
สเปเชียล โอลิมปิก…เวทีแสดงคุณค่าของนักกีฬาพิเศษ
ไทยเตรียมส่งนักกีฬาเข้าร่วมชิงชัยในศึก สเปเชียล โอลิมปิก ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์กีฬายิ่งใหญ่ที่สุดของ “นักกีฬาพิเศษ” ที่พิการทางสมองและปัญญา
ไทยเตรียมส่งนักกีฬาเข้าร่วมชิงชัยในศึก สเปเชียล โอลิมปิก ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์กีฬายิ่งใหญ่ที่สุดของ “นักกีฬาพิเศษ” ที่พิการทางสมองและปัญญา
โดย...กิตติศักดิ์ โมฆรัตน์
*****************************
มหกรรมกีฬาที่ถือเป็นไฮไลต์ของนักกีฬาไทยในปีนี้ คงหนีไม่พ้นศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 11-22 พ.ย. โดยเฉพาะนักเตะไทยที่ต้องทวงความเป็นเจ้าอาเซียนกลับคืนมาให้ได้ หลังไปสร้างประวัติศาสตร์ (อันไม่น่าจดจำ) ด้วยการตกรอบแรกเป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปี ที่นครเวียงจันทน์ เมื่อปี 2009
อย่างไรก็ดี ช่วงระยะเวลาต่อจากนี้จนถึงเดือน พ.ย. ยังมีนักกีฬาไทยเดินทางออกไปแข่งขันทัวร์นาเมนต์สำคัญอื่นๆ ในต่างแดน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ สเปเชียล โอลิมปิก เวิลด์ ซัมเมอร์ เกมส์ 2011 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ระหว่างวันที่ 18 มิ.ย. – 6 ก.ค.
“สเปเชียล โอลิมปิก” เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีเป้าหมาย คือ การพัฒนาสมรรถภาพร่างกายและความสามารถในการช่วยเหลือตนเองของบุคคลที่พิการทางสมองและปัญญาโดยใช้กีฬาเป็นสื่อ ซึ่งสเปเชียล โอลิมปิก ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1968 ก่อนที่เมืองไทยจะมีการก่อตั้งคณะกรรมการสเปเชียล โอลิมปิกแห่งประเทศไทยขึ้นเมื่อปี 1987
ทั้งนี้ ไทยเคยส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันมาแล้ว 5 ครั้ง ได้แก่ปี 1987, 1991, 1995, 2003 และ 2007 ส่วนในปี 2011 ไทยก็ส่งนักกีฬาเข้าร่วมอีกครั้ง โดยมีนักกีฬากว่า 7,500 คน จาก 180 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมชิงชัย
หากเทียบกันง่ายๆ ความยิ่งใหญ่และศักดิ์ศรีของสเปเชียล โอลิมปิก ก็ไม่ต่างอะไรกับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกของคนปกติเลย ต่างกันเพียงว่าเป็นการแข่งขันของ “นักกีฬาพิเศษ” ที่พิการทางสมองและปัญญาเท่านั้น
สำหรับคณะนักกีฬาไทยที่จะเดินทางไปร่วมแข่งขันมีทั้งสิ้น 32 คน แบ่งเป็นชาย 12 คน และหญิง 20 คน ลงแข่งขันใน 5 ชนิดกีฬา คือ กรีฑา (ประเภทลู่-ลาน และฮาล์ฟมาราธอน) ว่ายน้ำ ฟุตบอลหญิง เทเบิลเทนนิส และบอชชี (คล้ายๆ กับเปตอง)
“นอกจากนักกีฬาพิเศษจะได้แสดงความเป็นเลิศด้านทักษะกีฬาร่วมกับนักกีฬาทั่วโลกแล้ว ยังเป็นการแสดงออกให้คนทั้งโลกได้เห็นคุณค่าของผู้พิการทางสมองและปัญญา ว่ามีศักยภาพที่จะพัฒนาความสามารถได้เช่นเดียวกับคนทั่วไป” สมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว
ด้าน รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร ประธานคณะกรรมการสเปเชียล โอลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวถึงเป้าหมายที่นอกเหนือจากการลุ้นเหรียญรางวัลแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการสร้างโอกาสและเปิดพื้นที่ให้ผู้พิการทางสมองและปัญญาได้แสดงความสามารถ ซึ่งหวังว่าจะทำให้ทุกคนรู้จักสเปเชียล โอลิมปิกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากขึ้นด้วย
ขณะที่ “น้องเจน” เจนจิรา เดชอุดม นักกีฬาฟุตบอลหญิงวัย 15 ปี เผยรู้สึกภาคภูมิใจกับการได้รับใช้ชาติและมีธงไตรรงค์ติดอยู่บนหน้าอก ซึ่งรับประกันได้เลยว่านักกีฬาพิเศษทุกคนมีความตั้งใจที่จะออกไปสร้างชื่อเสียงให้กับแผ่นดินเกิดไม่แพ้นักกีฬาปกติเลย
“ดีใจมากค่ะที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยไปร่วมการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นประสบการณ์ที่มีค่าของชีวิต ตอนนี้พวกเราฝึกซ้อมกันทุกวัน และเราจะพยายามอย่างเต็มที่ ขอให้คนไทยช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ”







