พระเทพโพธิวิเทศ รักษาความเป็นยอดตลอดชีวิต
50 ปี ของการทำงานในแดนพุทธภูมิ เป็น 50 ปีที่ท่านไม่เคยหยุดนิ่ง เป็น 50 ปี แห่งความทรงจำที่ดีๆ ที่พระเทพโพธิวิเทศสร้างสรรค์ไว้ สำหรับชาวพุทธและคณะสงฆ์ไทย.....
50 ปี ของการทำงานในแดนพุทธภูมิ เป็น 50 ปีที่ท่านไม่เคยหยุดนิ่ง เป็น 50 ปี แห่งความทรงจำที่ดีๆ ที่พระเทพโพธิวิเทศสร้างสรรค์ไว้ สำหรับชาวพุทธและคณะสงฆ์ไทย.....
โดย...สมาน สุดโต
เมื่อพระเทพโพธิวิเทศ (ดร.พระมหาทองยอด ภูริปาโล ป.ธ. 9 Ph.D) ที่ใช้เวลากว่า 50 ปีในประเทศอินเดีย ในฐานะพระนักศึกษา พระธรรมทูต และเจ้าอาวาสวัดไทย-นาลันทา และวัดไทยพุทธคยา มรณภาพในวัย 83 ปี ที่โรงพยาบาลจุฬา เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2554 พระเถระและคณะศิษย์ทราบข่าวต่างอาลัยอาวรณ์ เมื่อหวนรำลึกถึงอดีตของหลวงพ่อยอด ที่สะสมแต่ความดีความเป็นยอดไว้ตลอดชีวิต
พระราชรัตนรังษี (ดร.อาจารย์วีรยุทธ์) พระธรรมทูต อินเดีย-เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ อุตรประเทศ อินเดีย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ ได้กล่าวถึงหลวงพ่อยอด หรือพระเทพโพธิวิเทศ ไว้น่าฟังว่า
ตลอดเวลาที่พระเทพโพธิวิเทศ หรือหลวงพ่อยอด ดำรงอยู่ในเพศพรหมจรรย์ ชีวิตท่านมีความเป็นยอดสามารถสัมผัสได้ ดังนี้
1.ว่าโดยชื่อ ชื่อของท่านถือว่าเป็นที่สุดของครอบครัวที่พ่อแม่วงศ์สกุลมีความหวังที่จะให้เป็น|ผู้สืบทอดต่อชื่อเสียงวงศ์ตระกูล จึงตั้งชื่อว่ายอด
2.ท่านเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา เป็นมหาเปรียญ ไม่ใช่พระมหาธรรมดา แต่เป็นพระมหาทองยอด คือสุดยอดของพระมหาคือเปรียญธรรม 9 ประโยค
3.ในความเป็นยอดในฐานะที่เป็นพระในวัด ที่สุดยอดเพียงหนึ่งคือเจ้าอาวาส หลวงพ่อยอดเป็นเจ้าอาวาส วัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ที่สุดที่พุทธคยาใกล้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ คือวัดไทยพุทธคยา ซึ่งเป็นวัดของรัฐบาลไทย
4.ยอดต่อไปคือความรู้ทางโลก ท่านจบปริญญาเอก อันเป็นสุดยอดความรู้ทางโลก มีดีกรีดอกเตอร์เป็นการันตีว่าท่านได้ผ่านดงแห่งปัญญา สอบได้ปริญญาเอก
5.สุดยอดต่อไปคือพระสงฆ์ที่จะไปประกาศ หรือไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ใช้ความเป็นพระอย่างละเมียดละไม งดงาม ตลอดเวลา 50 ปี เราจะหาพระภิกษุใดในสายต่างประเทศไม่มีแล้ว ท่านอยู่ในประเทศอินเดียที่สุดยอดความลำบากยากเข็ญ แต่ในความเป็นพระธรรมทูตที่สุดยอด ท่านจึงปลอดจากความทุกข์ที่รบกวน ผ่านขบวนการสร้างสรรค์ด้วยพุทธธรรม ท่านจึงเป็นยอดในฐานะพระธรรมทูตสายต่างประเทศที่ยาวนานที่สุด
6.สุดท้าย ในความเป็นยอด พระคุณท่านได้เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตอย่างงดงาม งามในเบื้องต้นในการเดินทางไปอินเดียเพื่อการศึกษา งามในท่ามกลาง ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่พระธรรมทูต งามในที่สุดท่านได้ประกาศความเป็นปูชนียสงฆ์ ที่อยู่ในพุทธภูมิ ทำให้มือของคนไทยทั้งหลายกราบไหว้ พระสุปฏิปันโนได้อย่างเต็มมือ สวดมนต์ตามท่านอย่างเต็มปากเต็มคำ และมีความรำลึกถึงท่านอย่างเต็มใจ
เมื่อท่านละจากโลกนี้ไปแล้วโครงการที่คณะสงฆ์ต้องสืบทอดจากหลวงพ่อยอดคือ
1.ดูแลวัดวาศาสนาที่เกิดขึ้นในสมัยท่านให้ดี ให้งาม เพราะวัดเปรียบเสมือนโชว์รูมของประเทศไทย เป็นศูนย์รวมใจของคนที่มีน้ำใจช่วยเหลือของคนที่ผ่านไปผ่านมา
2.ศาสนวัตถุที่เริ่มต้นในสมัยของท่าน ต้องงดงามในสมัยต่อๆ มา และต้องนำไปปฏิบัติ สานประโยชน์ได้
3.ศาสนบุคคล ในยุคของท่านมีคนไปกราบไหว้ สังเวชนียสถานในอินเดียเพิ่ม 200% ในยุคต่อไป เราต้องให้คนคิดถึงพระพุทธเจ้าให้มากกว่านี้
พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ (ดร.พระมหาวิเชียร วชิรวํโส) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส เจ้าอาวาสวัดไทยสิริราชคฤห์ ประธานสงฆ์วัดจีน สารนาถ อินเดีย ที่ใช้เวลาอยู่ที่ประเทศอินเดียตั้งแต่ 2537 ถึงปัจจุบันเล่าถึงสิ่งที่ท่านประทับใจหลวงพ่อยอดในหลายเรื่อง เช่นความประพฤติปฏิบัติ หลวงพ่อมั่นคงอยู่ในธรรมวินัย ความมีเมตตา เอื้ออาทรต่อ ชาวไทยผู้แวะมาพักวัดไทยพุทธคยา และมีความเสมอต้นเสมอปลายกับทุกคน ทั้งนี้แต่ละปีพระนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยพาราณสีจะต้องเข้ามาถวายดอกไม้ธูปเทียนแสดงสามีจิกรรมหลวงพ่อยอดที่วัดไทยพุทธคยา จึงเห็นความประทับใจเหล่านั้น
สำหรับการปฏิสันถารกับญาติโยมที่พักวัดไทยพุทธคยา นอกจากต้อนรับอบอุ่น เมื่อจะกลับหลวงพ่ออวยพรให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ เมื่อรถจะออกก็ตามมาอวยพรซ้ำบนรถก่อนล้อเลื่อน
พระครู ดร.พระมหาวิเชียร มีโอกาสเยี่ยมไข้หลวงพ่อยอดขณะที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายครั้ง มีโอกาสพูดคุยกัน ท่านมักถามด้วยความห่วงใยเรื่องโครงการสร้างโบสถ์วัดไทยสิริราชคฤห์ ว่าให้ทำให้สวยเพื่อประกาศศักดิ์ศรี เพราะการจะทำอะไรที่ราชคฤห์นั้นเป็นเรื่องยาก นอกจากนั้นท่านจะเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง รวมทั้งหลักธรรมต่างๆ ที่ได้ยินได้ฟังด้วยความเห็นใจคือหลวงพ่อยอดอยากกลับอินเดีย
สีลาจารวัตรหลวงพ่องดงาม ไหว้พระสวดมนต์ทุกวัน เราเองก็ยังทำไม่ได้ จะเห็นว่าเวลา 08.00 น. ตีระฆังทำวัตรเช้า หลวงพ่ออยู่ในโบสถ์แล้ว ใครมาช้า หลวงพ่อไม่คอย ได้เวลาขึ้นบทโยโส ก่อนเลย ตอนเย็นเวลา 17.00-18.00 น. ได้ยินเสียงระฆัง แต่หลวงพ่ออยู่ในโบสถ์แล้ว แทบจะไม่เห็นหลวงพ่อขาดทำวัตรสวดมนต์ นอกจากหลวงพ่อไม่สบายจริงๆ
เรื่องที่น่าเสียดายคือไม่ได้เก็บงานหลวงพ่อโดยละเอียด คำพูดที่หลวงพ่อเทศน์ในโบสถ์ และที่พูดต้อนรับญาติโยมมากมายหลายร้อยหลายพันคณะล้วนแต่เป็นธรรมะ สาระดีๆ ในช่วงที่เป็นเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา 23 ปี หากได้บันทึกเทป เก็บงานไว้คงจะมีมากมาย และมีคุณค่ามหาศาล คิดได้ก็สายเสียแล้ว
ที่น่าประทับใจอีกเรื่องหนึ่งคือหลวงพ่อไม่อนุญาตให้ใครสร้างเหรียญรูปแหมือนหลวงพ่อ แม้จะมีคนไปขอให้สร้างรุ่นนั้นรุ่นนี้ก็ตาม มีอยู่ครั้งหนึ่งทนรบเร้าไม่ได้ให้ทำเป็นที่ระลึกเมื่อปี 2553 แต่ก็ทำเพียงเล็กน้อย จึงเรียกได้ว่าหลวงพ่อเป็นสายธรรม หรือสายพุทธโดยเฉพาะที่หลวงพ่อไม่ยอมให้สร้างเหรียญ เพราะกลัวเขาโยนทิ้งเมื่อไม่ชอบ ท่านพระครูได้ฟังชอบวาทะนี้มาก
สำหรับอนาคตวัดไทยพุทธคยา หลังหลวงพ่อยอดมรณภาพ พระครูระดับปริญญาเอกบอกว่าขึ้นอยู่กับคณะสงฆ์ผู้ใหญ่ ที่จะเมตตาส่งพระมหาเถระจากประเทศไทย หรือแต่งตั้งพระมหาเถระในประเทศอินเดียเป็นเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หรือเป็นหัวหน้าพระธรรมทูตอินเดีย-เนปาล ซึ่งพระที่อยู่อินเดียคิดว่าจะได้พระมหาเถระที่ทรงธรรม ทรงความรู้ ไม่น้อยหน้ากับอดีต ที่อดีตเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ซึ่งเป็นวัดของรัฐบาลไทย ล้วนแต่มีภูมิธรรมสูง เป็นเปรียญเอก นับแต่สมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณณโก) เจ้าอาวาสรูปแรกเป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค พระสุเมธาธิบดี (หลวงพ่อบุญเลิศ) เจ้าอาวาสรูปที่ 2 เป็นเปรียญธรรม 8 ประโยค และพระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด) อดีตเจ้าอาวาสที่เพิ่งมรณภาพ เป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค และปริญญาเอก
พระธรรมคุณาภรณ์ (พิมพ์) รองเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ประทับใจหลวงพ่อยอด ตอนที่เป็นพระนักศึกษา มหาวิทยาลัยนาลันทา ส่วนหลวงพ่อยอดเป็นเจ้าอาวาสวัดไทยนาลันทา พบว่าท่านมีปฏิปทาน่าเลื่อมใส ปฏิบัติเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ทำวัตรเช้า-เย็นที่หอนานาชาติ ของมหาวิทยาลัยนาลันทาไม่เคยขาด (วัดกับมหาวิทยาลัยอยู่ติดกัน) จนกระทั่งตัวท่านเองรู้สึกว่าจะสวดมนต์ไหว้พระได้มากกว่าอยู่ในประเทศไทยเสียอีก ทั้งนี้ภายใต้การนำของหลวงพ่อยอด
“ที่สำคัญ ในวันพระปาฏิโมกข์ หลวงพ่อยอดไม่เคยขาดฟังสวดพระปาฏิโมกข์เลย ทำให้อาตมภาพสวดปาฏิโมกข์คล่องที่นั่น” ท่านเจ้าคุณธรรมคุณาภรณ์ กล่าว
พระธรรมคุณาภรณ์ สรรเสริญหลวงพ่อยอดว่า เป็นพระเถระที่เคร่งครัดเสมอต้นเสมอปลาย จะออกจากกุฏิท่าน ต้องครองผ้าเรียบร้อยพิถีพิถัน เป็นแบบอย่างที่ดีของพระเถระ ส่วนความรู้สมกับชื่อ เพราะเป็นยอดแม้กระทั่งวิทยานิพนธ์ เรื่องสุญตา professor บอกว่าพอแล้ว แต่ท่านยังไม่พอใจ อยากค้นคว้าต่อ ท่านยอดจริงๆ อีกทั้งเชี่ยวชาญสังเวชนียสถานหาตัวจับยาก เป็นผู้หนึ่งที่ฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในอินเดีย และเป็นผู้บรรยายธรรมให้ข้อคิดคติธรรมแก่ญาติโยมเยี่ยมยอดจริงๆ
ประวัติส่วนตัวพระเทพโพธิวิเทศ สั้นๆ มีว่า ชื่อเดิม ทองยอด นามสกุล บุณยเนตร ฉายาภูริปาโล เกิด 10 พ.ค. 2471 ที่ ต.พิตเพียน อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา บรรพชา 2486 วัดกุฎีทอง อยุธยา อุปสมบท 2491 ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ พ.ศ. 2502 สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค พ.ศ. 2522 สำเร็จ Ph.D มหาวิทยาลัยมคธ อินเดีย พ.ศ. 2523 เป็นผู้กำกับดูแลวัดไทยนาลันทา พ.ศ. 2531 เป็นเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา (ตามมติ มส. 2531) พ.ศ. 2532 เป็นหัวหนาพระธรรมทูตอินเดีย-เนปาล และเป็นประธานกำกับดูวัดไทยในอินเดียอีกหลายวัดด้วยกัน
ท่านใช้เวลาอยู่ในประเทศอินเดีย 50 ปี มีผลงานสร้างสรรค์เป็นที่จดจำของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งพระและฆราวาส ตลอดถึงชาวอินเดียไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ รู้จักท่านเป็นอย่างดี เพราะท่านมีเมตตาแจกทุนการศึกษา และให้ทานโดยไม่เลือกชั้นวรรณะปีละหลายแสนบาท รวมทั้งจัดสร้าง ภูริปาโลคลินิก และกำลังจะสร้างโรงพยาบาลในระยะต่อไป เพื่อให้การรักษาพยาบาลประชาชนท้องถิ่น และผู้แสวงบุญ โดยซื้อที่ดินเพื่อจัดสร้างเรียบร้อยแล้ว
50 ปี ของการทำงานในแดนพุทธภูมิ เป็น 50 ปีที่ท่านไม่เคยหยุดนิ่ง เป็น 50 ปี แห่งความทรงจำที่ดีๆ ที่พระเทพโพธิวิเทศสร้างสรรค์ไว้ สำหรับชาวพุทธและคณะสงฆ์ไทย


