
แก๊งป่วนชวนฮา ณ แบงค็อก
กรุงเทพฯ ป่วนก็เพราะพวกเขานี่แหละ
กรุงเทพฯ ป่วนก็เพราะพวกเขานี่แหละ
โดย..วิชช์ญะ ยุติ
กรุงเทพฯ ป่วนก็เพราะพวกเขานี่แหละ เมื่อแก๊งเกลอขาเมาพากันยกขบวนมาปลิ้นส่งท้ายเพื่อนซี้ก่อนงานวิวาห์จะเริ่มต้นเพียงวันเดียว
พวกเขาไร้สติสุดขอบฟ้า ผสมความฮา บ้าๆ บวมๆ โลกต้องจดจำพวกเขาไปตราบนานในอาการแฮงก์โอเวอร์ลืมตาย
หนังภาคต่อที่ทำออกมาสนุกมากกกก สมการรอคอยกับมุขขำเสียดแทงหัวใจ “ทอดด์ ฟิลลิปส์” ผู้กำกับรายเดิมขยี้คนดูด้วยบรรยากาศและอารมณ์ขันเต็มขั้น จนไม่อาจปฏิเสธเสียงหัวเราะขื่นๆ ที่เขาภูมิใจนำเสนอได้
ถือเป็นผลงานตลกที่มีลูกล่อลูกชนแพรวพราวทีเดียว จากภาคแรกสู่ภาค 2 ก็ยังคงเส้นคงวากับการสรรหามุขวายป่วงมาเสิร์ฟแบบไม่อั้น
นั่นจึงไม่แปลกถ้าใครจะชอบ The Hangover Part II อย่างไม่ลืมหูลืมตา หรือจะยกให้ติดโผเป็นหนังโปรดก็ว่ากันไป อย่าได้แคร์สื่อ
เหตุการณ์หลักๆ เกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ แน่นอน มุมมืดของกรุงเทพฯ ย่อมหนีไม่พ้นที่จะไปปรากฏในฉากสำคัญ ทว่าเพราะความตลกและอารมณ์ทีเล่นทีจริงนี่เอง ทำให้เรากลับไม่รู้สึกอะไรต่อภาพที่เห็น ทั้งๆ ที่มันก็คืออิมเมจด้านลบที่สะท้อนถึงเมืองฟ้าอมร
จะเรียกว่ามุขฮาช่วยกลบเกลื่อนสิ่งเลวร้ายก็คงไม่ผิดนัก มันนวลเนียนจนเราเผลอหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไปกับตัวละคร
คุณชอบมุขไหน ขำเถอะถ้ารู้สึกว่ามันขัน แต่ควรขำและขัน หรือชอบโดยปราศจากอคติทางใจ หนังก็คือหนัง หนังอิงมาจากเรื่องจริง จงยอมรับว่ากรุงเทพฯ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ บาร์อะโกโก้ กะเทยมีงู มาเฟียต่างชาติ ยาเสพติดระบาด และเมามายได้ตลอดวัน (ก็แอบดื่มอ่ะครับ)
เช่นที่หนึ่งในแก๊งเกลอบอกว่า คนเราล้วนมีปีศาจในตัว กรุงเทพฯ ก็เหมือนกัน ย่อมมีปีศาจซ่อนเร้นอยู่ และบางทีคนไทยอาจจะมีความสุขกับปีศาจตนนั้นก็เป็นได้
The Hangover Part II ไม่ได้พยายามแฝงปรัชญาชีวิตลึกล้ำ แต่ก็ไม่ได้เลอะเทอะเสียจนค้นหาอะไรดีๆ ไม่เจอ ยิ่งเฉพาะดีกรีความบ้าบอ ถ้าใช้ให้ถูกที่ถูกทางและรู้จักลิมิต ก็สามารถจะก่อประโยชน์แก่ตัวเองและหมู่มิตร
ภาคนี้ยังคงไว้ซึ่งดาราแม่เหล็กจากภาคแรก ครบเซตความฮา ความบ้า แต่ละคนร้ายกาจพอกัน แรงส์เหลือกำลัง ตัวขโมยซีนก็เพียบ ไม่มีใครยอมใคร ถูกใจไปเต็มๆ ต้องเป็น “เอ็ด เฮล์มส” กับความเฮี้ยนจัด (จนโดนกะเทยมีงูสอยตู๊ด) “แซค แกลิเฟียนาคิส” หน้าตายไร้จริตแต่ฮาทุกซีน “เคน จอง” ในบท “มิสเตอร์เชา” ก็งัดไม้เด็ดออกมาฮาหมดแม็ก รวมทั้งดาราไทย “นิรุตติ์ ศิริจรรยา” ไม่ธรรมดาเลย ปะทะดาราฮอลลีวูดได้สบายๆ
ยังไม่หมด ยังมีดารารับเชิญดังๆ เซอร์ไพรส์เข้าฉาก ตัวพ่อมือรางวัล “พอล จาแมตติ” อดีตกำปั้นสะท้านโลก “ไมค์ ไทสัน” แค่โผล่มาแวบๆ แต่ก็ขโมยซีน ขโมยใจไปไม่น้อย
กรุงเทพฯ ป่วนก็เพราะพวกเขาเหล่านี้นี่แหละ







