของหน้ากากปีศาจมีให้เลือกตั้งแต่ไม่กี่เหรียญสหรัฐจนไปถึงหลักร้อยเหรียญสหรัฐ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพและการออกแบบ
การแสดงร่ายรำพื้นบ้านของศรีลังกา คืออีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่มีความโดดเด่น ซึ่งจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ พบว่าศิลปะการรำพื้นบ้านศรีลังกาได้รับอิทธิพลมาจากหมอผีชาวอินเดีย ในแรกเริ่มเดิมทีเป็นเพียงการระบำเพื่อบำบัดโรคและพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ แต่ต่อมาการระบำก็ได้ถูกพัฒนาจนกลายเป็นความบันเทิง
เมืองแคนดีคือเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการระบำ “อุดาราตะ เบรายะ” (Udarata Beraya) ซึ่งเป็นศิลปะการระบำที่มีความเก่าแก่ชนิดหนึ่ง และหาชมได้ที่เมืองแคนดีเท่านั้น เอกลักษณ์ของการระบำ คือ ผู้ระบำจะต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น ซึ่งลีลาในการร่ายรำจะอ่อนช้อยสลับกับเข้มแข็ง ขึ้นอยู่กับจังหวะของเสียงกลอง ในปัจจุบันเราสามารถพบเห็นการระบำอุดาราตะ เบรายะ ได้ในงานเทศกาลหรือพิธีกรรมต่างๆ เช่น เทศกาลเพราเฮราและพิธีเปิดหอพระทันตธาตุ
ด้วยความที่ประเทศศรีลังกามีสภาพเป็นเกาะ ดังนั้นจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลมากมาย ซึ่งมีเมืองยอดนิยม เช่น โคลัมโบ นิกัมโบ อัมบาลังโกดา และกอลล์ ซึ่งเมืองที่ยกตัวอย่างมานี้ล้วนเป็นเมืองทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
ปัจจัยอันดับหนึ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวศรีลังกากลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง คือ การสิ้นสุดสงคราม ซึ่งกินระยะเวลากว่า 30 ปี ส่งผลให้ปัจจุบันธุรกิจภาคการบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร กลับมาคึกคัก ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาการท่องเที่ยวศรีลังกาในปี 2552 พบว่าศรีลังกามีโรงแรมที่ให้บริการทั่วประเทศกว่า 250 แห่ง และมีจำนวนห้องพักถึง 1.44 หมื่นห้อง
รัฐบาลศรีลังกาตั้งเป้าไว้ว่า นับจากปัจจุบันนี้จนถึงปี 2559 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในศรีลังกาจะต้องเติบโตให้ได้ถึง 6 เท่า ซึ่งภูมิภาคทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ คือเป้าหมายต่อไปของรัฐบาลในการขยายธุรกิจการท่องเที่ยว เพราะในอดีตภูมิภาคเหล่านี้เคยเป็นพื้นที่สู้รบ แต่ในปัจุบันสงครามได้สงบลงแล้ว
นอกจากการเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเดินเรือ ประเทศศรีลังกายังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญในการเดินทางทางอากาศ โดยมีสายการบินแห่งชาติอย่าง Sri Lankan Air lines ซึ่งมีเที่ยวบินเชื่อมต่อถึงกว่า 25 ประเทศ ครอบคลุม 45 เมืองทั่วโลก และจากประเทศไทยใช้เวลาในการบินเพียงแค่ 3 ชั่วโมง
การเดินทางเข้ามาในประเทศศรีลังกากว่า 80 ประเทศในโลก ไม่ต้องมีการทำวีซ่าแต่อย่างใด ซึ่งประเทศหนึ่งในนั้นก็มีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย
ความสวยงามทางธรรมชาติและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ บวกกับระบบการบริหารจัดการ ซึ่งสามารถรองรับความต้องการได้ทุกรูปแบบ จึงทำให้ทุกวันนี้ประเทศศรีลังกาคืออีกหนึ่งเป้าหมายปลายทางในใจของใครหลายๆ คน







