
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พระผู้สร้างและผู้ให้แห่งวัดปากน้ำ
ภาระหน้าที่และงานของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พระมหาเถระผู้รัตตัญญู ชีวิตนี้มีแต่สร้างและให้ ไม่มีที่สิ้นสุด....
ภาระหน้าที่และงานของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พระมหาเถระผู้รัตตัญญู ชีวิตนี้มีแต่สร้างและให้ ไม่มีที่สิ้นสุด....
โดย...สมาน สุดโต
วันที่ 26 พ.ค. 2554 สื่อมวลชนคณะหนึ่งได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (วรปุญญมหาเถระ ป.ธ. 9) พาชมพระมหาเจดีย์มหารัชมงคล ที่สร้างใกล้เสร็จเรียบร้อย พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้ากราบไหว้บูชา และชื่นชมสถาปัตยกรรมและศิลปะความงามแห่งพระมหาเจดีย์มหารัชมงคล ภาพเขียนอนันตจักรวาล โดยอาจารย์ จักรพันธ์ โปษยกฤต และความอัศจรรย์แห่งเจดีย์แก้วที่อยู่ภายในมหาเจดีย์ ซึ่งเป็นเจดีย์แก้วล้วนๆ แห่งเดียวในโลกอีกด้วย
สร้างพระมหาเจดีย์
การสร้างพระมหาเจดีย์มูลค่า 300 ล้านบาท ขึ้นมา นอกจากถวายแก่พระพุทธศาสนาแล้ว ยังน้อมเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชินีนาถ บูชาคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำและบูรพาจารย์ เป็นอนุสรณ์ของตัวท่านเองอีกด้วย
ในกรณีที่ทำเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งตนนั้น เจ้าประคุณพูดว่าคนเรานั้นตายทุกคน แต่เมื่อตายแล้วจะมีอะไรเหลือไว้เป็นอนุสรณ์ ถ้าได้ทำโน่นนิด นี่หน่อย ก็เป็นบุญกุศลแล้ว แต่จะให้โลกเห็นต้องมีอะไร พระมหาเจดีย์นี้จึงเป็นสิ่งนั้น เมื่อตายไปแล้วคนรุ่นหลังจะได้รำลึกว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สร้างไว้
ตอนคิดนั้นมีเงินไม่กี่สตางค์ แต่อาศัยคุณศิริรัตน์ วัฒยากร บริจาคให้เบื้องต้น 5 ล้านบาท ต่อมาบริจาคอีก 10 ล้านบาท ในวันทำบุญอายุ 80 ปี ในงานทำบุญครั้งนั้นได้มีผู้บริจาคทำบุญอีก 12 ล้านบาท ได้นำมาสมทบสร้างพระมหาเจดีย์ทั้งหมด เมื่อมีการก่อสร้าง ก็มีผู้บริจาคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลาการก่อสร้าง 7 ปี ไม่มีปัญหาและอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น
บูรพาจารย์
เมื่อพระมหาเจดีย์นี้เกี่ยวข้องกับตัวสมเด็จโดยตรง เจ้าประคุณจึงสร้างรูปเหมือนบูรพาจารย์มาประดิษฐานไว้ คือพระรูปเหมือนสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช วัดเบญจมบพิตร มีพระคุณต่อเจ้าประคุณเมื่อไปอยู่วัดเบญจมบพิตรเพื่อเรียนบาลีประโยค 8-9 พระรูปเหมือนสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สมเด็จป๋า) วัดพระเชตุพน ซึ่งเป็นหลานหลวงพ่อสด (หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนี) รูปเหมือนสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ป.ธ. 9) ที่มีบทบาทในการส่งเสริมการศึกษาภาษาบาลี รูปเหมือนหลวงพ่อสด (หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนี) หรือหลวงพ่อวัดปากน้ำ ผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ต่อวัดปากน้ำ และพุทธศาสนิกชน ถึงปัจจุบัน รูปเหมือนพระครูศีลาภิรัต วัดลาดกระบัง เป็นพระอุปัชฌาย์ตอนบรรพชาเป็นสามเณร พระครูวิชิตสังฆภาร วัดสังฆราชา เป็นวัดที่เคยอยู่ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และบรรพชาเป็นสามเณรที่นั่น รูปเหมือนพระครูบริหารบรมธาตุ (ป่วน) วัดนางชี ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์เมื่อคราวอุปสมบท สุดท้ายคือรูปหล่อของตัวเจ้าประคุณสมเด็จเอง รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว ไว้ที่พระมหาเจดีย์แห่งนี้อีกด้วย นอกจากพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น
ซื้อที่ 61 ล้านบาทสร้างที่จอดรถ
พระมหาเจดีย์ใช้เวลาก่อสร้าง 7 ปี นับแต่วันที่ 27 ส.ค. 2547 ภายนอกสร้างเสร็จเรียบร้อย เหลือแต่การตกแต่งภายในที่วิจิตรตระการตาบางส่วน และมั่นใจว่าจะจัดฉลอง 9 วัน 9 คืนในปีหน้า พ.ศ. 2555
ในการสมโภช ที่จัดเป็นงานบุญล้วนๆ จะมีพระสงฆ์สวดมนต์ฉันเพลวันละ 200 รูป เป็นเวลา 9 วัน มีการปฏิบัติธรรมทุกวัน และจะมีพระภิกษุสามเณรผลัดเปลี่ยนกันอ่านพระไตรปิฎกตลอดเวลา 9 วัน
เนื่องจากวัดปากน้ำ เป็นที่ที่ประชาชนไปทำบุญกันหนาแน่นเสมอ จึงมีปัญหาเรื่องสถานที่จอดรถไม่พอ ขณะนี้เตรียมแก้ปัญหาเรื่องนี้แล้วโดยซื้อที่ดินด้านตะวันตกของวัดประมาณ 2 ไร่เศษ เป็นเงิน 61 ล้านบาท เพื่อสร้างที่จอดรถสูง 5 ชั้น เมื่อถึงวันนั้นปัญหาที่จอดรถไม่มีคงผ่อนคลายได้
ทำให้ที่ดินของวัดแต่เดิมมี 16 ไร่ เพิ่มเป็น 20 ไร่เศษในปัจจุบัน
สร้างวัดในและต่างประเทศ
เจ้าประคุณสมเด็จเป็นพระมหาเถระผู้รัตตัญญู มีเมตตา มีผลงานในการสร้าง และให้ทั่วราชอาณาจักร ในต่างประเทศสร้างวัดไทยที่นาริตะในประเทศญี่ปุ่น วัดแห่งนี้กลายเป็นที่พึ่งทั้งคนไทยและญี่ปุ่น เมื่อประเทศนั้นประสบภัยสึนามิและแผ่นดินไหว
ในสหรัฐอเมริกา สนับสนุนสร้าง “วัดมงคลเทพมุนี” เมืองฟิลาเดลเฟีย วัดปากน้ำโอไฮโอ วัดปากน้ำมิชิแกน ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ชื่อว่า วัดปากน้ำนิวซีแลนด์ และที่อินเดีย เจ้าคุณพระพิศิษฏ์พัฒนาพิธาน วัดหนองหาย ราชบุรี สร้างให้ ตั้งชื่อว่าวัดปากน้ำอินเดีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา พุทธคยา รัฐพิหาร อินเดีย
ในเมืองไทยสร้างวัดพุทธานุภาพ ที่ จ.น่าน วัดธรรมานุภาพ จ.แพร่ วัดสังฆานุภาพ จ.กำแพงเพชร ที่วัดแห่งนี้เป็นศูนย์การศึกษาภาษาบาลี ตั้งอยู่บนที่ดิน 100 ไร่เศษ ปัจจุบันมีพระ 50 รูป สามเณร 40 กว่ารูป
ในส่วนการบริจาคพระพุทธรูปนั้นนับไม่ถ้วน เพราะได้ส่งไปให้วัดต่างๆ ในต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเวียดนาม เป็นต้น
นอกจากนั้น เจ้าประคุณยังได้สร้างหลายสิ่งหลายอย่างไว้ที่พุทธมณฑล เช่น พระไตรปิฎกหินอ่อน อาคารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สร้างหอประชุมใหญ่และหอสมุด
ประวัติย่อ
เจ้าประคุณสมเด็จหน้าที่การงานและความรับผิดชอบมากมาย เช่น เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม รองแม่กองงานพระธรรมทูต ประธานคณะพระธรรมจาริก และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ (พระอารามหลวง) เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ แม่กองบาลีสนามหลวง และเป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้รับการสถาปนาเป็นที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เมื่อปี พ.ศ. 2538
มีนามเดิมว่า ช่วง นามสกุล สุดประเสริฐ ฉายา วรปุญฺโญ
เกิดเมื่อวันพุธที่ 26 ส.ค. 2468 ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 10 ปีฉลู บ้านเลขที่ 32 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
โยมบิดาชื่อ มิ่ง สุดประเสริฐ โยมมารดาชื่อ สำเภา สุดประเสริฐ
บรรพชาเมื่อวันจันทร์ที่ 1 พ.ค. 2482 อายุได้ 14 ปี ณ วัดสังฆราชา เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร โดยมีพระครูศีลาภิรัต (ทอง) วัดลาดกระบัง เป็นพระอุปัชฌาย์
อุปสมบทเมื่อวันศุกร์ที่ 11 พ.ค. 2488 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ โดยมีพระครูบริหารบรมธาตุ (ป่วน เกสโร) วัดนางชี เป็นพระอุปัชฌาย์
พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อวัดปากน้ำ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ ที่พระครูสมณธรรมสมาทาน เป็นกรรมวาจาจารย์
เจ้าประคุณเล่าให้ฟังว่า มาอยู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นเวลา 71 ปี เพราะมาอยู่เมื่ออายุ 15 ปี ที่มาอยู่เพื่อต้องการเรียนหนังสือ เพราะเป็นสามเณรอยู่บ้านนอก (วัดสังฆราชา ลาดกระบัง) ไม่ได้เรียนอะไรนอกจากนักธรรม อยากเรียนภาษาบาลี รู้ว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำ (หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนี) มีโรงครัวเลี้ยง เจ้าประคุณว่าเป็นคนจน หลวงพ่อเลี้ยงก็ไม่เป็นไร จึงมาอยู่ที่นี่ (วัดปากน้ำ) มีอาหารเลี้ยงทั้งเช้าและเพล
เมื่อมาอยู่วัดปากน้ำสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค ต้องการเรียนประโยคสูงขึ้นจึงขอย้ายไปอยู่วัดเบญจมบพิตร เพื่อสะดวกในการเรียนประโยคสูง อยู่วัดปากน้ำไปๆ มาๆ ลำบาก จึงขอไปอยู่วัดเบญจมบพิตร ซึ่งมีสำนักเรียน รวมทั้งสำนักเรียนใกล้เคียง เช่น วัดสามพระยาและวัดสระเกศ ในที่สุดสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ในสำนักเรียนวัดเบญจมบพิตร แล้วกลับมาอยู่วัดปากน้ำต่อ
พระเจ้า 5 พระองค์
มีเกร็ดเล่าเรื่องการเรียนบาลีประโยค 9 เรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง) ว่า มีพระคณะนักเรียนประโยค 9 ชุดหนึ่งล้วนแต่เป็นศิษย์อาจารย์ น.อ. แย้ม ประพัฒน์ทอง เรียนประโยค 9 และสอบได้ไล่เลี่ยกัน ต่อมาเจริญรุ่งเรืองในพรหมจรรย์ มีสมณศักดิ์สูง 5 องค์ น.อ. แย้ม ชื่นชมมากและเรียกว่า พระเจ้า 5 พระองค์ คือ เกี่ยว นิยม พลอย ช้อย ช่วง
เกี่ยว คือสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช นิยม คือสมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช (มรณภาพ 11 มี.ค. 2554) พลอย อดีตเจ้าอาวาสวัดเทพธิดาราม สมณศักดิ์ก่อนมรณภาพ คือรองสมเด็จพระราชาคณะที่ พระวิสุทธิวงศาจารย์ ช้อย คืออดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ ราชบุรี สมณศักดิ์ก่อนมรณภาพคือ พระเทพวิสุทธิโมลี และช่วง คือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรมการมหาเถรสมาคม แม่กองบาลีสนามหลวง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญรูปปัจจุบัน
ที่เล่ามานี้เป็นผลงานเพียงส่วนย่อยเท่านั้น หากจาระไนให้หมดต้องพิมพ์หนังสือเป็นเล่มหนาๆ เพราะผลงานเพื่อพระพุทธศาสนาและประชาชนชาวโลกของเจ้าประคุณมีมากเกินกว่าที่หน้าหนังสือพิมพ์เล็กๆ จะบรรจุได้หมด นี่แหละครับภาระหน้าที่และงานของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พระมหาเถระผู้รัตตัญญู ชีวิตนี้มีแต่สร้างและให้ ไม่มีที่สิ้นสุด







