posttoday
บ้าพลัง vs มันสมอง...ต้องวัดกันบนคอร์ต

บ้าพลัง vs มันสมอง...ต้องวัดกันบนคอร์ต

05 มิถุนายน 2554

ก่อนที่จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกแกรนด์สแลมคอร์ตดิน “เฟรนช์ โอเพน 2011” ระหว่างมือ 1 โลก ราฟาเอล นาดาล (มือวาง 1/สเปน)

ก่อนที่จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกแกรนด์สแลมคอร์ตดิน “เฟรนช์ โอเพน 2011” ระหว่างมือ 1 โลก ราฟาเอล นาดาล (มือวาง 1/สเปน)

โดย...พิธานอนันต์ พูลสมบัติ

ก่อนที่จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกแกรนด์สแลมคอร์ตดิน “เฟรนช์ โอเพน 2011” ระหว่างมือ 1 โลก ราฟาเอล นาดาล (มือวาง 1/สเปน) กับอดีตมือ 1 โลก โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (3/สวิส) ในวันนี้ เชื่อว่าหลายคนที่เห็นการจัดแบ่งสายประกบคู่กันตั้งแต่รอบแรก คงคาดเดากันว่า ราฟา คงเดินหน้าโชว์พลังถล่มคู่แข่งแหลกลาญแบบวันเวย์ โดยอาจจะต้องเหนื่อยบ้างก็แค่รอบก่อนรองชนะเลิศและรอบตัดเชือกเท่านั้น

แต่ โรบิน โซเดอร์ลิง (5/สวีเดน) คู่ต่อกรรอบ 8 คนสุดท้าย ที่แม้เคยสอย นาดาล ร่วงรอบ 4 มาแล้วเมื่อปี 2009 คราวนี้ก็ไม่ท็อปฟอร์มพอที่จะหยุดนักหวดกล้ามโตจากแดนกระทิงได้ รวมทั้งก้างขวางคอในรอบรองชนะเลิศอย่าง แอนดี เมอร์เรย์ (4/สกอตแลนด์) ที่พกอาการเจ็บข้อเท้าลงเล่น ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ทำให้ นาดาล เคี้ยวนิ่มๆ สบายๆ 6-4, 7-5, 6-4

บ้าพลัง vs มันสมอง...ต้องวัดกันบนคอร์ต

เท่ากับว่า “ราชาคอร์ตดิน” นาดาล หืดจับที่สุดก็คือรอบแรกกับ จอห์น อิสเนอร์ (สหรัฐ) นักหวดก้านยาวเสิร์ฟหนัก โดยต้องเล่นถึง 5 เซต แถมโดนนำก่อน 21 เซตด้วย แต่หลังจากนั้น ราฟา ไม่ยอมเสียเซตให้ใครอีกเลย

“การเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศคือสิ่งที่ผู้คนต่างฝันถึง ผมมีความสุขจริงๆ ที่ได้เข้าไปเล่นรอบชิงฯ ทัวร์นาเมนต์ที่สำคัญที่สุดของโลกรายการหนึ่งบนคอร์ตดิน ผมเจอปัญหายุ่งยากมาก่อนหน้านี้ แต่ผมลืมมันหมดแล้ว พร้อมกับมีความเชื่อมั่นมากขึ้นด้วย” นาดาล ที่โชว์พลังเหลือเฟือวิ่งไล่หวดทุกลูกบนคอร์ตชนิดไม่กลัวเจ็บ กล่าว

นอกจากนี้ ราฟา แชมป์ศึกเฟรนช์ฯ 5 สมัย ที่เพิ่งฉลองวันเกิดอายุครบ 25 ปี เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ยังบอกอีกว่า เขาไม่ได้สนใจที่จะทำสถิติแชมป์ 6 สมัยเทียบเท่ากับ บียอร์น บอร์ก อดีตมือ 1 โลกผู้ยิ่งใหญ่ชาวสวีดิช แต่ขอมุ่งมั่นกับเกมและเล่นให้ดีที่สุดเพื่อคว้าชัยที่โรลองด์ การ์รอส เท่านั้น

ด้านเส้นทางในสายของ “เฟดเอ็กซ์” เฟเดอเรอร์ มีโอกาสชนกับ “โนเล” โนวัก โจโควิช (2/เซอร์เบีย) แบบเต็มๆ ในรอบตัดเชือก ซึ่งดูยังไงก็หนักกว่าสายของ นาดาล แล้วยิ่งฟอร์มของ โนเล ในปีนี้ใครๆ ก็พากันซูฮก เพราะชนะมา 41 แมตช์ติดต่อกัน ยังไม่แพ้ใครเลย (หากรวมที่ชนะ 2 แมตช์ ช่วยทีมชาติเซอร์เบียผงาดคว้าแชมป์เดวิส คัพ ก็จะเท่ากับ 43 แมตช์รวด) พร้อมกับกวาดไปถึง 7 แชมป์โดยไม่เกรงใจใครอีกด้วย

เฟเดอเรอร์ พยายามเก็บพลังไว้รอหวดกับ โจโควิช ด้วยการชนะมาดะตั้งแต่รอบแรกยันรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยไม่เสียแม้แต่เซตเดียว แม้การเจอกับ กาเอล มงฟิลส์ (9/ฝรั่งเศส) รอบ 8 คน กองเชียร์เจ้าถิ่นจะเข้ามาเชียร์ มงฟิลส์ สร้างความกดดันอย่างไร แต่ยอดนักหวดสวิสก็นิ่งพอที่จะผ่านไปได้ไม่ยากเย็นนัก มีแค่ออกแรงเล่นไทเบรกในเซต 3 เท่านั้น

และแล้วเมื่อถึงรอบตัดเชือก เฟเดอเรอร์ ก็งัดฟอร์มเทพเหมือนเมื่อสมัยเรืองอำนาจนั่งบัลลังก์โลก ด้วยการดับซ่า โจโควิช ลงได้แบบค่อนข้างพลิกความคาดหมาย เนื่องจากหนุ่มเซิร์บกำลังมีความมั่นใจสุดๆ ที่จะขึ้นเป็นมือ 1 โลกทันที หากผ่านเฟดเข้ารอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่ก็ต้องฝันสลายในที่สุด หลังแพ้ เฟเดอเรอร์ 6-7, (5/7), 3-6, 6-3, 6-7 (5/7)

บ้าพลัง vs มันสมอง...ต้องวัดกันบนคอร์ต

เฟเดอเรอร์ มองถึงรอบชิงฯ เฟรนช์ โอเพน ว่าตัวเขามีโอกาสเป็นฝ่ายชนะคว้าแชมป์ได้เช่นกัน

“เราเพิ่งเล่นแมตช์ที่ยิ่งใหญ่กันมาในมาดริด มาสเตอร์ส ปีนี้ (เฟเดอเรอร์ ได้เซตแรก แต่แพ้ นาดาล 1-2 เซต รอบรองชนะเลิศ) จึงเห็นได้ชัดว่าผมต้องใส่สุดฝีมือในการเล่นกับเขา และทุกคนต่างรู้ดีเมื่อต้องเจอกับ ราฟา ที่ปารีส ผมคงต้องงัดเอาฟอร์มที่เฉียบเป็นพิเศษออกมาสู้” เฟด วัย 29 ที่มักอ่านเกมคู่ต่อสู้ก่อนหวดสวนกลับ กล่าว

ทั้งนี้ โจโควิช ได้ขอถอนตัวจาก “ควีนส์ คลับ” (วันที่ 6-12 มิ.ย.) รายการอุ่นเครื่องก่อนศึกแกรนด์สแลมที่ 3 ของซีซัน “วิมเบิลดัน” ซึ่งดวลกันบนคอร์ตหญ้าที่กรุงลอนดอน, อังกฤษ วันที่ 20 มิ.ย.3 ก.ค.นี้ เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเอ็นหัวเข่าและอยากพัก ขณะที่ เมอร์เรย์ ก็ส่อแววถอนตัวตามด้วย เพราะข้อเท้ายังเดี้ยงอยู่เช่นกัน

นาดาลรับไม่ง่ายเฟดเชื่อมีโอกาส

การเจอกันของนาดาลกับเฟเดอเรอร์ ในนัดชิงชนะเลิศ เฟรนช์ โอเพนปีนี้ น่าจะเป็นการดวลลูกสักหลาดสุดคลาสสิกอีกแมตช์หนึ่งของวงการเทนนิสโลกเลยทีเดียว

นาดาล มีสถิติชนะถึง 44 แพ้แค่ 1 ครั้ง ในศึกเฟรนช์ฯ นับแต่ปี 2005 (พ่าย โซเดอร์ลิง รอบ 16 คน ปี 2009) แถมยังเล่นแค่ 3 เซต เอาชนะ เมอร์เรย์ ในรอบรองชนะเลิศ จึงน่าจะมีพลังเหลือเฟือ ทั้งที่เดิมทีก็มีมากจนล้นเหลืออยู่แล้ว

“เมื่อครั้งที่ผมชนะแมตช์แรกที่นี่ (เฟรนช์ โอเพน) ตอนอายุ 18 ผมคิดแค่ว่า โอ้! ผมชนะมา 1 แมตช์แล้ว และเดี๋ยวนี้มันดูง่ายขึ้นในการเล่นอาชีพ แต่ผมบอกได้เลยว่ามันไม่ง่ายเสมอไป หากเป็นฝ่ายชนะก็จะเพิ่มความกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะย่อมต้องการชนะในแมตช์ต่อๆ ไปอีก จนกระทั่งเข้าถึงรอบชิงฯ ก็ยังคงปรารถนาชัยชนะอยู่ไม่รู้จบ แล้วก็จะวนซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ในรายการต่อๆ ไป ซึ่งผมก็ยังคงรู้สึกแบบนั้น”

บ้าพลัง vs มันสมอง...ต้องวัดกันบนคอร์ต

ขณะที่ เฟเดอเรอร์ ซึ่งเหนื่อยล้ากว่า โดยต้องเล่นถึง 4 เซต (ไทเบรก 2 เซต) ก่อนเอาชนะ โจโควิช รวมทั้งยังเป็นการเข้าชิงระดับแกรนด์สแลมครั้งแรก นับแต่คว้าแชมป์ศึกออสเตรเลียนฯ ปี 2010 ทว่าด้วยฝีมือในแมตช์กับ โจโควิช น่าจะเป็นที่ประจักษ์ตาแก่ผู้ชมและแฟนๆ เทนนิสได้เป็นอย่างดีว่า เฟดสามารถกลับมาสู่ช่วงขาขึ้นได้อีกครั้ง

“ผมคิดว่ามันเป็นการดวล (กับโจโควิช) ด้วยฟอร์มที่สุดยอดทั้งคู่และนานมากทีเดียว ผมกำลังเล่นได้ดี แม้จะเริ่มต้นเซตแรกด้วยการเบรกกันไปเบรกกันมา เขาสามารถรีเทิร์นลูกได้ดี แถมยังหนักหน่วงรุนแรงมาก และมีโอกาสที่จะเบรกเกมเสิร์ฟของผมได้ตลอด ตอนนี้ร่างกายของผมสมบูรณ์เต็มที่สำหรับรอบชิงชนะเลิศ ผมจึงคิดว่ามีโอกาสที่จะเอาชนะ ราฟา พร้อมคว้าแชมป์ได้แน่”

ยอดนักหวดทั้งสองต่างมีดีด้วยกัน โดยนาดาลชำนาญในการเคลื่อนที่บนคอร์ตดิน จนราวกับว่ามีตัวเขาอยู่ทั่วสนามไปหมด ไม่ว่าคู่ต่อสู้ตีลูกไปตกตรงไหน หากเขาไม่ล้มร่วงลงกับพื้น ก็จะตามไปตีโต้กลับไปได้หมด เรียกว่าพลังและความแข็งแกร่งเหลือเฟือ (ระวังเข่าพังบ้างก็แล้วกัน) แถมยังไม่ต้องกังวลเรื่องจะเสียมือ 1 โลกด้วย เพราะเฟดช่วยสกัดโจโควิชไว้ให้แล้ว

ส่วน เฟเดอเรอร์ เล่นด้วยลีลาที่สวยงาม โดยเฉพาะการยิงวินเนอร์ด้วยแบ็กแฮนด์มือเดียวขนานเส้น ดูเมื่อไหร่ก็ช่างสวยงามไม่มีที่ติจริงๆ รวมทั้งพักนี้เสิร์ฟได้เยี่ยมด้วย แถมยังคอยจับทางอ่านเกมคู่แข่งตลอด หากเขาเล่นได้เหมือนแมตช์รอบตัดเชือก น่าจะเบียดกันมันหยดติ๋งๆ ไปเลย

โอกาสคว้าแชมป์มีพอกัน ซึ่งคงต้องมีเรื่องของบุญวาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องพอสมควรทีเดียว (ลืมดูดวงของทั้งคู่ จึงบอกไม่ได้ว่าใครมีโชคกว่ากัน)

 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69