posttoday
เปลือยหัวใจซูเปอร์สตาร์ ฟิล์มรัฐภูมิ โตคงทรัพย์

เปลือยหัวใจซูเปอร์สตาร์ ฟิล์มรัฐภูมิ โตคงทรัพย์

30 พฤษภาคม 2554

แล้ว ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ซูเปอร์สตาร์แห่งค่ายอาร์เอสก็หวนคืนสู่วงการบันเทิง

แล้ว ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ซูเปอร์สตาร์แห่งค่ายอาร์เอสก็หวนคืนสู่วงการบันเทิง

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

แล้ว ฟิล์มรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ซูเปอร์สตาร์แห่งค่ายอาร์เอสก็หวนคืนสู่วงการบันเทิง

นักร้องหนุ่มคนดังมาพร้อมรูปลักษณ์โฉมใหม่เหนือความคาดหมายของทุกคน ทั้งเหล่าบรรดาแฟนคลับที่ต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ และกองทัพสื่อมวลชนที่มารอกันแน่น เพื่อสัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์อื้อฉาวสะท้านวงการบันเทิง เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา

“ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่พิเศษที่สุดในชีวิตของผมเลย”

...คำสารภาพด้วยน้ำเสียงมั่นใจ สีหน้าของเขาแจ่มใสสดชื่นขึ้นกว่าเดิม หากเทียบกับหนุ่มหน้าหมองเศร้าเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม เมื่อครั้งออกมาแถลงข่าวทั้งน้ำตาต่อหน้าคนทั้งประเทศตอนเกิดเรื่องใหม่ๆ

หลังเจ็บเนื้อเจ็บตัวจนสะบักสะบอมจากเรื่องวุ่นๆ เขาตัดสินใจหลีกเร้นจากแสงสปอตไลต์ พาตัวเองสู่ความเงียบสงบใต้ร่มกาสาวพัสตร์ชั่วระยะสั้นๆ ก่อนเว้นวรรควงการบันเทิงชั่วคราว เพื่อบินลัดฟ้าไปเรียนต่อยังประเทศอังกฤษ

เปลือยหัวใจซูเปอร์สตาร์ ฟิล์มรัฐภูมิ โตคงทรัพย์

“คนเราจะพบความสุขได้ ก็ต้องผ่านความทุกข์ก่อน เหตุการณ์ที่ผมเจอมันหนักหนาสาหัสที่สุดในชีวิตแล้ว แต่ผมก็ก้าวข้ามผ่านมันมาได้ จนได้เจอความสุขที่สุขกว่า”

เจ้าตัวบอกว่าจิตใจแข็งแรงขึ้นเยอะ หลังได้รับบทเรียนล้ำค่าอันเกิดจากความผิดพลาดในการใช้ชีวิต เมื่อตกเป็นตัวละครสำคัญในกรณีที่นางแบบสาว แอนนี่ บรู๊ค อุ้มลูกน้อยออกมาเปิดประเด็นอื้อฉาวว่าด้วยใครคือพ่อของเด็ก จนกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ถูกสังคมรุมวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนครั้งมโหฬารที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงไทย

ฟิล์มเปิดใจให้ฟังอย่างละเอียดถึงบรรยากาศชีวิตในช่วงคืนวันอันเลวร้าย...

“ตอนเกิดเรื่องใหม่ๆ ทุกอย่างก็ปกติดี แต่มันมาเริ่มแย่ลงตรงช่วงที่มีตัวละครโผล่ออกมาเยอะแยะไปหมด ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ ออกมายุ่งแบบมั่วๆ ด่าพ่อแม่ผม ด่าผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผมเคารพรัก ทำตัวประหนึ่งว่ามีส่วนร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

ช่วงนั้นครอบครัวเราเครียดมากๆ เช็กข่าวตลอด ยิ่งพอเห็นข่าวด่าเราเสียๆหายๆ มันน้อยใจสังคมเหมือนกัน ที่เขาตัดสินเรา พอวันแถลงข่าวครั้งที่สอง ผมถึงร้องไห้ออกมา เพราะมันอัดอั้นตันใจสุดๆ แล้ว”

ครั้งนั้นเครียดจนต้องพึ่งยานอนหลับ นักร้องหนุ่มยืนยันว่าเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มิใช่การทำร้ายตัวเองหรือคิดฆ่าตัวตายแต่อย่างใด

“ผมเป็นคนที่คิดเชิงบวกตลอด คิดดี เชื่อมั่นในตัวเองว่าเราทำดี ทำสิ่งถูกต้อง แต่อาจจะพลาดพลั้ง หรือประมาทในการใช้ชีวิตไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดทำร้ายใคร” สีหน้าฟิล์มเศร้าสร้อย คล้ายจะขอความเห็นใจ

แต่เรื่องทำท่าจะบานปลายไปกันใหญ่ เมื่อ เฮียฮ้อสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ บิ๊กบอสค่ายอาร์เอส ออกโรงกระโดดลงมาปกป้องลูกรัก ภายใต้ท่าทีที่แข็งกร้าว

เปลือยหัวใจซูเปอร์สตาร์ ฟิล์มรัฐภูมิ โตคงทรัพย์

“ผมรักเฮียเหมือนพ่อ ทุกครั้งที่ผมมีปัญหา เฮียจะอยู่ข้างผมเสมอ คอยปกป้องผมทุกเรื่อง ตอนเกิดเรื่องเฮียโทร.มาให้กำลังใจทุกวันว่าให้เชื่อในตัวเอง เชื่อในความถูกต้อง ไม่ว่าจะให้สัมภาษณ์หรือพูดอะไรออกไป ขอให้ให้เกียรติผู้หญิงเสมอ

เฮียสุขุม นิ่งสงบ แกถามผมคำเดียว ทำจริงไหม ผมบอกทำจริง แต่ไม่ใช่อย่างที่เขาพูด เฮียถามต่อถ้าอย่างนั้นกล้าออกมายอมรับไหม กล้าออกมาพูดความจริงไหม ผมบอกกล้า เฮียบอกโอเค งั้นลุย ผมเลยออกมาแถลงข่าว

ช่วงเกิดเรื่องใหม่ๆ ที่ยื่นมือเข้าไปช่วยเขา คือผมยังไม่แน่ใจว่าใช่ลูกผมจริงๆ รึเปล่า ก็ช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ...ทั้งที่คนอื่นไม่ทำ กลับโดนด่าว่า ไหนมึงบอกไม่แน่ใจ แล้วไปช่วยทำไม ผมก็เอ้า...ก็คนอยากช่วยเหลือนี่ ผมเคยช่วยเหลือสังคมมามาก คนท้องไม่มีพ่อยังเคยให้เงินเขาเลย เด็กกำพร้าผมก็เลี้ยงเต็มบ้านเต็มเมือง ผมยังให้ได้ นี่นับประสาอะไรกับเพื่อนที่เคยรู้จักกันมา ท้ายที่สุดเลยไม่ทำอะไรแล้ว ให้เป็นเรื่องของผู้หลักผู้ใหญ่เขาไป

ตอนนี้เรื่องอยู่ในชั้นศาลครับ ไม่ได้ติดต่ออะไรกัน มันไม่ใช่ละครแล้ว ตอนนี้มันคือของจริง”

ฟิล์มขออนุญาตกล่าวถึงเรื่องคดีความที่ฟ้องร้องกันเพียงแค่นั้น โดยให้เหตุผลว่าถูกขอร้องไม่ให้สัมภาษณ์มาก เพราะเกรงจะเสียรูปคดี

“เรื่องเกิดขึ้นด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ประมาทพลาดพลั้งในชีวิต ผมถูกลงโทษเรียบร้อยแล้ว เหตุการณ์นี้ผมเชื่อว่าผมทำถูกที่สุดแล้ว บางคนหนี บางคนไม่ยอมรับ แต่ผมไม่ ผมวิ่งเข้าชนเลย ผมไม่เคยทำให้คำว่าลูกผู้ชายที่แม่ให้มา หายไปจากตัวผม” เขาบอกหนักแน่น

ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของซูเปอร์สตาร์รายนี้ เริ่มจากตกเป็นข่าวฉาวครึกโครมจนแทบเสียศูนย์ ก่อนถูกพักงานชั่วคราวแล้วออกบวชเป็นระยะเวลากว่า 25 วัน ได้ปลีกวิเวกสงบจิตสงบใจกับตัวเองเพียงลำพัง ได้ศึกษาธรรมะกับพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ช่วงสั้นๆ ก่อนลาสิกขาเดินทางไปเรียนต่อด้านภาษายังประเทศอังกฤษ

“การบวชทำให้ผมมีความสุขมาก ได้กลับมานั่งคุยกับตัวเองจริงๆ จังๆ ทำให้รู้สึกว่าเราหายจากสิ่งเหล่านี้ไปนาน จากที่เคยเป็นคนดัง มีคนห้อมล้อม อยู่ในแสง สีเสียง ได้ไปอยู่ในวัดป่า เป็นเพียงพระรูปหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จัก ทำให้จิตใจสงบ ได้ข้อคิดอะไรเยอะ การบวชทำให้ผมมีสติมากขึ้น”

ส่วนเรื่องที่บินไปเรียนเมืองนอกในทันทีนั้น ฟิล์มบอกว่าไม่ได้หนีปัญหาเหมือนที่สังคมบางส่วนตัดสิน

“ยังไงก็หนีไม่ได้อยู่แล้ว (น้ำเสียงฉุนเฉียว) ผมมาที่นี่เพราะหลังจากที่สึกออกมา ก็ไม่มีผม ไม่มีคิ้ว ทำงานอะไรก็ไม่ได้ ผมจึงต้องใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ จึงได้ปรึกษากับทางบ้านและเฮียว่าจะไปเรียนคอร์สภาษาเพิ่มเติม

อย่างที่ทุกๆ คนทราบว่าที่ลอนดอนค่าครองชีพสูงมาก ก็ต้องทำงาน เริ่มจากอาชีพล้างจานที่ร้านอาหารไทย ขยับขึ้นมาเป็นเด็กเสิร์ฟ และอยู่หน้าบาร์ ทำงานในวงการบันเทิงมา 9 ปี มีคนคอยเทกแคร์ทุกอย่าง ไปที่โน่นชีวิตเปลี่ยนแปลงเยอะ ต้องไปช็อปปิ้ง ซื้อของเข้าบ้านเอง ทำกับข้าวบ้าง การเดินทางก็ต้องขึ้นรถไฟใต้ดินตลอด ใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา”

สำหรับการกลับคืนสู่วงการบันเทิง มีงานมากมายรออยู่ ไม่ว่าจะละคร 3 เรื่องรวด งานถ่ายแบบ แฟชั่น และรายการวันแมนโชว์ เรียลิตีการใช้ชีวิตที่อังกฤษ ซึ่งจะออนแอร์ปลายเดือนนี้ที่ช่อง 8 อินฟินิตี แต่ถึงอย่างนั้นภาระหนักอึ้งที่ซูเปอร์สตาร์หนุ่มต้องเผชิญก็คือสารพัดข่าวฉาวโฉ่

“เรื่องสาวๆ ที่มีข่าวกับผมที่ผ่านมา ไม่ปฏิเสธครับ ทุกคนคือเพื่อน ผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องการจะเรียนรู้ชีวิตผู้หญิง อยากมีคนรัก แต่พอเห็นว่ามันน่าจะไปด้วยกันไม่ได้ ก็เป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้องกันไป แต่ว่าที่เขาออกมาพูดอะไรกัน ก็คงมีเหตุผลของเขา...ตอนนี้ยืนยันได้ว่าไม่มีแฟนครับ

มีคนเกลียด คนหมั่นไส้ เป็นเรื่องปกติ ผมว่าเราจะเลือกแคร์ใครมากกว่า ผมเลือกแคร์คนที่ผมรัก เพราะเขาอยู่ข้างผมมานาน แต่คนที่เขาเกลียดเรา ผมว่าอย่าไปยึดติด ถ้ายึดติดกับคนพวกนี้ ผมฆ่าตัวตายไปนานแล้ว

ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์สตาร์ ผมเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง มีทั้งด้านดีและด้านลบ ต่อจากนี้ไปผมจะพยายามจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่แฟนๆ ผมจะระวังมากขึ้น ไม่อยากกลับไปยืนจุดเดิม ไม่อยากให้คนที่รักผม หรือแฟนคลับของผมเสียน้ำตาเพื่อผมอีกต่อไปแล้ว”

นี่คือความในใจที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนของซูเปอร์สตาร์ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท