
ห้องนอนใหม่ แม่ และคนรักเก่า
ผมตัดสินใจลุกเดินไปขอบคุณแม่ พร้อมหยอดคำพูดหวานๆ เช่น “สุดยอดเลยแม่ หายใจโล่งคอขึ้นเยอะ” “ขอบคุณนะแม่ หนังสือจัดไว้น่าอ่านเชียว” “แม่ ห้องนอนสะอาดจริงๆ”....
ผมตัดสินใจลุกเดินไปขอบคุณแม่ พร้อมหยอดคำพูดหวานๆ เช่น “สุดยอดเลยแม่ หายใจโล่งคอขึ้นเยอะ” “ขอบคุณนะแม่ หนังสือจัดไว้น่าอ่านเชียว” “แม่ ห้องนอนสะอาดจริงๆ”....
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
ด้วยรักและปรารถนาดี ผสมคละเคล้าความห่วงใยสุดซึ้ง แม่ของผมจึงตัดสินใจละเมิดความเป็นส่วนตัวของลูกชายสักวันหนึ่ง ด้วยการลงมือจัดห้องนอนของผมเสียใหม่
“เห็นว่าเราป่วยบ่อย แม่ว่าฮวงจุ้ยคงไม่ดี ลองเปลี่ยนที่หลับที่นอนใหม่ อะไรๆ คงดีขึ้น”
ท่านให้เหตุผลอย่างนั้น ผมไม่รู้ว่าแม่ไปฟังหรือได้ยินใครเขาพูดเรื่องฮวงจุ้ย เพราะตั้งแต่ลืมตาดูโลกมาเป็นลูกแม่ ท่านไม่เคยแสดงความเชื่อในสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติอะไรแบบนี้ให้เห็นมาก่อน
แต่ช่างเถอะ ผมไม่ได้มีความลับอะไรซุกซ่อนไว้ใต้เตียง (เหมือนใครหลายคน) ดีเสียอีกที่จะได้โอกาสให้แม่บ้านตัวจริงเสียงจริงมาทำความสะอาดห้องอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
ผ่านไปหลายชั่วโมงต่อมา เมื่อกลับถึงบ้านผมก็แทบผงะด้วยความตกใจ ทันทีที่พบว่าห้องนอนสี่เหลี่ยมเล็กคับแคบที่เคยรกเกะกะด้วยกองหนังสือจำนวนนับพันเล่ม ข้าวของเครื่องใช้จิปาถะไร้ประโยชน์ กองเสื้อผ้า ตลอดจนเศษกระดาษที่วางสุมกระจัดกระจายตามมุมห้อง
บัดนี้กลับกลายเป็นห้องนอนสะอาดเอี่ยมเรี่ยมเร้เรไร แลดูกว้างขวางขึ้นมาทันทีราวเสกมนตร์ โทรทัศน์จอขนาด 29 นิ้วที่ชำรุดมานานนับเดือน ถูกยกไปซ่อมยังร้านหน้าปากซอยแล้ว เตียงนอนที่เคยขวางประตู (ตามตำราฮวงจุ้ยบอกว่าไม่ดีอย่างยิ่ง) ถูกย้ายไปวางหลบยังกลางห้อง กองหนังสือสารพัดหมวดหมู่ถูกจัดเรียงไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยในตู้ใหญ่ใหม่เอี่ยม ผมรู้สึกหายอกหายใจโล่งคอขึ้นมาเยอะทีเดียว
หลังเปิดแอร์เย็นฉ่ำพลางนอนกระดิกเท้าบนเตียง สายตาชื่นชมกวาดไปทั่วห้องอย่างเบิกบานใจ พลิกตะแคงซ้ายก็เพลินตาไปกับ|ชั้นหนังสือ พลิกขวาก็สามารถหยิบฉวยข้าวของบนโต๊ะหัวเตียงได้สะดวกสบาย
แต่ทันใดนั้น สายตาก็ชะงักงัน ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เมื่อได้เห็นรูปภาพพิมพ์ขนาดใหญ่สีชมพูหวานแหววของผมกับหญิงสาวคนรักเก่าในสมัยที่ความรักของเราทั้งสองยังหอมหวานโรแมนติก วางตั้งโดดเด่นสะดุดตา แล้วยิ่งกว่านั้น เคียงข้างกันยังมีกล่องเพลงน้อยๆ ที่ข้างในมีหุ่นจำลองรูปชายหญิง นั่นก็คือผมกับคนรักเก่าอีกคนหนึ่ง และยังไม่หมดแค่นั้น ซองเอกสารสีน้ำตาลขนาดใหญ่ เมื่อเปิดดูพบว่าอัดแน่นไปด้วยจดหมายรัก จดหมายลา กระดาษบันทึกถ้อยคำรำพึงรำพันความในใจระหว่างผมกับบรรดาแฟนเก่าทั้งหลาย จดหมายฉบับแล้วฉบับเล่ายังอยู่ครบถ้วน
ผมคิดในใจ แม่นี่หนาช่างน่ารักช่างแสบสันต์ไปพร้อมกันสมกับเป็นแม่ผมจริงๆ ท่านยังคงเก็บของที่ระลึกอันเปรียบเสมือนอนุสรณ์แห่งความรักของผมกับหญิงสาวคนรักทุกคนไว้หมดทุกชิ้น แน่นอนท่านรู้จักและรักพวกเธอเท่าๆ กันทุกคน ท่านจึงจัดการปัดฝุ่นทำความสะอาดเสียใหม่ คล้ายสิ่งของสำคัญอันมีค่าที่ใครจะมาแตะต้องมิได้ แถมยังวางโชว์หราสวยงามราวกับกำลังจัดนิทรรศการวันวาเลนไทน์ให้ลูกชายสุดที่รัก
ไม่รู้จะดีใจหรือร้องไห้ดี แต่ที่แน่ๆ ผมรู้สึกขอบคุณแม่อย่างสุดซึ้ง
ขอบคุณเหลือเกินที่ทำให้ผู้ชายไม่เอาไหนอย่างผมได้คิดใคร่ครวญถึงความทรงจำเก่าๆ จนรู้สึกโกรธ เกลียด และเจ็บใจอยู่ลึกๆ เมื่อพบว่า ที่เคยบอกรักนักรักหนา รักสุดหัวใจ ผมกลับไม่ไยดี ทิ้งขว้างละเลยหญิงสาวและข้าวของเหล่านั้นให้เป็นแค่เพียงขยะเปื้อนฝุ่นไร้ค่า
ผมนั่งอ่านจดหมายทีละฉบับ ทีละบรรทัด ด้วยน้ำตาเอ่อท้น ภาพความทรงจำเก่าๆ อันสวยสดงดงามผุดขึ้นทีละภาพ ทีละภาพ นึกถึงวันเวลาดีๆ ที่เคยใช้จ่ายร่วมกันกับหญิงสาวคนแล้วคนเล่า ไล่ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นความสัมพันธ์อันละมุนละไม สารภาพความในใจ วันที่ความรักผลิบาน ช่วงทะเลาะเบาะแว้ง รักเปราะร้าว ก่อน จะค่อยๆ แตกสลาย จวบจนถึงวันสุดท้ายที่เราร่ำลา ทุกสิ่งทุกอย่างหวนกลับมาแจ่มชัดในหัวใจ
ผมยิ้ม หัวเราะเบาๆ และเกือบร้องไห้โฮ ขณะคิดถึงความรักเก่าๆ และคนรักเก่าๆ แม้วันนี้ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปตามทาง แต่ก็ดีใจที่หลายคนยังคงพูดคุยไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบฉันเพื่อนได้ แม้จะเจ็บปวดบ้างที่บางคนหายสาบสูญไปจากชีวิตตลอดกาล แต่ถึงอย่างไร จะดีจะร้ายเพียงใด เราก็ผ่านมันมาได้จนถึงวันนี้ เหลือเพียงความทรงจำที่ไม่มีวันลืมเลือน
ผมตัดสินใจลุกเดินไปขอบคุณแม่ พร้อมหยอดคำพูดหวานๆ เช่น “สุดยอดเลยแม่ หายใจโล่งคอขึ้นเยอะ” “ขอบคุณนะแม่ หนังสือจัดไว้น่าอ่านเชียว” “แม่ ห้องนอนสะอาดจริงๆ” ฯลฯ ผมเห็นแม่ยิ้มเล็กน้อยอย่างมีความสุข ผมเองก็มีความสุข แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกท่านแต่ไม่กล้าพูด เลยได้แต่ขอบคุณท่านในใจเบาๆ
ขอบคุณแม่ที่พาคนรักเก่าๆ มาให้ได้พบเจอกันอีกครั้ง







