
หากนักการเมืองเจริญสติ จะเกิดอะไรขึ้น...?
การเจริญสติ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนในโลก และเป็นสิ่งจำเป็นในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ พอๆ กับที่อากาศและน้ำ จำเป็นสำหรับคนทุกคน....
การเจริญสติ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนในโลก และเป็นสิ่งจำเป็นในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ พอๆ กับที่อากาศและน้ำ จำเป็นสำหรับคนทุกคน....
โดย...ว. วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
ในอดีตกาลอันไม่ไกลนัก เคยมีตัวอย่างอยู่ว่า ในสมัยที่ บิล คลินตัน เป็นประธานาธิบดีแห่งประเทศสหรัฐอเมริกานั้น เคยมีนักศึกษาฝึกงานคนหนึ่งมาฝึกงานที่ทำเนียบขาว ชื่อของเธอ โมนิกา ลูวินสกี ตามปกติท่านประธานาธิบดีผู้มีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก คงมีการเจริญสติอยู่เสมอ แต่วันหนึ่งเมื่อท่าน “ขาดสติ” ไม่ได้ตามดูความรู้สึกของตน (เวทนานุปัสสนา) อย่างเท่าทันอารมณ์ปัจจุบัน ท่านก็เลยพลาดจากปัจจุบันขณะ ตกเข้าไปสู่โลกแห่งความเย้ายวนของกามารมณ์ จนเกิดปฏิกิริยา “กิ๊ก” กับนักศึกษาฝึกงานสาวคนนั้น
สิ่งที่ท่านทำลงไป นับเป็น “สัมพันธพ-ล-า-ด” ไม่ใช่ “สัมพันธภาพ” อย่างที่ควรจะเป็น ผลก็คือ ท่านตกเป็นข่าวคาวฉาวโฉ่ไปทั่วโลก และเกือบหลุดจากตำแหน่งประธานาธิบดี เพราะถูกรัฐสภาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการ “ขาดสติ” แม้เพียงชั่วขณะจิตเดียวคราวนั้น ทำให้เกิดเป็นรอยด่างในชีวิตของท่านมาจนทุกวันนี้
เราลองคิดดูในทางกลับกันว่า หากท่านประธานาธิบดีเห็นนักศึกษาฝึกงานสาวสวยคนนั้นแล้ว ท่านมีการเจริญสติอยู่ในใจจนเป็นความเคยชิน เมื่อนักศึกษาสาวซึ่งเป็นอารมณ์ปัจจุบันปรากฏตัวขึ้นมาในห้องทำงานของท่าน ท่านเพียงแต่กำหนดว่า “เห็นก็สักแต่ว่าเห็น” ไม่เพิ่มการปรุงแต่งเข้าไปในสิ่งที่เห็น เหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตของท่านคราวนั้นก็คงไม่เกิดขึ้น
ในกรณีของท่าน ประธานาธิบดีบิล คลินตัน นั้น ท่านเผชิญกับอารมณ์ที่เป็นสิ่งเร้าให้เกิดอาการขาดสติสองอย่างพร้อมกัน นั่นคือ วัตถุกาม (นักศึกษาสาว) และกิเลสกาม (จินตนาการ) สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้เจริญสติ การตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์เช่นที่ท่านประธานาธิบดีกำลังเผชิญอยู่ ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะรับมือได้ แต่สำหรับผู้ที่ฝึกการเจริญสติมาเป็นอย่างดี เรื่องเลวร้ายก็คงไม่เกิดขึ้น เพราะสำหรับผู้เจริญสติอยู่เสมอนั้น ต่อให้กระทบกับอารมณ์ที่ยั่วยวนเพียงใด การปรุงแต่งต่อ (สังขาร) ก็คงไม่เกิดขึ้น
ด้วยเหตุนั้น พระพุทธองค์จึงตรัสเตือนผู้มุ่งต่อการเจริญสติว่า “เมื่อเห็นก็สักแต่ว่าเห็น เมื่อได้ยิน ก็สักแต่ว่าได้ยิน เมื่อได้กลิ่นก็สักแต่ว่าได้กลิ่น เมื่อลิ้มรส ก็สักแต่ว่าลิ้มรส เมื่อซึมซับสัมผัส ก็สักแต่ว่าสัมผัส และเมื่อครุ่นคำนึงก็สักแต่ว่าครุ่นคำนึงเท่านั้น” และเมื่อใครทำเพียง “สักแต่ว่า...” ไม่มีการปรุงแต่งต่อไปให้มากกว่านั้น ผลก็คือ“...พญามาร (กิเลส) ก็จะมองไม่เห็นเขา และจะหาเขาไม่พบ”
น่าเสียดายที่ บิล คลินตัน ไม่เคยเรียนรู้การเจริญสติในชีวิตประจำวัน ท่านจึงไม่รู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองซึ่งกำลังผุดพรายขึ้นมาในปัจจุบันขณะ และด้วยเหตุดังนั้น ทั้งๆ ที่ท่านสามารถควบคุมโลกทั้งใบได้ แต่ทว่าท่านกลับไม่อาจควบคุมโลกส่วนตัวของท่านได้
เราลองจินตนาการดูว่า ถ้าหากนักการเมืองคนสำคัญๆ ของโลก เคยผ่านการเจริญสติและเป็นคนที่มีสติอยู่เสมอในชีวิตประจำวัน นโยบายทางการเมืองของโลกจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนขนาดไหน และโลกนี้จะน่าอยู่เพียงไร
การเจริญสติ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนในโลก และเป็นสิ่งจำเป็นในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ พอๆ กับที่อากาศและน้ำ จำเป็นสำหรับคนทุกคน คนที่ปฏิเสธการเจริญสติ ก็คือ คนที่ปฏิเสธการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของตัวเองโดยแท้
สำหรับนักปฏิบัติ การเจริญสติ ทำให้หลุดพ้นจากความทุกข์ในการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏอันยาวนาน แต่สำหรับคนทั่วไป การเจริญสติ ทำให้หลุดพ้นจากความทุกข์ในชีวิตประจำวัน เป็นรายเรื่อง รายกรณี รายนาที รายชั่วโมง และรายวิกฤติ เป็นเปลาะๆ เป็นครั้งๆ ซึ่งเพียงแค่สามารถจัดการกับความทุกข์ในชีวิตประจำวันได้แม้เพียงชั่วครั้งชั่วคราวด้วยท่าทีที่เป็นนายเหนือกว่ากิเลสอย่างรู้เท่ารู้ทัน รู้กันรู้แก้ ก็นับว่า เป็นการเพียงพอแล้วสำหรับปุถุชนธรรมดาๆ คนหนึ่ง
ภาวะที่เราแต่ละคนต่างก็มีสติครองใจในระหว่างวันเช่นนี้เอง ควรเรียกได้ว่า เป็น “นิพพานระหว่างวัน” สำหรับคนทั่วไป และภาวะเช่นว่านี้ ควรเป็นอุดมคติที่พึงประสงค์สำหรับคนทุกชั้นวรรณะอย่างไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นพระราชาธิบดี ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี นักการเมือง นักธุรกิจ ปัญญาชน ประชาชน หรือยาจกวณิพก ถ้าหากเป็นคนแล้ว เราทั้งหมดทั้งมวลควรฝึกเจริญสติให้มีสติครองกาย ครองใจอยู่เสมอ เพราะคนมีสติ ก็คือ คนมีความสุข (=สติมา สุขเมธติ) ทั้งนี้ โดยไม่เกี่ยวว่าจะต้องรวยหรือจน ขอแค่เป็นคน ถ้าหากเป็นคนมีสติอย่างแท้จริง (อยู่กับปัจจุบันเป็น) ก็มีสิทธิ์มีความสุข และสติส่วนบุคคลนี้เอง ก็คือ รากฐานแห่งสันติภาพของโลก กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า สันติส่วนบุคคล คือ สันติภาพสากลของมนุษยชาติ







