
ตกหลุมรักญี่ปุ่น
2 พิพิธภัณฑ์รถยนต์รถไฟ
2 พิพิธภัณฑ์รถยนต์รถไฟ
ประเทศที่เจริญแล้ว สิ่งสำคัญที่เป็นตัวสะท้อนให้เห็นชัดก็คือพิพิธภัณฑ์ อันแสดงถึงการสะสมภูมิปัญญา และรากฐานของชาติ
ที่ญี่ปุ่นมีพิธิภัณฑ์มากมาย และการเดินทางไปครั้งนี้ พวกเราเข้าไปชม พิพิธภัณฑ์ 2 ประเภท คือคือพิพิธภัณฑ์รถยนต์โตโยตา และพิพิธภัณฑ์รถไฟ ที่เมืองนาโกยา
พิพิธภัณฑ์รถยนต์โตโยตา แสดงประวัติศาสตร์ รถยนต์ตั้งแต่รถยนต์ใช้น้ำมันเบนซินคันแรก และแสดงประวัติรถยนต์ของโตโยตา ใครเข้าไปชมจะตื่นตาตื่นใจกับรถยนต์ในอดีต บางรุ่นเคยเห็นในเมืองไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน
โตโยต้า มอเตอร์ คอร์เปอเรชั่น เริ่มก่อตั้งเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2476 เมื่อบริษัทผลิตเครื่องทอผ้าโตโยดะนำโดยคีชิโระ โตะโยะดะได้ทำการตั้งแผนกใหม่ในปี พ.ศ. 2477 เพื่อทุ่มเทให้กับการพัฒนาเครื่องยนต์ Type A ซึ่งได้นำไปใช้ใน Model A1 ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งคันแรกของบริษัทในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2478
สาวกโตโยต้า และบรรดาคนชื่นชอบรถยนต์ จึงไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวง
ส่วนพิพิธภัณฑ์รถไฟนั้น ที่ญี่ปุ่นก็มีพิพิธภัณฑ์รถไฟอยู่หลายแห่ง อาทิ ที่จังหวัดไซตามะ ซึ่งเปิดในเดือนตุลาคม 2550
แต่ที่พวกเราไปชม เป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟ นาโกยา หรือ Railway Park เพิ่งเปิดขึ้นมาเมื่อ 2 เดือนก่อน จึงคราคร่ำด้วยนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่หอบลูก จูงหลานเข้ามาเดินชม
ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีรถไฟตั้งแต่รุ่นแรกของญี่ปุ่นมาแสดง จนมาถึงพระเอกตัวจริงนั่นคือรถไฟหัวกระสุน ชินคังเซน ตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก จนถึงที่กำลังพัฒนาสร้างอยู่ และจะเปิดวิ่งในอีก 16 ปีข้างหน้า
ในพิพิธภัณฑ์ ยังมีการแสดงที่ประกอบการละเล่นด้วย อาทิ ห้องจำลองเสมือนจริงการขับรถไฟชินคังเซน,ห้องแสดงเส้นทางวิ่งของรถไฟจากโตเกียว ถึงนาโกยา ฯลฯ ทำให้การชมพิพิธภัณฑ์ไม่น่าเบื่อ
2 ปราสาท และ 1หอคอย
หากต้องการดูวิว ทิวทัศน์ของญี่ปุ่นในมุมสูง คงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องขึ้นไปบนปราสาท หรือหอคอย โดยที่ญี่ปุ่นมีอยู่มากมายที่มีชื่อเสียง
การเดินทางของคณะพวกเรา ขึ้นที่สูง 3 แห่งแตกต่างกันไป นั่นคือปราสาทนาโกยา ประสาทโอซากา และสุดท้ายคือที่หอคอยฟุกุโอกะ
บรรยากาศการขึ้นประสาท คงไม่แตกต่างกัน ทั้งปราสาทนาโกยา และโอซากา เริ่มจากการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประสาท ที่ต้องสร้างโดยบรรดาโชกุนทั้งหลาย จากนั้นถูกทำลายในช่วงเวลาแตกต่างกัน และสุดท้ายสร้างขึ้นใหม่
ขณะที่หอคอยฟุกุโอกะ สร้างขึ้นมาในโลกยุคปัจจุบัน สูง 234 เมตร โครงสร้างเป็นเหล็ก และกระจก เปิดให้ขึ้นไปเที่ยวชมได้ที่ความสูง 123 เมตร ที่เหลือใช้ประโยชน์ด้านการกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ โดยหอคอยฟุกุโอกะ เป็นหอคอยริมทะเลที่สูงที่สุดของญึ่ปุ่น
ใครไปญี่ปุ่น อยากเห็นภาพแต่ละเมืองอย่างเต็มตา อย่าลืม ขึ้นไปชมที่สูงอย่างประสาท และหอคอยเหล่านี้
1 วัด 1 ศาลเจ้า
วัดญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงก็คือวัดอาซากุซา กลางกรุงโตเกียว เรียกว่าเป็นที่ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวเมืองไทย และการเดินทางไปโตเกียวของคณะพวกเราก็ไม่พลาด โดยย่านอาซากุซา วันนี้ค่อนข้างคับคั่งด้วยนักท่องเที่ยว
และก็เป็นเรื่องแปลกอย่างบังเอิญที่วันแรก พวกเราไปเที่ยววัดอาซากุซา ขณะที่วันสุดท้ายไปที่ศาลเจ้าดาไซฟุ เมืองฟุกุโอกะ
ศาลเจ้าดาไซฟุ เริ่มสร้างเมื่อปี 1591 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ มิชิซาเนะ ซึงาวาระ กวีเอกและนักปราชญ์ของญี่ปุ่นในยุคเฮอัน ซึ่งชะตาชีวิตอาภัพ สุดท้ายต้องมีการสร้างศาลเจ้าเป็นที่สักการะ ถือเป็นศาลเจ้าที่ให้คุณด้านสติปัญญา จึงมีนักเรียน นักศึกษา เข้ามาไหว้ขอพรอย่างเนืองแน่น
ที่ทางเข้าศาลเจ้ามีรูปปั้นวัวเทพเจ้านอนอยู่ ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าถ้าได้ลูบหัวและเขาของวัว จะทำให้หายจากอาการเจ็บป่วยและจะโชคดี ประสบความสำเร็จในเรื่องการเรียน
บรรยากาศศาลเจ้าดาไซฟุ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากวัดอาซากุซา โดยศาลเจ้าดาไซฟุ ค่อนข้างสงบ และไม่มีคนมากมายเท่า ทั้งหมดคงเป็นภาพสะท้อนของเมืองฟุกุโอกะ ที่ไม่พลุกพล่านเท่าโตเกียว
อย่างไรก็ตาม หากจะให้เลือกอยู่อาศัยหลานคนคงเลือกฟุกุโอกะ โดยฟุกุโอกะ ถูกจัดให้เป็นเมืองน่าอยู่อันดับต้นๆ ของโลกมาหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อปี 2553 นิตยสาร โมโนเคิล(Monocle) ยกให้เป็นเมืองน่าอยู่อันดับที่ 1 ของเอเชีย และอันดับที่ 14 ของโลก โดยวัดจากความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การเชื่อมโยงกับนานาชาติ อากาศ คุณภาพของสถาปัตยกรรมในเมือง เครือข่ายคมนาคมสาธารณะ สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ เงื่อนไขทางธุรกิจ การรักษาพยาบาล







