posttoday
ไคล์ เมนาร์ด หัวใจไม่มีข้ออ้าง

ไคล์ เมนาร์ด หัวใจไม่มีข้ออ้าง

02 มิถุนายน 2554

คุณกินสปาเกตตีอย่างไรก็ใช้ส้อมม้วนขึ้นมาเหมือนคนอื่น คุณใช้ตะเกียบได้ไหม

คุณกินสปาเกตตีอย่างไรก็ใช้ส้อมม้วนขึ้นมาเหมือนคนอื่น คุณใช้ตะเกียบได้ไหม

โดย.. วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

ไม่ได้ แต่โปรดอย่าคิดว่าผมไม่ได้พยายาม

ท่ามวยปล้ำท่าโปรดของคุณคือท่าอะไร

แจ๊ปวิซเซอร์

ฯลฯ

ตัวอย่างคำถามคำตอบเพียงบางส่วน ที่สะท้อนให้เห็นว่าชีวิตของเขาไม่ได้แตกต่างจากคนปกติทั่วไป ไคล์ เมย์นาร์ด (Kyle Maynard) เกิดที่รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2529 พร้อมด้วยภาวะผิดปกติหายาก ที่เรียกว่า การมีแขนขากุดโดยกำเนิด แขนสุดตรงข้อศอก และขาสุดตรงหัวเข่า มีความสูง 4 ฟุตเท่านั้นเมื่อยืนเต็มตัว

ไคล์ เมนาร์ด หัวใจไม่มีข้ออ้าง

เขาเริ่มแข่งขันมวยปล้ำครั้งแรกในโรงเรียนมัธยมเมื่อปี 2547 ในปีนั้นเองเขาได้รับรางวัลนักกีฬาพิการยอดเยี่ยม Espy Award จาก ESPN และในปี 2548 เขาทำลายสถิติโลกการยกน้ำหนักท่าเบนซ์เพรสดัดแปลง โดยยกได้ถึง 360 ปอนด์ หรือ 3 เท่าของน้ำหนักตัว ทำให้เขาได้รับรางวัลเพรสซิเดนส์อะวอร์ดสำหรับทำเนียบเกียรติคุณสปอร์ตส์ฮิวแมนิทาเรียน

หลังจากนั้นก็ได้รับเชิญไปสัมภาษณ์ในรายการวิทยุและรายการโทรทัศน์ต่างๆ ปัจจุบันเขาเป็นนักพูดที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนอเมริกันและทั่วโลก โดยเฉพาะทหารที่พิการจากการรบ โดยในช่วง 34 ปีที่ผ่านมา เขาได้รับเชิญไปออกรายการทอล์กโชว์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นรายการของโอปราห์ วินฟรีย์ และแลร์รี คิง คนพิการแขนขากุดที่กลายเป็นแชมป์มวยปล้ำระดับโลก (สถิติแพ้เพียง 35 ครั้งชนะกว่า 100 ครั้ง) ไม่ว่าคุณจะคิดถึง ไคล์ เมย์นาร์ด ไว้อย่างไร แต่นี่คือคนตัวเล็กๆ ที่สร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ ความพิการของเขากลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จมากกว่าที่คนปกติจะทำได้ด้วยซ้ำ

โอปราห์ วินฟรีย์ กล่าวถึงไคล์ว่า เป็นหนึ่งในคนที่สร้างแรงบันดาลใจมากที่สุดที่คุณเคยได้ยินมา ขณะที่ แลร์รี คิง พูดถึงไคล์... “ไคล์เข้าถึงหัวใจของผู้ชมได้มากกว่าการสัมภาษณ์ครั้งไหนๆ ที่ผมเคยทำ”

คนส่วนใหญ่รู้จัก ไคล์ เมย์นาร์ด จากคลิปต่างๆ ในยูทูบ ซึ่งแพร่หลายไปทั่วโลก ความบกพร่องทางร่างกายไม่ได้ทำให้เขาด้อยกว่าคนอื่น แนวคิดของเขาคือชีวิตที่ไร้ข้อแม้ ซึ่งทำให้เขาทำอะไรได้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ในชีวิตที่ไม่มีใครจะนึกได้ถึง ไคล์เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วว่องไว เขาทำอาหารได้เอง กินอาหารได้เอง พิมพ์ดีดได้ (10 คำต่อนาที) เขียนหนังสือได้และสวยด้วย

บ้านของเขาทุกวันนี้มี 3 ชั้น (ห้องนอนของเขาอยู่ชั้นที่ 3) เขาขับรถยนต์ได้ เติมน้ำมันรถได้ เขาทำทุกสิ่งที่เขาต้องการจะทำ (สิ่งที่เขาทำด้วยตัวเองไม่ได้เพียงอย่างเดียว คือ การติดกระดุม) นอกจากนี้ก็ยังเป็นนายแบบถ่ายแบบให้กับเสื้อผ้าแบรนด์ดัง Abercrombie & Fitch อีกต่างหาก

ไคล์ เมนาร์ด หัวใจไม่มีข้ออ้าง

ปัจจุบัน ไคล์ศึกษาในมหาวิทยาลัยจอร์เจียในสาขาด้านการข่าว เขาเขียนอัตชีวประวัติของตัวเองและอีกหลายเล่มที่ประสบความสำเร็จมาก และนอกจากจะเป็นนักมวยปล้ำระดับโลก นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ (ไคล์ทำงานเป็นนักพูดให้กับ The Washington Speacker’s Bureau) เขาก็ยังเป็นเจ้าของโรงยิมในแอตแลนตา และมีทีมมวยปล้ำของตัวเอง ไคล์ เมย์นาร์ด ปฏิรูปแนวความคิดที่คนทั่วไปมีต่อคนพิการอย่างสิ้นเชิง นอกจากจะสามารถดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี เขาก็ยังสนับสนุนและเป็นกำลังใจแก่ผู้คนทั่วโลก ล่าสุดของล่าสุด โจทย์ในชีวิตของไคล์ก็ยากขึ้นไปอีก เป้าหมายที่สูงเสียดฟ้านั่นคือการปีนพิชิตเขาสูงแห่งคีรีมันจาโร หลังคาแห่งกาฬทวีป ซึ่งไคล์จะปีนร่วมกับเพื่อนรักและผู้จัดการส่วนตัว โจอี ลีโอนาร์โด (www.missionkeremunjaro.com)

ไคล์ทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร...เขามีบิดาเป็นทหาร ซึ่งเลี้ยงและตอบคำถามต่างๆ ของลูกชายด้วยความท้าทาย ความท้าทายที่ทำให้เขาก้าวข้ามในทุกอุปสรรค ตอนเด็กๆ เขาต้องตักข้าวกินเอง ถ้าตักไม่ได้ก็ไม่ได้กิน เขาเล่นฟุตบอล เขาเล่นมวยปล้ำ ทุกอย่างในชีวิตของเขาไม่มีข้อแม้แม้แต่ความพิการของเขาเอง ถ้าจะทำ ทำได้หมด เขาเคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งถึงความได้เปรียบเสียเปรียบว่า เขาไม่ได้เปรียบตรงร่างกาย แต่เขาได้เปรียบตรงจิตใจ จิตใจที่ไม่ยอมแพ้ และไม่ยอมให้ตัวเองกล่าวอ้างข้อแม้แม้เพียงข้อเดียว มองย้อนกลับไปเขาไม่ต้องการจะเปลี่ยนอะไร เขาต้องการเป็นคนพิการแบบนี้แหละ เพราะถือว่ามันคือพรจากสวรรค์

“ใช่ มีเวลาที่ผมอยากร้องไห้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมจะคุยกับตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” ไคล์พูด เขาบอกว่าเหนื่อยเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อเขียนหนังสือ ซึ่งต้องเดินทางไปโปรโมตหนังสือทั่วโลก บางช่วงบางขณะก็แอบคิดอยากจะเลิกเหมือนกัน แต่ทหารที่พิการจากการรบ ไม่ว่าจากประเทศอิรักหรืออัฟกานิสถาน ได้มาบอกว่า เลิกคิดฆ่าตัวตายเพราะคำพูดของเขา ก็ทำให้คิดว่าเรามีประโยชน์ต่อคนอื่น และต้องทำต่อไป

ในความเห็นของคนพิการแขนขากุดคนหนึ่ง ไคล์คิดว่าคนทุกคนเท่ากันหมด ในเกมของชีวิตไม่ควรมีใครที่ต้องได้แต้มต่อ ชีวิตคนต่างมีความท้าทายแตกต่างกันไป จากประสบการณ์การเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ เขารู้สึกได้ถึงความกลัว ลึกๆ แล้วคนทุกคนมีความกลัวในตัวเอง สิ่งที่ต้องทำคือการเผชิญหน้ากับความกลัวนั้น แล้วก้าวข้ามไปให้พ้น

ปัจจุบัน ไคล์ เมย์นาร์ด กำลังทำตามหนึ่งในความฝันของเขา นั่นคือการเดินทางมาประเทศไทย โดยในครั้งนี้มาตามคำเชิญของเพื่อน “ฐิตินาถ ณ พัทลุง” นักเชี่ยวชาญด้านจิตใต้สำนึก ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมเรียนหลักสูตรเอ็นแอลพี (NLP) ด้วยกันมาก่อน

ทั้งคู่จะทอล์กโชว์ “เจาะใจ เดอะ โมเม้นต์ 2” ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ ที่โรงภาพยนตร์สกาล่า ปลดล็อกขีดจำกัดของจิตใต้สำนึก และชาร์จพลังชีวิตให้กลายเป็นคนใหม่ (www.johjai1991.com และ www.facebook.com/johjai)

ชีวิตไม่มีข้ออ้างและข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับผู้เขียนแล้วตอนนี้นึกภาพ ของไคล์ เมย์นาร์ด ที่กำลังนั่งยิ้มในชัยชนะอยู่บนยอดสูงสุดแห่งคีรีมันจาโรได้แล้วด้วยซ้ำ คนอย่างเขาถ้าคิดจะทำอะไร ความสำเร็จก็เหมือนจะไม่มีข้อแม้ และอย่านึกว่าแค่ปีนคีรีมันจาโรเสร็จแล้วจะแล้ว เป้าหมายต่อไปคือการแข่งไตรกีฬา!

“โชคดีนะ ไคล์ คุณทำสำเร็จแน่”

ขอบคุณรายการเจาะใจ
 

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี