posttoday
ความยิ่งใหญ่ แห่งสัตยาธิษฐาน

ความยิ่งใหญ่ แห่งสัตยาธิษฐาน

05 มิถุนายน 2554

โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม 

โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม 

มีพุทธภาษิตบทหนึ่งที่ผมเชื่อว่าคนไทยคุ้นชินหู คุ้นเคยปากมาก ก็คือ สัจจัง เว อะมะตา วาจา แปลว่า ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย หรือ ความจริงไม่เคยตาย

สัจจะ ความจริง...ไม่เคยตายจากโลกนี้จริง ไม่เคยตายไปจากใจของทุกคนจริง และสัจจะ ความจริง ก็ไม่เคยกระเพื่อมแม้จะอยู่ในท่ามกลาง “มุสาวาท” นับร้อยนับพันจริง แม้ใครจะพูดมุสาร้อยครั้งพันครั้ง ผู้นั้นก็ไม่วันหนีพ้นความจริงไปได้ เพราะความจริงเป็นสิ่งที่ประจักษ์ในใจผู้นั้นเสมอ ถึงคนอื่นไม่รู้ไม่เห็น แต่ตนเองนั่นแหละย่อมรู้ว่าตนคิดอะไร พูดอะไร และทำอะไร

แต่แปลกที่คนเรามักกลัวสัจจะ และชอบปิดบังสัจจะ ไม่กล้าที่จะหยันสู้กับสัจจะ ไม่กล้าเผชิญหน้ากับสัจจะ แต่ชอบที่จะหลีกหนีสัจจะไปให้ไกล ทั้งที่สัจจะความจริงยิ่งใหญ่และมีพลังมหาศาล

ยกตัวอย่างง่ายๆ คนทำความผิดเลวทรามไว้ แล้ววันหนึ่งสารภาพว่า ผมทำชั่ว ผมทำเลวทรามอย่างนั้นอย่างนี้ ผมเสียใจ ผมขอโทษ ผมจะไม่ทำอีก คนประเภทนี้ย่อมได้รับความเห็นใจและการให้อภัยจากสังคม นี่คืออานุภาพของสัจจะ

ส่วนคนที่ทำความเลวทรามแล้วยังบอกว่าไม่ได้ทำ ทั้งพยายามที่จะปกปิดความเลวทรามของตนไว้ ประเภทนี้ย่อมได้รับการเกลียดชัง ประณาม ดูหมิ่นดูแคลนจากสังคม ซึ่งเป็นผลผลิตของมุสาวาท

เห็นชัดว่าสัจจะกับมุสาวาทให้ผลต่างกันลิบ ถ้าบูชาสัจจะย่อมได้รับความเห็นใจและให้อภัยจากสังคม ถ้าบูชามุสาวาทก็ได้รับการประณาม ดูหมิ่น เกลียดชัง

พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็น “สุวรรณสาม” ชายหนุ่มผู้ยิ่งด้วยเมตตาจิตและตั้งมั่นในความกตัญญูปรนนิบัติบิดามารดาผู้ตาบอดในป่า แต่ถูกพระราชาปิลยักษ์ผู้ทรงนิยมการล่าสัตว์ได้ใช้ลูกศรอาบยาพิษยิงตายในป่า

ทว่ามัจจุราชก็เอาชีวิตสุวรรณสามไปได้ไม่นาน เพราะไม่กี่เพลาพระราชาผู้สำนึกในความผิดที่ทรงก่อขึ้นได้พาบิดามารดาตาบอด มาสัมผัสกับร่างที่ไร้วิญญาณของลูกครั้งสุดท้าย ผู้แม่ช้อนขาลูก ผู้พ่อช้อนศีรษะไว้บนตัก

ด้วยความรักในลูกผู้มั่นคงในความกตัญญูกตเวที “ปาริกา” ผู้แม่จึงได้ตั้งสัตยาธิษฐานเอา “สัจจะ” เป็นที่ตั้ง

“สุวรรณสามประพฤติดีมาตลอดและกตัญญู กตเวทีอย่างยิ่ง เรารักสุวรรณสามยิ่งกว่าชีวิตเรา ด้วยสัจจวาจาเรานี้ขอให้พิษธนูในกายจงคลายไป และด้วยกุศลที่ลูกได้เลี้ยงดูพ่อแม่ตลอดมาจงบันดาลให้สุวรรณสามฟื้นคืนชีพ”

ด้วยพลังแห่งการกระทำสัตยาธิษฐานของแม่ สุวรรณสามก็พลิกกายข้างหนึ่งแต่ทว่ายังนอนอยู่ ทุกูลผู้พ่อจึงตั้งสัตยาธิษฐานแบบเดียวกัน สุวรรณสามก็พลิกกายกลับไปอีกข้างหนึ่ง

นอกจากนี้ เทพธิดาวสุนธรีผู้ดูแลรักษาอยู่ ณ บริเวณเขาคันธมาทน์ และเป็นมารดาของสุวรรณสามในชาติก่อน ได้ติดตามความเป็นไปของสุวรรณสามตลอดก็ได้ตั้งสัจจะอธิษฐานด้วย

ทันใดนั้น สุวรรณสามก็พลิกกายฟื้นตื่นขึ้นและหายจากพิษธนูโดยสิ้นเชิง ยิ่งกว่านั้นดวงตาของพ่อและแม่ก็กลับแลเห็นเหมือนเดิม ทำให้พระราชาทรงพิศวงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อีกเรื่อง เมื่อเสวยพระชาติเป็นฤษีชื่อ “กัณหทีปายนะ” วันหนึ่งเพื่อนเก่าและภรรยาได้พาลูกมาพบที่อาศรม ขณะสนทนากัน ลูกเพื่อนได้หลบไปเล่นลูกข่างข้างนอก แต่ลูกข่างพลัดตกลงไปในจอมปลวก จึงใช้มือล้วงไปจึงถูกงูพิษกัด

เด็กล้มทั้งยืน นอนแน่นิ่งกับพื้นสองสามีภรรยาร้องไห้ฟูมฟาย ขอให้ฤษีช่วยชีวิตแต่ฤษีไม่รู้จะช่วยยังไงเพราะกะทันหัน ยาพิษก็ไม่มี รู้สึกสงสารเพื่อน ไม่มีทางอื่นจึงตั้งอธิษฐานโดยเอา “ความจริง” เป็นที่ตั้ง

“เราปรารถนาบุญจึงออกบวชบำเพ็ญพรตอยู่ในป่า แต่เรามีจิตเลื่อมใสยินดีปฏิบัติอยู่เพียง 7 วันเท่านั้น นอกนั้นนับเวลา 50 ปีเศษแล้วเราไม่เลื่อมใสยินดี เราไม่ปรารถนาจะบำเพ็ญพรตเลย ด้วยสัจจะความจริงนี้ขอความสวัสดีจงมีแก่เด็กคนนี้ พิษร้ายจงหายไปโดยเร็ว เด็กน้อยจงมีชีวิตอยู่ต่อไป”

สิ้นสุดสัตยาธิษฐานของฤษี เด็กน้อยที่นอนแน่นิ่งเพราะพิษร้ายก็ฟื้นคืนหายทันที ลุกขึ้นเดินได้ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นี่แหละ สัจจานุภาพที่แท้จริง

เป็นเรื่องยากนะที่ใครสักคนจะกล้าบอกว่า ตลอดชีวิตที่บวชมานาน 50 กว่าปีนั้น มีแค่ 7 วันเท่านั้น ที่ตนยินดี ปรารถนาในการบำเพ็ญศีลภาวนา

นี่คือพลังแห่งสัตยาธิษฐาน...พลังวิเศษที่คนเรามักจะมองข้าม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท