posttoday
ปลูกต้นไม้ในใจคน

ปลูกต้นไม้ในใจคน

10 มิถุนายน 2554

“เจอแล้ว! โลกอยู่นี่ไง”

“เจอแล้ว! โลกอยู่นี่ไง”

โดย..ปัญญา ปุลิเวคินทร์

นักบินอวกาศ 2 คนคุยกันในขณะที่ท่องอวกาศอยู่นอกโลก หลังจากตาฝาดไปพักใหญ่ สงสัยกินอาหารแคปซูลมากเกินไป เลยทำให้มองไม่เห็นโลก ตกใจหมดเลย!! คิดว่าจะไม่ได้กลับบ้านเสียแล้ว

ปลูกต้นไม้ในใจคน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงอากาศบอกว่า สายไปเสียแล้วกับการที่จะทำให้โลกหยุดร้อน สิ่งที่จะทำได้ในขณะนี้คือ ทำให้โลกไม่ร้อนขึ้นไปมากกว่านี้ นั่นคือการลดก๊าซเรือนกระจกลง เพื่อบรรเทาความรุนแรง

มีวิธีการมากมายในการลดก๊าซเรือนกระจกที่ผู้เชี่ยวชาญเสนอไว้ ซึ่งมีหลายวิธี เช่น

ปลูกต้นไม้

ปลูกป่า

ลดการใช้ไฟฟ้า

ใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนรถส่วนตัว

ใช้พลังงานลม

พลังงานแสงอาทิตย์

พลังงานนิวเคลียร์

ลดการปล่อยควันพิษจากอุตสาหกรรม

เก็บภาษีคาร์บอนจากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

ถ้าเราพิจารณาจากข้อเสนอของผู้เชี่ยวชาญต่างๆ แล้ว จะสามารถแยกออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้ คือ

1.กลุ่มที่ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ คือ ต้นไม้ ป่าไม้

2.กลุ่มพลังงานทดแทน ได้แก่ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์

3.กลุ่มที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น อุตสาหกรรม ขนส่ง ไฟฟ้า

ทีนี้เรามาลองพิจารณากัน เอาข้อที่ 3 ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้โลกร้อนกันก่อนดีกว่า เรามาชวนมนุษย์โลกช่วยกันประหยัดไฟฟ้า ใช้รถให้น้อยลง หรือหยุดอุตสาหกรรมได้ไหม พูดกันง่ายๆ ก็คือ จะชวนคนหยุดความโลภ หยุดกิเลสได้ไหม คำตอบก็คือ เป็นไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel On Climate Change IPCC)

พอที่ประชุมกำหนดมาตรการในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ประเทศที่มีอัตราส่วนในการปล่อยก๊าซมากที่สุดในโลกคือ สหรัฐอเมริกา และจีน ก็ไม่ร่วมด้วย

ทีนี้เรามาพิจารณากลุ่มที่ 1 และ 2 ได้แก่ การชวนกันปลูกต้นไม้ ปลูกป่า หรือสร้างพลังงานทดแทนเห็นว่าน่าจะทำได้ และทำได้ทันทีด้วย ประตูที่จะนำโลกใบนี้หลุดพ้นจากความร้อนเปิดอ้าออกแล้ว ปัญหาก็คือ แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ พระพุทธเจ้าสั่งสอนเราเสมอว่า การที่เราจะทำการใดให้สำเร็จนั้น จะต้องใช้หลัก พละ 5 หรืออินทรีย์ 5 อันได้แก่

1.ศรัทธา

2.วิริยะ

3.สติ

4.สมาธิ

5.ปัญญา

ถามว่าในประเทศไทยของเราคนไทยศรัทธาใคร รักใครมากที่สุด ขอตอบได้เต็มปากเต็มใจเลยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือศาสตร์ของพระราชาเกี่ยวกับการกอบกู้ ดิน น้ำ ป่า และคนนั้น ได้พระราชทานตลอดการครองราชย์ยาวนานกว่า 60 ปี

“จำได้ว่าเมื่ออายุ 10 ขวบ ที่โรงเรียนมีครูคนหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวนี้ตายไปแล้วสอนเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องการอนุรักษ์ดิน แล้วให้เขียนว่า ภูเขาต้องมีป่าไม้อย่างนั้น เม็ดฝนลงมาแล้วชะดินลงมาเร็ว ทำให้ไหลตามน้ำไป ไปทำความเสียหายดินหมดจากภูเขา เพราะไหลตามสายน้ำไป ก็เป็นหลักของป่าไม้ เรื่องการอนุรักษ์ และเป็นหลักของชลประทานที่ว่า ถ้าเราไม่รักษาป่าไม้ข้างบน จะทำให้เดือดร้อนตลอดตั้งแต่ดินบนภูเขาจะหมดไป กระทั่งการที่มีตะกอนลงมาในเขื่อน มีตะกอนลงมาในแม่น้ำทำให้น้ำท่วม...”

พระราชดำรัส 25 ก.ย. 2512

“การปลูกป่า 3 อย่าง เพื่อประโยชน์ 4 อย่าง ซึ่งจะได้ ไม้สร้างบ้าน ไม้ผล และไม้ฟืนนั้น สามารถให้ประโยชน์ในตัวเองตามชื่อแล้ว ยังสามารถให้ประโยชน์อันที่ 4 ซึ่งเป็น ข้อสำคัญคือ สามารถช่วยอนุรักษ์ดินและต้นน้ำลำธารด้วย...”

พระราชดำรัส 14 เม.ย. 2520

ป่าไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญสูงยิ่งสำหรับสิ่งที่มีชีวิตทุกชนิด เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดวัฏจักรต่างๆ ของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น เช่น น้ำ ก๊าซออกซิเจน การลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยลดอุณหภูมิของโลกลง

ป่าไม้ช่วยสร้างไอน้ำและสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์กลับสู่ชั้นบรรยากาศ บ้านอยู่อาศัยขนาด 60 ตารางเมตร ปลูกต้นไม้เต็มบริเวณ จะได้รับความเย็นเท่ากับเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ป่าไม้ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสง ป่าไม้จึงเปรียบเป็นปอดของโลก

ป่าไม้จึงเป็นแนวพระราชดำริหนึ่งในหลายแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่ง และทรงปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่าง เช่น เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2504 ทรงปลูกต้นยางนาในสวนจิตรลดา ต้นยางนาถือเป็นต้นไม้เศรษฐกิจ จึงทำให้ถูกโค่นทำลายลงเป็นอันมาก และจะเป็นอันตรายต่อป่าไม้ในประเทศไทย จึงเป็นจุดเริ่มต้น “โครงการป่าสาธิต” เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา มาเรียนรู้ในบริเวณสวนจิตรลดา

“เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง”

พระราชดำรัสพระราชทานแด่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ณ จ.เชียงใหม่ ปี 2519

นั่นคือการปลูกจิตสำนึกให้แก่คน เอาต้นไม้ลงไปปลูกในใจของเขาให้ได้ เมื่อเขาเห็นความสำคัญของป่า เขาก็จะช่วยกันรักษาต้นไม้และปลูกต้นไม้เอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้จำนวนมากได้น้อมนำเอาพระราชดำริไปทำอย่างได้ผล หนึ่งในนั้นคือ คุณพงศา ชูแนม หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และการจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ จ.ชุมพร

ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสนั่งเรือขึ้นไปต้นน้ำพะโต๊ะ อันเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลังสวนกับทีมงานของคุณพงศา สองข้างทางสายน้ำบริเวณที่เคยเป็นป่าเสื่อมโทรม คุณพงศาได้ให้ชาวบ้านปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ชาวบ้านจึงมีไม้พออยู่ พอกิน พอพลังงาน และช่วยกันดูแลป่าไม้ด้วยตัวของเขาเอง

ภาพที่เราเคยเห็นหรือเสียงที่เล่าขานที่เราเคยได้ยิน เมื่อชาวบ้านที่ลักลอบเข้าไปในป่าได้ยินเสียงของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เขาจะพากันวิ่งหนี แต่ภาพในวันนั้นกลับกันโดยสิ้นเชิง ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงเรือของคุณพงศา กลับพากันวิ่งเข้ามาทักทาย “นายหัว นายหัว”

นั่นแสดงว่า คุณพงศาได้นำเอา “ต้นไม้ลงไปปลูกในใจของชาวบ้าน” ได้สำเร็จแล้ว คุณพงศาได้ทำหน้าที่ช่วยรักษาผืนป่าพะโต๊ะที่กินอาณาเขต 3 จังหวัดคือ ชุมพร ระนอง และสุราษฎร์ธานีไว้ได้ และต่อมาผมได้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้อีกท่านหนึ่งในขณะดำรงตำแหน่งหัวหน้าศูนย์หญ้าแฝกแม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุโขทัย ในสมัยที่ คุณอำนาจ เจิมแหล่ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าศูนย์แม่สิน ป่าแม่สินเต็มไปด้วยภูเขาหัวโล้น เพียงไม่กี่ปีหลังจากคุณอำนาจปลูกต้นไม้ลงในใจชาวบ้านแถวนั้น ตอนที่ผมไปเยี่ยมคุณอำนาจที่ป่าแม่สิน ภูเขาทุกลูกเต็มไปด้วยต้นไม้ป่าเต็มไปหมด

คนหนึ่งรักษาป่าไว้ได้ อีกคนหนึ่งฟื้นฟูสภาพป่าขึ้นมาใหม่ แต่ทั้งสองคนล้วนเดินในเส้นทางเดียวกันคือ เดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากประสบความสำเร็จในภารกิจหน้าที่ของตนเองแล้ว คุณพงศา บอกว่า “ในกาลอดีต ประเทศไทยเคยมีต้นไม้จำนวนมาก ประเทศจึงมั่นคง มั่งคั่ง อยู่ดีมีสุข ปัจจุบันต้นไม้และป่าไม้ลดลงเหลือน้อย ทำให้ประเทศวิกฤต ขาดแคลน และประสบปัญหามากมายรุมเร้า อนาคตหากสามารถทำให้ต้นไม้เพิ่มมากขึ้น ป่าไม้เพิ่มมากขึ้น ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนจะกลับมา และทำให้ประชาชนคนไทยอยู่ดีมีสุขอีกครั้ง”

แนวคิดเรื่อง “ธนาคารต้นไม้” จึงเกิดขึ้น ธนาคารต้นไม้เป็นอย่างไร แตกต่างกับธนาคารทั่วๆ ไปอย่างไรจะได้พบรายละเอียดในตอนต่อไป โปรดอดใจรอ!!

เฉพาะเรื่องต้นไม้ ป่าไม้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้ ก็เพียงพอที่จะรักษาโลกนี้ให้ร่มเย็นแล้ว แต่หาเพียงเท่านั้น โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ซึ่งอยู่ในใจกลางกรุงเทพมหานคร ยังมีโครงการเกี่ยวกับพลังงานทดแทนจำนวนมาก ได้แก่

โครงการผลิตเชื้อเพลิงแกลบอัดแท่ง

โครงการผลิตแก๊สโซฮอล์

โครงการบ้านพลังงานแสงอาทิตย์

โครงการกังหันลมสูบน้ำ

ระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์แบบกระแสตรงพร้อมหอถังสูง

ระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์แบบกระแสสลับพร้อมแบตเตอรี่

ขอแต่ให้พวกเราคนไทยทุกคนไม่เพียงแต่ “เห็น” แต่ให้พวกเรา “มอง” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สิ่งใดที่ได้พระราชทานให้พวกเรา ขอให้น้อมนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง โลกของเรา ประเทศของเราจะอยู่กันแบบยั่งยืนตราบนานเท่านาน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท