posttoday
เชฟช่วยชูแชมป์

เชฟช่วยชูแชมป์

01 มิถุนายน 2554

หลังต้อน “แชมป์พรีเมียร์ลีก” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 31

หลังต้อน “แชมป์พรีเมียร์ลีก” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 31

ที่สังเวียนแข้งเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ผงาดชูถ้วยแชมเปียนส์ลีกได้เป็นสมัยที่ 4 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา เป็นทีมที่ดีที่สุดในโลก ณ วินาทีนี้

การจะก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ สโมสรจำเป็นต้องใส่ใจรายละเอียดทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำกล่าวที่ว่า กองทัพต้องเดินด้วยเท้า เอ้ยย...ด้วยท้อง ยังคงใช้ได้เสมอ

เปป กวาร์ดิโอลา กุนซือหนุ่มวัย 40 ปี เป็นอีกคนที่ไม่เคยมองข้ามเรื่องปากท้องของลูกทีม โดยเขากับแพทย์ประจำสโมสร ดร.ริชาร์ด ปรูนา เห็นพ้องต้องกันในเรื่องนี้ จึงตัดสินใจหนีบ เลโอนาร์โด ออร์เตกา เชฟใหญ่ประจำถิ่นคัมป์นู เก็บกระเป๋าไปตะลุยลอนดอนด้วย ก่อนที่จะได้ร่วมกันฉลองแชมป์ในที่สุด เย้ๆๆๆ

เชฟช่วยชูแชมป์

การพาพ่อครัวติดสอยห้อยตามไปกับทีม นอกจากจะช่วยเรื่องอาหารการกินให้เหมาะสมและถูกปากนักเตะแล้ว ยังป้องกันการโดนคู่แข่งวางยาด้วย เพราะทีมมนุษย์ธรรมดาจะมาเล่นแฟร์ๆ มันสู้ “ทีมต่างดาว” อย่างบาร์ซาไม่ได้นี่นา อิอิ

จริงๆ แล้ว ออร์เตกา ไม่ได้ลงมือทำอาหารเองทั้งหมด แต่จะคอยกำกับควบคุมการทำอาหารของเชฟในโรงแรมที่ทีมเจ้าบุญทุ่มไปพัก โดยเขามีหน้าที่ดูแลส่วนผสม ปริมาณ เนื้อสัตว์ คุณภาพ รวมไปถึงวิธีการประกอบอาหารด้วย ทั้งอาหารเช้า กลางวัน เย็น รวมทั้งของว่าง ขนมขบเคี้ยว ซึ่ง ออร์เตกา จะสาธิตวิธีการทำให้เชฟในโรงแรมดู เพื่อเป็นตัวอย่างเอาไปปฏิบัติตาม

สำหรับเรื่องของเมนูอาหาร เห็นแข้งบาร์ซาเล่นกัน “ขั้นเทพ” ขนาดนั้น แต่พ่อครัวใหญ่จากกาตาลุนยาไม่ได้ทำอาหารแปลกแหวกแนว ประหลาดพิสดารแต่อย่างใด โดย ออร์เตกา แค่มาทำอาหารพื้นๆ ที่หาทานได้ทั่วไปในกาตาลุนยา แต่คนต่างถิ่นอาจจะไม่รู้จัก หรืออาจจะรู้จัก แต่ก็มีเคล็ดลับ มีวิธีที่ต่างออกไป

อย่างไรก็ตาม เมนูของแข้งบาร์ซานี้จะถูกสั่งมาจากทีมแพทย์ของสโมสรว่าใครควรจะทานอะไร อย่างไรบ้าง โดยนักเตะแต่ละคนจะมีความต้องการสารอาหารที่แตกต่างกันออกไป แต่ทั้งนี้เชื่อว่าต้องมีการควบคุมปริมาณแคลอรีของอาหาร มิฉะนั้นแล้ว “แข้งเทพ” อาจจะกลายเป็น “แข้งอ้วน” วิ่งตุ๊ต๊ะๆ ไล่ตามคู่แข่งไม่ทันแน่นอน

ความจำเป็นอีกอย่างที่ต้องพาเชฟส่วนตัวไปเหยียบเมืองผู้ดี คือ เมนูของนักเตะต่างศาสนานั้นไม่เหมือนกัน แข้งมุสลิมอย่าง เอริก อบิดัล และเซย์ดู เคอิตา ทานเฉพาะเนื้อฮาลาล หรือไม่ก็ไม่ทานเนื้อเลย โดยจะเลือกทานปลาแทน ดังนั้น ออร์เตกา จะต้องไปเสาะหาเนื้อปลาชั้นดี หรือเนื้อฮาลาล ซึ่งบางทีอาจไม่มีอยู่ในเมนูของทางโรงแรม

ที่แน่ๆ การพาเชฟไปด้วยก็จะช่วยให้นักเตะรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านของตัวเอง

“พวกเขาต้องไม่เห็นความแตกต่างระหว่างอาหารที่นี่กับอาหารในคัมป์นู” อาจารย์ยิ่งศักดิ์ เอ้ยยย... ออร์เตกา กล่าว

ขณะที่คุณหมอปรูนา ยอมรับว่าทีมแพทย์เน้นเรื่องอาหารเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นสภาพร่างกาย และป้องกันอาการเหนื่อยเพลีย

“การรับประทานอาหารหลังการแข่งขันนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการพักฟื้นที่ดี จะรอทานในวันต่อไปไม่ได้ ในฐานะแพทย์ เราพยายามให้ผู้เล่นได้รับสารอาหารครบทุกหมู่ และเราให้ความสำคัญมากกับอาหารอย่างปลา เพราะมันขาดไม่ได้จริงๆ ทีมแพทย์กับเชฟจะหารือกันตลอด เพื่อให้แน่ใจว่าเขาทำอาหารตามที่เราขอ”

ได้ยินแบบนี้แล้ว ใครช่วยจ้างเชฟมาย่างปลาให้ทีมชาติไทยโซ้ยบ้างได้มั้ย เพราะเคยได้ข่าวว่าพิสมัยการจกข้าวเหนียวส้มตำเหลือเกิน หรือถ้าต้องออกไปเล่นต่างถิ่นต่างแดน เมนูโปรดของแข้งไทย คือ “มาม่า” หุหุ


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท