
เฟร์นานโด โบเตโร ยอดศิลปินโคลัมเบียนที่ยังมีชีวิต
นับถอยหลังเตรียมพร้อมสำหรับการประมูลงานศิลปะวันนี้ ณ สถาบันซอเธบีส์ ประเทศบราซิล
นับถอยหลังเตรียมพร้อมสำหรับการประมูลงานศิลปะวันนี้ ณ สถาบันซอเธบีส์ ประเทศบราซิล
โดย... อธิณป ลภณวุษ
เวทีประมูลศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา ผลงานที่โดดเด่นที่สุดสำหรับการประมูลครั้งนี้ ได้แก่ ผลงานศิลปะแอบสแทรกต์ของศิลปินชาวโคลัมเบียน เฟร์นานโด โบเตโร ทั้งภาพเขียน A Family และประติมากรรมทองเหลือง Man on a Horse โดยภาพเขียนนั้นราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ประติมากรรมทองเหลืองเริ่มต้นที่ 1.17 ล้านเหรีญสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนชื่อ El Presidente ผลงานในปี 2518 ซึ่งราคาเริ่มต้นเหนาะๆ แค่ 2.66 แสนเหรียญสหรัฐ
เฉพาะแค่ราคาเริ่มต้นแต่ละชิ้น ยังไม่ทันบิดกันก็ทะลุสถิติผลงานทั้งหมดของตัวเฟร์นานโดเอง และผลงานศิลปะของศิลปินโคลัมเบียนไปแล้ว
ศิลปินโคลัมเบียนรายนี้ เป็นที่รู้จักกันดีในงานศิลปะที่แสดงภาพของคนเจ้าเนื้อ เฟร์นานโด โบเตโร เกิดเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2475 เขาได้ชื่อว่า “ศิลปินแห่งศิลปินโคลัมเบียน” โดยเริ่มเป็นที่รู้จักในบ้านเกิดของตัวเอง หลังจากที่คว้ารางวัลศิลปกรรมยอดเยี่ยมระดับชาติ เดอะ ซาลอน เด อาร์ติสตาส โคลอมบิยาโนส ในปี 2501 มาครอง
หลังจากนั้น ศิลปินสายฟิเกอเรทีฟที่มักจะทำงานประติมากรรมไปพร้อมๆ กันด้วยรายนี้ มักจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่สร้างสรรค์งานศิลปะในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส กว่า 30 ปีที่กรุงปารีส เฟร์นานโด ได้สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติ จากผลงานศิลปะที่อุดมไปด้วยนายแบบนางแบบจอมเจ้าเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นงานจิตรกรรม งานวาดเส้น หรือแม้แต่ประติมากรรมก็ตาม
ในยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ของเขามีการจัดแสดงงานศิลปะในสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ไปทั่วโลก โดย ณ ปัจจุบันผลงานของเฟร์นานโดได้รับการจัดแสดงอยู่ในหอศิลป์สำคัญๆ มากมายหลายแห่ง รวมทั้งในคอลเลกชันส่วนตัวของนักสะสมงานศิลปะ
นิทรรศการครั้งแรกของเฟร์นานโด โบเตโร จัดขึ้นเมื่อปี 2491 ในหอศิลป์บ้านเกิด กลายเป็นที่จับตามองของแวดวงศิลปะชั้นแนวหน้าของละตินอเมริกา ทว่าหลังจากนั้น ระหว่างปี 2492–2493 ศิลปินรายนี้ผันตัวไปเป็นนักออกแบบฉากให้ละครเวที ใครๆ ก็คิดว่าเขาจะเลิกเอาดีแล้วบนเส้นทางศิลปะ
ทว่า หลังจากที่เดินทางไปออกแบบฉากละครที่บาร์เซโลนา และกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อปี 2494 เฟร์นานโดได้เข้าศึกษาต่อด้านศิลปะที่อะคาเดเมีย เด ซาน เฟร์นานโด และต้องจัดการแสดงนิทรรศการศิลปนิพนธ์ที่แกลเลอรีเลโอ มาติซ – ผลงานในนิทรรศการเดี่ยวครั้งนั้นเอง ที่ทำให้เขาคว้ารางวัลระดับชาติของโคลัมเบียมาได้สำเร็จ และในที่สุดก็กลับมาจดจ่อกับการสร้างสรรค์งานศิลปะล้วนๆ ต่อไป
เฟร์นานโดย้ายไปยังกรุงปารีสในปี 2496 เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในช่วงแรกๆ ในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ เพื่อศึกษาผลงานศิลปะล้ำค่ามากมายในนั้น นอกจากนี้เขายังเดินทางไปยังกรุงฟลอเรนซ์บ่อยๆ เพื่อศึกษาชิ้นงานระดับมาสเตอร์พีซจำนวนมหาศาลของจิตรกรยุคเรอเนสซองซ์
เช่นเดียวกับจิตรกรดังรายอื่นๆ ในช่วงแรกๆ ผลงานของเฟร์นานโดมีหลากหลาย ทั้งภาพสติลไลฟ์และภาพทิวทัศน์ ก่อนที่จะมาสร้างสรรค์สไตล์ของตัวเองในสไตล์ “ซิทูเอชันนอล พอร์เทรตเจอร์” (Situational Portraiture) โดยให้แต่ละภาพมีลักษณะร่วมเดียวกัน คือ มีแต่คนเจ้าเนื้อทั้งหญิงและชาย รวมทั้งภาพวาดในสไตล์นู้ด
ศิลปินโคลัมเบียนชื่อดังอธิบายเรื่องคนรูปร่างใหญ่ยักษ์ในผลงานของเขาว่า จริงๆ แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวาดอย่างนั้นทำไม “แค่อยู่ดีๆ ก็นึกออกว่าจะวาดอย่างนี้”
นอกเหนือจากความโดดเด่นด้าน “รูปร่าง” ของนายแบบและนางแบบในจิตรกรรมและประติมากรรมของเขาแล้ว เฟร์นานโด โบเตโร ยังได้ชื่อว่าสามารถจัดองค์ประกอบด้านรูปทรง สีสัน และความสมดุลในภาพได้อย่างชาญฉลาด
เมื่อปี 2547 เขาวาดภาพลายเส้น 27 ภาพ และจิตรกรรมอีก 23 ภาพ เกี่ยวกับความรุนแรงจากขบวนการค้ายาเสพติดในโคลัมเบีย เสร็จแล้วบริจาคภาพทั้งหมดให้พิพิธภัณฑ์หอศิลป์แห่งโคลัมเบีย ที่ซึ่งจัดแสดงงานดังกล่าวเป็นครั้งแรก ปีต่อมาผลงานชุด Abu Ghraib ของเขาได้รับการกล่าวขานเป็นอันมาก หลังจากจัดแสดงครั้งแรกในยุโรปหลายประเทศ เนื้อหาสะท้อนการทรมานนักโทษการเมืองของสหรัฐในคุกชื่อเดียวกับผลงานที่อิรัก โดยผลงานในชุดนี้รวมแล้วมีมากถึง 185 รูปด้วยกัน
ทุกวันนี้ เฟร์นานโด ก็ยังใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในกรุงปารีส โดยจะกลับไปยังบ้านเกิดปีละครั้ง ครั้งละนานๆ และยังคงสร้างสรรค์งานศิลปะในสไตล์ที่คนคุ้นเคยออกมาอย่างต่อเนื่อง
คงไม่น่าเกลียดหรอกน่า ที่เขาจะเรียกตัวเองว่า “ยอดศิลปินโคลัมเบียนที่ยังมีชีวิต”







